ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ
กิจกรรม

Create Your Characters Season 1 | โจทย์ที่ 2

กิจกรรม Create Your Characters

มี 28 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Olivia C. Sutherland (✔)

Olivia C. Sutherland (✔)

    เทพีสงกรานต์ 64

  • นักเรียนบ้านเบริลลีส
  • 6155 โพสต์
  • เลขประจำตัว 934

    • ไม้: โอ๊คอังกฤษ | ยาว: 11 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว
    เหรียญรางวัล
                     

โพสต์เมื่อ 04 July 2021 - 05:30 PM

พื้นที่เฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนในกิจกรรมเท่านั้น

 

8MywEkF.png

Create Your Characters ตัวละครในฝัน ฉันสร้างเอง Season 1

 

กิจกรรมสำหรับสร้างเสริมจินตนาการและพัฒนาทักษะในการสร้างตัวละคร เพื่อสามารถนำไปต่อยอดกับกิจกรรมอื่น ๆ ในเว็บไซต์

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

โจทย์ที่ 2

bCWz8qo.png

( ดาบพิฆาตอสูร )

 

ธีม โลกของดาบพิฆาตอสูร

เซ็ตติง ประเทศญี่ปุ่นสมัยยุคไทโช ทั้งประเทศตกอยู่ในความหวาดวิตกจากการโจมตีของอสูร

บางคนสมัครเข้าสู่หน่วยพิฆาตอสูรเพื่อกำจัดอสูรให้สิ้นซาก แต่บางคนกลับเลือกเดิน

ไปในทางเดียวกับอสูรเพื่อพลังอำนาจเหนือธรรมชาติตามที่ตนเองปรารถนา

 

original.gif


หากเลือกเป็นมนุษย์

 

Spoiler

 

หากเลือกเป็นอสูร

 

Spoiler

 

 

 

โรลเพลย์สถานการณ์สมมติไม่ต่ำกว่า 120 คำ

 

ในกรณีที่เป็นมนุษย์

คุณกำลังต่อสู้กับหนึ่งในอสูรข้างขึ้น (อสูรที่มีพลังแข็งแกร่งมากจนถูกเลือกให้เป็นเสมือนองครักษ์ของมุซัน)

มันพยายามโน้มน้าวให้คุณเข้ามาเป็นอสูรกับมันเพื่อพลังที่เหนือกว่า เมื่อปฏิเสธไปเท่าใดมันก็ยิ่ง

ใช้ความอ่อนแอของคุณมาโจมตีจิตใจมากเท่านั้น คุณจะต้องยึดมั่นอยู่ในอุดมการณ์ ไม่หลงไปกับคำพูดของมัน

 

ในกรณีที่เป็นอสูร

คุณเป็นอสูรที่ได้รับมอบหมายมาจากคิบุทสึจิ มุซัน เพื่อมาโน้มน้าวใจสมาชิกหน่วยพิฆาตอสูรให้เข้าร่วมกับพวกคุณ

คุณจะต้องโน้มน้าวใจอีกฝ่ายให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แต่โปรดจำไว้ว่าอีกฝ่ายนั้นก็มีพละกำลังแกร่งกล้าเช่นเดียวกัน

 

เริ่มส่งโจทย์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกาเป็นต้นไป - 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 17.59 น.

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

Spoiler

 
 

 


แก้ไขโดย Olivia C. Sutherland (✔) 04 July 2021 - 05:33 PM

  • Selena Sutherland (✔), Uriel M. Macdragulj (✔), Serenity Ackerman (✔) และ 1 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

3TrIY3d.png

QQsCxb0.gif

bWCEGXg.png

bOUSPY3.png

Malcolm | Selena | Dennis | Olivia | Mytis | Ophelia | Bluebells | Lucas | Kelly | Vincent


#2 Alica Cheng (✔)

Alica Cheng (✔)
  • นักสะสมตัวยง
  • 3468 โพสต์
  • เลขประจำตัว 6543

    • ไม้: ยู | ยาว: 10 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี
      ประดับออบซิเดียนสีฟ้า
    เหรียญรางวัล
            

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 12:41 AM

Isamu.jpg

 

ภาพตัวละคร :

 

เฟซเคลม : ตัวละคร OC ของคุณ Meiji นักวาดชาวญี่ปุ่น Twitter : @kkskzz

 

ชื่อ-นามสกุล (ชาวญี่ปุ่น) : Isamu Kazunaga (อิซามุ คาซึนากะ)

 

วัน - เดือน - ปีเกิด : 30 สิงหาคม 1897

 

อายุ : 15 ปี

 

เพศ : ชาย

 

ปราณที่เลือกใช้ : ปราณบุปผา แตกแขนงมาจากปราณวารี ปราณต้นกำเนิดคือปราณตะวัน

 

พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ Tsumi เพศเมีย ชื่อฮิเมะ

 

ลักษณะทางกายภาพ : ร่างสูงโปร่งกำยำแต่ก็ยังนับว่าตัวเล็กและบางถ้าเทียบกับเด็กผู้ชายในอายุเดียวกัน เรือนผมสีเงินหยักศกแต่ตรงปลายเส้นผมเป็นสีชมพู ผิวขาวซีด มีปานลักษณะคล้ายบาดแผลที่ใบหน้าด้านซ้าย หากใช้ปราณปานจะขึ้นเป็นสีแดงเลือด

 

บุคลิกภาพ : ลักษณะดูเย็นชา ไม่สนใจผู้คน สวมใส่ชุดหน่วยพิฆาตอสูรพร้อมผ้าคลุมสีขาวแดงตลอดเวลา ค่อนข้างเคร่งขรึมจนดูเคร่งครัดในกฎระเบียบ

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : อิซามุเป็นลูกชายคนโตของตระกูลคาซึนากะ มีน้องชายฝาแฝดคืออิซาโอะ ซึ่งตระกูลคาซึนากะเป็นตระกูลใหญ่สืบเชื้อสายแขนงญาติมาจากท่านจักรพรรดิในเวลานั้น มีความมั่งคังและใช้ชีวิตโดยยึดมั่นในเกียรติและความยุติธรรมมาตลอด แฝดทั้งสองถูกฝึกมาให้เชี่ยวชาญเรื่องการยุทธ์มาตั้งแต่จำความได้ ทำให้มีความสามารถในการต่อสู้และใช้ดาบเป็นอย่างมาก ศักยภาพทางกายถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งมากกว่าคนทั่วไป หากแต่ในคืนกลางดึกของหน้าหนาวคืนหนึ่ง กลับมีกลุ่มอสูรจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาในบ้านและเริ่มจากการฆ่าคนงานในบ้านไปจนเกือบหมด รวมถึงเหล่าผู้อารักขาภายภายในบ้านเองก็ช่วยสู้กับอสูรเพื่อปกป้องนายจนตัวตาย มารดาของพวกเขาซึ่งหนีไม่ทันและถูกอสูรปลิดชีวิตไปเสียก่อน ฝาแฝดทั้งสองได้ถูกบิดาพาไปอยู่บริเวณชั้นใต้ดินตั้งแต่อสูรบุกเข้ามาได้เพียงไม่นาน ก่อนที่บิดาของพวกเขาจะออกไปสู้และไม่อาจเอาชีวิตรอดได้เช่นกัน ทำให้คืนนั้นฝาแฝดคาซึนากะได้กลายเป็นเด็กกำพร้าไปโดยปริยาย

 

          หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวฝาแฝดทั้งสองก็ได้เดินทางไปอยู่กับท่านจักรพรรดิซึ่งยินดีอุปการะเลี้ยงดูเด็กทั้งสองเป็นอย่างดี และได้ให้ทั้งการศึกษาและการฝึกฝนวิชาดาบและการต่อสู้ ทั้งสองคนตัดสินใจสอบเข้าหน่วยพิฆาตอสูรในเวลาต่อมา ซึ่งอิซามุได้ถูกรับเลือกเข้าร่วมหน่วยพักฟื้นแห่งคฤหาสน์ผีเสื้อ ภายใต้การดูแลของชิโนบุ โคโจ เล่าเรียนวิชาฝึกฝนจนได้เป็นมือปราบอสูรที่มีฝีมือมากคนหนึ่งในหน่วย แต่ไม่ยอมเป็นว่าที่เสาหลักเพราะมีความคิดที่ว่า แค่ดูแลน้องชายฝาแฝดก็เหนื่อยแล้ว

 

สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : เพราะครอบครัวถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของอสูรที่บุกมากลางดึก ทำให้ตนและน้องชายฝาแฝดกลายเป็นเด็กกำพร้าและสูญสิ้นทุกอย่างไป ส่งผลอิซามุเคียดแค้น และอยากจะทำลายพวกอสูรทุกตน อย่างน้อยก็เพื่อปกป้องน้องชายที่เป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของตัวเอง

 

ลักษณะนิสัย : เป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูด แต่มักจะเห็นว่ามีปากเสียงกับอิซาโอะบ่อยครั้งเพราะรำคาญน้องชายจนต้องคอยห้ามปรามไม่ให้พูดไปมากกว่านี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นกลับเป็นคนที่รอบคอบ เจ้าแผนการ และมีสติในตอนที่ต้องสู้กับอสูรมากที่สุด

 

จุดแข็ง : ใจเย็น , รอบคอบ , เจ้าแผนการ

 

จุดอ่อน : อิซาโอะ , ขี้รำคาญ , โมโหร้าย

 

ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น (ถ้ามี) : อิซาโอะ คาซึนากะ (Viper Winterbourne) / แฝดคนน้อง

 

 

 

--------------------------------------------

 

 

โรลเพลย์สถานการณ์สมมติไม่ต่ำกว่า 120 คำ

 

 

          อิซามุยกดาบนิจิรินขึ้นมาตั้งฉากเพื่อป้องกันจากแรงฟาดฟันและการโจมตีจากอสูรหนึ่งในกลุ่มอสูรข้างขึ้น เพราะพลังที่แตกต่างกันพอสมควร รองเท้าเกือกไม้ครูดไถไปกับพื้นตามแรงดันของแรงดาบ ยิ่งมองเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มยียวนกับคำพูดที่หว่านล้อมยื่นข้อเสนอมากมายเพื่อดึงตนเข้าไปอยู่ที่ฝั่งของอสูร

 

          “พูดพล่ามอะไรอยู่ได้ หรือต้องให้ข้าเฉือนปากเจ้า?”

 

          พูดไปก็เริ่มชักสีหน้าด้วยความหงุดหงิดใจเพราะไม่ว่าข้อเสนอที่ว่ามาจะเย้ายวนใจมากแค่ไหน แต่ภาพในความทรงจำครั้งหนึ่งในอดีตก็วิ่งเข้ามาในหัวเพื่อย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่ง ครอบครัวคาซึนากะของเขาเคยถูกพวกอสูรบุกล้างบางมาแล้ว และถ้าหากเขาไม่อยู่ อิซาโอะก็คงไม่มีใครคอยดูแลแน่ๆ

 

          “ปราณบุปผา กระบวนที่ 5 ย่างเดินดอกโบตั๋น!!”

 

          ส่งแรงไปที่รองเท้าเกือกไม้ยันตัวดันดาบกลับไปเต็มแรงก่อนจะฟาดดาบนิจิรินใบดาบสีชมพูใส่ไปพร้อมๆ กับการก้าวเท้าเข้าหาอสูรตัวร้ายตรงหน้าโดยที่มือก็ยังคงฟาดฟันโบกสะบัดดาบไปมาอย่างรุนแรงและต่อเนื่องเก้าครั้งจนเกิดประกายไฟวูบวาบไปตามแรงกระทบของดาบสองเล่มไปเรื่อยๆ


แก้ไขโดย Alica Cheng (✔) 05 July 2021 - 12:49 AM

x27YDnn.png

2nd Sappharea House l Magician Bank No.5545

Eiy9ROy.pngfqziqeU.png


#3 Viper Winterbourne (✔)

Viper Winterbourne (✔)
  • นักสะสมตัวยง
  • 1430 โพสต์
  • เลขประจำตัว 6940

    • ไม้: เอลเดอร์ | ยาว: 13"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี
      ประดับมอสอาเกต
    เหรียญรางวัล
      

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 12:41 AM

83038678754188fe3c62e2d3e906a9d4.jpg

 

 

          เฟซเคลม : ตัวละคร OC ของคุณ Meiji นักวาดชาวญี่ปุ่น Twitter : @kkskzz

          ชื่อ-นามสกุล (ชาวญี่ปุ่น) : อิซาโอะ คาซึนากะ (Isao Kazunaga)

          วัน - เดือน - ปีเกิด : 30 สิงหาคม 1897

          อายุ : 15 ปี

          เพศ : ชาย

 

          ปราณที่เลือกใช้ : ปราณอสรพิษ แตกแขนงมาจากปราณวารี ปราณต้นกำเนิดคือปราณตะวัน

 

          พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : อีกาพันธุ์ฮาชิบุโตะ คาราสึ ปลายปีกมีสีขาว ชื่อว่า คุโระ

 

          ลักษณะทางกายภาพ : รูปร่างสูงใหญ่ มัดกล้ามเนื้อสมส่วน ผิวขาวซีด ผมสีดำเข้ม นัยย์ตาสีดำทอง ปลายผมสีขาวไล่มาเป็นสีเทาและสีดำ มีปานลักษณะคล้ายบาดแผลที่ใบหน้าด้านขวา หากใช้ปราณปานจะขึ้นเป็นสีดำสนิท

 

          บุคลิกภาพ : ลักษณะดูค่อนข้างภูมิฐาน สวมใส่ชุดหน่วยพิฆาตอสูรพร้อมผ้าคลุมสีดำทองตลอดเวลา จนคนนึกว่าเป็นคนที่เคร่งในกฎระเบียบมาก แต่จริงๆคือขี้เกียจคิดหาชุดอื่นใส่ในวันว่างๆนั่นเอง เจาะหูทั้งสองข้างสวมใส่ต่างหูโลหะยาวซึ่งสลักชื่อบิดาและมารดาไว้อยู่เสมอ

 

 

          ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : อิซาโอะเป็นหนึ่งในลูกชายฝาแฝดของตระกูลคาซึนากะ ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่สืบเชื้อสายแขนงญาติมาจากท่านจักรพรรดิในเวลานั้น มีความมั่งคังและใช้ชีวิตโดยยึดมั่นในเกียรติและความยุติธรรมมาตลอด แฝดทั้งสองถูกฝึกมาให้เชี่ยวชาญเรื่องการยุทธ์มาตั้งแต่จำความได้ ทำให้มีความสามารถในการต่อสู้และใช้ดาบเป็นอย่างมาก ศักยภาพทางกายถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่แข็งแกร่งมากกว่าคนทั่วไป หากแต่ในคืนกลางดึกของหน้าหนาวคืนหนึ่ง กลับมีกลุ่มอสูรจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาในบ้านและเริ่มจากการฆ่าคนงานในบ้านไปจนเกือบหมด รวมถึงเหล่าผู้อารักขาภายภายในบ้านเองก็ช่วยสู้กับอสูรเพื่อปกป้องนายจนตัวตาย มารดาของพวกเขาซึ่งหนีไม่ทันและถูกอสูรปลิดชีวิตไปเสียก่อน ฝาแฝดทั้งสองได้ถูกบิดาพาไปอยู่บริเวณชั้นใต้ดินตั้งแต่อสูรบุกเข้ามาได้เพียงไม่นาน ก่อนที่บิดาของพวกเขาจะออกไปสู้และไม่อาจเอาชีวิตรอดได้เช่นกัน ทำให้คืนนั้นฝาแฝดคาซึนากะได้กลายเป็นเด็กกำพร้าไปโดยปริยาย

 

          หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวฝาแฝดทั้งสองก็ได้เดินทางไปอยู่กับท่านจักรพรรดิซึ่งยินดีอุปการะเลี้ยงดูเด็กทั้งสองเป็นอย่างดี และได้ให้ทั้งการศึกษาและการฝึกฝนวิชาดาบร่วมถึงการต่อสู้ ทั้งสองคนตัดสินใจสอบเข้าหน่วยพิฆาตอสูรในเวลาต่อมา ซึ่งอิซาโอะได้ถูกรับเลือกให้เข้าไปอยู่ภายใต้การดูแลของ อิกุโระ โอบาไน เล่าเรียนวิชาฝึกฝนจนได้ขึ้นตำแหน่งว่าที่เสาหลักอสรพิษคนต่อไปในที่สุด

 

          สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : เพราะครอบครัวถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของอสูรที่บุกมากลางดึก ทำให้ตนและพี่ชายฝาแฝดกลายเป็นเด็กกำพร้าและสูญสิ้นทุกอย่างไป ส่งผลให้อิซาโอะเคียดแค้น และอยากจะทำลายพวกอสูรรวมถึง มุซัน คิบุตสึจิให้ป่นปี้ ไม่เช่นนั้นตนคงตายตาไม่หลับเป็นแน่แท้

 

          ลักษณะนิสัย : เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะเก่ง ชอบเล่นมุขตลกกับผู้คนอยู่ตลอดเวลา แต่ส่วนมากจะฝืด บางครั้งชอบแอบยืนหลับในโดยที่ตายังลืมอยู่ ทำให้คนอื่นนึกว่าอาจจะนิ่งคิดแผนการใหญ่อะไรอยู่ในหัวอยู่ก็เป็นได้ แต่จริงๆแค่ง่วงเลยหลับไปต่างหาก เป็นคนใจร้อนทำให้ลืมยั้งคิดยั้งใจก่อนทำอะไรอยู่บ่อยครั้ง เพราะเหตุนั้นอิซามุแฝดคนพี่เลยต้องเป็นคนคอยห้ามปรามอยู่ตลอด ถึงหน้าจะยิ้มอยู่ตลอดเวลาก็จริงแต่จริงๆเป็นคนดุมาก จนหลายๆคนนิยามให้ว่าเป็นคนแปลกๆ

 

          จุดแข็ง : ร่างกายแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ปกติ

                        ชำนาญเพลงดาบ ใช้และควบคุมปราณของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                        กล้าหาญ ไม่รู้จักเกรงกลัว ยอมหักไม่ยอมงอ

             

          จุดอ่อน : ใจร้อน ไม่ทันได้คิดไตร่ตรองก็ลงมือทำไปแล้ว ทำให้เป็นอันตรายแก่ตนเองอยู่บ่อยครั้ง

                         เจ้าคิดเจ้าแค้น ซึ่งมักจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใจร้อน

                         หลับง่าย พอรู้สึกเบื่อแล้วจะหลับไปซะเฉยๆ เพราะเหตุนั้นจึงโดนโอบาไนทุบให้อยู่เป็นประจำ

                         กลัวอิซามุดุ

 

           ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น (ถ้ามี) : อิซามุ คาซึนากะ (Alica Cheng) / แฝดคนพี่

 

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

โรลเพลย์สถานการณ์สมมติไม่ต่ำกว่า 120 คำ

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

 

          

           การต่อสู้อันแสนหนักหน่วงกินเวลาไปเป็นหลายสิบนาทีไม่ก็อาจจะเกือบชั่วโมงได้ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย อิซาโอะ ยังคงยืนหยัดประจันหน้ากับอสูรข้างขึ้นอันดับต้นๆนั่นได้อย่างมั่นคง บาดแผลที่แม้จะบาดลึกลงไปบนผิวกายจนโลหิตไหลปริ่มออกมานั้น หากแต่เด็กหนุ่มเองยังรู้สึกว่ามันเป็นเพียงแค่บาดแผลเล็กๆ ไม่อาจจะทำให้เขารู้สึกเจ็บหรือระคายอะไรได้เลย
 
           เมื่ออสูรที่เขาเกลียดหนักเกลียดหนายืนประจักษ์อยู่ตรงหน้า ต่อให้ปางตายหรือต้องสูญสิ้นชีวิตไปเขาก็จะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่ามันจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตาเขาก่อน
 
           "เจ้าพล่ามบ้าอะไรกัน อยากจะให้ข้าไปเป็นอสูรกับพวกเจ้างั้นเรอะ"
 
           อิซาโอะพ่นหัวเราะ พลางจ้องมองไปที่อสูรข้างขึ้นที่มีสภาพไม่ต่างจากเขาตรงหน้าด้วยสายตาเวทนาและนึกหัวร่อ กลอุบายของพวกมันไม่อาจจะทำให้เขาหวั่นไหวได้ ถึงแม้พวกมันจะมองลึกด่ำดิ่งลงมาในจิตใจเขาและเห็นถึงความโหยกระหายที่จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นมากเพียงไหน แต่ความเกลียดชังของเขามีมากมายเสียเหลือเกินและนั่นก็ไม่ได้เกี่ยวกับความมีพละกำลังเหนือมนุษย์อะไรทั้งนั้นอย่างที่มันคิดไว้เลย ที่เขาอยากแข็งแกร่งและมีพลังมากขึ้นก็เพื่อที่จะทำลายพวกอสูรน่าขันพวกนี้ไปให้สิ้นซากต่างหาก เขาไม่ได้อยากขึ้นไปอยู่เหนือใครทั้งสิ้น
 
            "เจ้านี่ดูฉลาดนะ แต่จริงๆแล้วก็หน้าโง่ไม่ต่างกับอสูรตนอื่นๆนั่นแหละ" อิซาโอะจับดาบของตนเองขึ้นตั้งท่า จ้องตรงไปที่อสูรตรงหน้าอย่างแน่วแน่ "อย่ามาเสนอพลังบ้าบอนั่นให้ข้า ในเมื่อข้าตั้งใจมาอยู่ ณ จุดนี้เพื่อทำลายพวกเจ้าเอง"

            "ปราณอสรพิษ กระบวนท่าที่ 2 เขี้ยวอสรพิษ!!!!" 
 
            สิ้นเสียงประกาศกร้าวของอิซาโอะ ร่างของอิซาโอะก็พุ่งเข้าไปฟาดดาบนิจิรินใบดาบสีม่วงลาเวนเดอร์ของตนเข้าสู่ร่างของอสูรข้างขึ้นฝ่ายตรงข้ามด้วยความไวชั่วพริบตาราวกับงูพิษที่พุ่งเข้าฉกเหยื่อ ความรุนแรงของดาบที่คมกริบเมื่อถูกวาดเข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรุนแรงแล้วก็ก่อให้เกิดแผลฉกรรณ์ โลหิตมากมายสาดกระเซ็นออกมาเป็นสาย เมื่อได้เห็นเช่นนั้นริมฝีปากของอิซาโอะก็ยิ้มเหยียดกว้างออกมาด้วยความสะใจ 

            การต่อสู้ในครั้งนี้ ยังไงซะพวกอสูรก็ต้องเป็นฝ่ายพินาศ!!

แก้ไขโดย Viper Winterbourne 05 July 2021 - 06:49 AM

3eDVHn1.png

WFgxmpl.png

1362c44ee0997d9b11ea8e7df6fd105a.png

be2a5d36ce4076e2703d53b7dde7416c.gif


#4 Shouhei J. Kinoshita (✔)

Shouhei J. Kinoshita (✔)
  • นักเรียนบ้านรูบีเลียม
  • 1796 โพสต์
  • เลขประจำตัว 1961

    • ไม้: ออลเดอร์ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: โค้งงอ
    เหรียญรางวัล
         

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 03:39 AM

QlmhMZf.jpg

Cr.ของผมเองค้าบบบ

 

ชื่อ-นามสกุล (ชาวญี่ปุ่น) : มัตสึไดระ ยาชิโระ (Matsudaira Yashiro)

อายุ : 18

เพศ : ชาย

 

พลังพิเศษ : สร้างหมอกที่จะทำให้มมนุษย์ที่อยู่ในนั้นพบการภาพหรือเสียงที่ทำให้คนคนนั้นทรมานอย่างถึงที่สุดจนต้องกรีดร้องออกมาแทบจะขาดใจตาย

 

ลักษณะทางกายภาพ : เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง มีมัดกล้าม ผิวขาวดังหิมะ นัยต์ตาสีเหลือง ผมสีเงินยาวมัดด้านหลังด้วยเชือกสีแดง เขามีรอยปานสีแดงที่เกิดมาพร้อมกับเขาช่วงบริเวณไหล่ซ้ายไปจนถึงมือด้านซ้ายที่เป็นลักษณะคล้ายกับหมอก

 

บุคลิกภาพ : ยาชิโระมีท่าทางที่สำรวม สุขุมจากการเลี้ยงดูในครอบครัวที่ร่ำรวยและเคร่งครัดในทุกๆเรื่อง

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : ยาชิโระเป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูลมัตสึไดระที่ร่ำรวย เขาเกิดในวันที่มีพายุหิมะโหมกระหน่ำ ผิวของเขาขาวซีดเหมือนหิมะ ดวงตาสีแดงดั่งลูกปัดและมีเส้นผมสีเงินที่ต่างจากคนในตละกูล ด้วยเหตุนั้นทำให้ตัวของยาชิโระมักถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกหลานของคิทซึเนะ เหล่าผู้คนที่ได้พบเห็นเขาจึงต่างหวาดกลัวเด็กชายคนนี้ ในวัยเด็กของเขาจึงได้แต่เก็บตัวอยู่ในบ้านของตระกูลมัตสึไดระเท่านั้น ไร้ซึ่งเพื่อนฝูงมีเพียงแม่และพ่อของเขาเท่านั้นที่ยังคงมองเขาเป็นลูกเสมอ ยาชิโระใช้เวลาในวัยเด็กของเขาไปกับการฝึกวิชาดาบและศิลปะการต่อสู้จากพ่อของเขาที่เป็นผู้นำของตระกูลและเป็นเสาหลักหมอกในขณะนั้น ยาชิโระเติบโตเข้ามาเป็นหน่วยพิฆาตอสูรตามรอยพ่อของเขา ด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนักจากผู้เป็นบิดาทำให้เด็กหนุ่มโดดเด่นกว่าใครๆในหน่วยสร้างความไม่พอใจให้กับเด็กคนอื่นๆ แต่ถึงกระนั้นยาชิโระก็ยังพอมีเพื่อนที่สามารถไว้ใจได้และร่วมสู้ด้วยกัน

 

              ในค่่ำคืนหนึ่งขณะที่ยาชิโระและเพื่อนร่วมกลุ่มอีกสองคนได้รับคำสั่งให้มาจัดการกับอสูรที่ออกอาละวาด แน่นอนว่าเด็กหนุ่มไม่รอช้าที่จะตรงเข้าไปจัดการกับอสูรที่ว่านั้นทันที เขาต้องกดำจัดมันให้ได้เร็วที่สุดโดยที่มิได้หยุดฟังคำทักท้วงจากเพื่อนร่วมทีม ยาชิโระจัดการใช้กระบวนท่าของปราณหมอกที่พ่อของเขาพร่ำสอนมาใส่อสูรตนนั้น แต่เพราะความแข็งแกร่งของอสูรตนนั้นที่มีมากกว่าทำให้เด็กหนุ่มพลาดท่าและทำให้เขานั้นบาดเจ็บสาหัสปางตาย เขานอนหายใจหอบรวยรินเสียงที่แหบพร่าพยายามเปล่งออกมาขอให้เพื่อนทั้งสองของเขาช่วย แต่กลับไร้ผลเพื่อนทั้งสองที่หลบอยู่กลับมองดูเขาที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้มสมเพชก่อนที่จะหนีหายไป หัวใจในตอนนั้นของเขาแตกสลาย คนที่เขาเรียกว่าเพื่อนกลับกลายเป็นใครไปเสียแล้ว ยาชิโระนอนรอความตายท่ามกลางหิมะที่ตกลงมาเช่นเดียวกับวันที่เขาเกิดก่อนที่บางอย่างจะปรากฎตรงหน้าของเขา คิบุตสึจิ มุซันยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับเด็กหนุ่มก่อนที่จะเปลี่ยนเขาให้กลับกลายเป็นอสูรไปนับจากนั้น...

 

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : เขาต้องการที่จะล้างแค้นและฆ่ามนุษย์ที่เขาเคยเรียกว่าเพื่อนทั้งสองคนนั้น ให้ทรามานที่สุด

 

ลักษณะนิสัย : ถึงภายนอกของเขาจะเรียบนึ่งแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้นิสัยที่อ่อนโยนมาจากผู้เป็นแม่และความทะนงตัวมากจากผู้เป็นพ่อ แต่นั่นเป็นนิสัยตอนที่เขาเป็นมนุษย์ แต่ในตอนนี้ยาชิโระมีนิสัยที่เจ้าเล่ห์เฉกเช่นจิ้งจอก ไร้ความรู้สึกและกระหายเลือดอยู่ตลอดเวลา เขาชอบที่จะได้เล่นกับเหยื่อด้วยความทรามานอย่างถึงที่สุดก่อนที่จะลงมือกินคนพวกนั้น

 

จุดแข็ง : ความว่องไว และทักษะการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาจากผู้เป็นพ่อก่อนที่จะมาเป็นอสูร ความเจ้าเล่ห์ 

จุดอ่อน : แสงแดด ดอกฟูจิ ครอบครัว

 
-------------------------------------------------
โรลเพลย์สถานการณ์สมมติไม่ต่ำกว่า 120 คำ
-------------------------------------------------
 
“แน่ใจหรือว่าเพื่อนของเจ้าไว้ใจได้”เสียงทุ้มเอ่ยออกมาท่ามกลางหมอกของเขาและเหล่าหน่วยพิฆาตอสูร ท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนนั้นปรากฏตัวต่อหน้าเด็กหนุ่มที่ถือดาบนิจิรินไว้แน่น ตอนนี้หมอกของเขายังไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเห็นภาพหลอน แน่นอนว่าเขาจะเก็บไว้ใช้ทีหลังหากการเจรจาไม่สำเร็จตามที่เขาหวัง
 

“เจ้านั้นโดดเด่นเสียขนาดนี้ พวกคนในหน่วยคงอิจฉาเจ้ากันตาลุกเป็นไฟเชียว เพื่อนของเจ้าที่มาที่นี่ด้วยคงไม่ได้อิจฉาเจ้าใช่ไหม จะแน่ใจได้หรือว่าคนพวกนั้นจะไม่ปล่อยเจ้าไว้ที่นี่ให้ตายตามลำพังน่ะ”ยาชิโระเอ่ยก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆข้างๆเด็กหนุ่ม ตอนนี้หมอกของเขาลอยคลุ้งอยู่ทั่วผืนป่า การที่เด็กคนนี้จะหนีออกไปจากนี่คงไม่ใช่เรื่องง่าย แน่นอนว่ารวมถึงหน่วยพิฆาตอสูรคนอื่นๆที่กำลังหลงทางอยู่ในป่าตอนนี้ด้วย

 

“ข้ามีข้อเสนอมาให้กับเจ้า… มาเป็นอสูรเสียสิ อย่างเจ้าน่ะเป็นอสูรได้ดีเลยล่ะ ไม่สนใจหรือ?”มือหนาค่อยๆร่ายมนต์อสูรที่ทำให้คนที่อยู่ในหมอกมองเห็นภาพความทรมานอย่างช้าๆ การต่อสู้ของเด็กคนนี้เมื่อครู่ถือว่าใช้ได้ คงจะเสียดายน่าดูหากปล่อยให้เด็กคนนี้กลายเป็นเพียงอาหารจานโอชะของเขาเฉยๆ

 

“มีเพียงสองทางเลือกเท่านั้น เจ้าจะมาเป็นอสูรหรือจะกลายเป็นอาหารของข้าล่ะ”


แก้ไขโดย Shouhei J. Kinoshita (✔) 05 July 2021 - 03:41 AM

  • Selena Sutherland (✔), Olivia C. Sutherland (✔), Lisacyn V. DeArc (✔) และ 1 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

wnqndma.png

Shouhei J. Kinoshita | Ruberium | No.0994 | น้อนโชน่ารักมุ้บมิ้บที่สุดในสามโลก


#5 Lisacyn V. DeArc (✔)

Lisacyn V. DeArc (✔)
  • นักเรียนบ้านรูบีเลียม
  • 7879 โพสต์
  • เลขประจำตัว 4043

    • ไม้: ฮอร์นบีม | ยาว: 10 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: ไม่ยอมงอ
    เหรียญรางวัล
                              

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 03:54 AM

f9d1534fbc3589d07e2550af9d17b10c.jpg

@hong_monday1 (ต้นทวิตนักวาด คุณ HONG)

 

 

ชื่อ (ชาวญี่ปุ่น) : คาชิวาซากิ ริน

อายุ : 15

เพศ : หญิง

พลังพิเศษ : เป็นพลังเกี่ยวกับแมวกวัก (มนตร์อสูรวิฬาร์กวัก) เธอสามารถใช้พลังตนเองกวักทุกอย่างเข้ามาหาตนเองได้อย่างง่ายดายจากกระพรวนที่อยู่รอบตัว ทันทีที่กระพรวนสั่นมนตร์อสูรจะทำงานทันที ผู้ที่ต้องมนตร์อสูรนี้จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ราวตกอยู่ในสภังค์อันแสนซับซ้อน หรือความรู้สึกหลงใหลจนต้านตัวเองไม่อยู่ต่างรูปแบบกันไป เหยื่อที่ต้องมนตร์จะถูกกรงเล็บวิฬาร์แหลมคมจากตัวเธอสังหารภายในเสี้ยววินาทีจนสิ้นใจ เธอยังสามารถใช้ปลาคาร์ฟกระดาษกักขังและกลืนกินศัตรู ผู้ที่ถูกกลืนกินเข้าไปภายในนั้นจะไม่สามารถกลับออกมาได้อีกตลอดกาล

 

ลักษณะทางกายภาพ : ร่างเล็กบาง กะทัดรัดพกพาง่าย ใบหน้าหวานละมุน ดวงตากลมโตสีอำพันทอแสงประกายในที่มืด ผิวขาวผ่องอมชมพู โคนผมสีดำสนิทค่าย ๆ ไล่เฉดอ่อนปลายกลายเป็นสีบลอนด์สว่างยาวสลวยจนถึงเอวแต่ถูกรวบไว้ข้างหลัง มีเขาสองข้างงอกออกมาที่หน้าผาก มีรอยหนวดแมวสองข้างที่แก้ม 

 

บุคลิกภาพ : เป็นอสูรที่มีอารมณ์เดียว มักเห็นเธอยิ้ม หัวเราะ และสดใสอยู่เสมอ มีมารยาทที่ดีมักเอ่ยขอโทษ ขอบคุณ และสวัสดีตามวาระโอกาสที่เหมาะสม ไม่เว้นแม้แต่คราที่สังหารมนุษย์ เธอมักจะเอ่ยขอโทษทุกครั้งก่อนสังหาร และขอบคุณทุกครั้งเมื่อลงมือกินมนุษย์ผู้นั้นเสร็จ ทั้งใบหน้าหวานที่ยังคงเปื้อนรอยยิ้มสดใสอยู่อย่างเดิมจึงมักไม่ค่อยรู้ว่าแท้จริงแล้วตอนนั้นเธอกำลังรู้สึกอย่างไรอยู่กันแน่

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :  รินเป็นคุณหนูจากตระกูลเศรษฐีคาชิวาซากิ แต่ทว่าล่มสลายไปเมื่อ 12 ปีก่อนเพราะอสูรที่เธอเองก็ไม่รู้จักบุกเข้ามาทำลายและกวาดล้าง แม่ของเธออุ้มร่างเล็กของเด็กสาวในวัย 4 ขวบไปเก็บซ่อนไว้ในตู้ไม้เก่าก่อนที่จะถูกปลิดชีพลงต่อหน้าต่อตาของเธอที่แอบมองสอดส่องจากรูประตูตู้ที่แง้มออก หยาดโลหิตของมารดาสาดกระเซ็นไปรอบบรเวณไม่ต่างไปจากบิดาที่เข้ามาเพื่อปกป้องนาง พวกเขาถูกฆ่าตายจนสิ้น ส่วนน้องสาวฝาแฝดของเธอนาม รินะ ถูกสาวใช้และนักดาบของตระกูลพาหนีรอดไปได้ เหลือแต่เพียงตัวเธอที่มองภาพนั้นอยู่ในตู้ไม้เก่าที่ไม่มีใครเห็น. . .

 

รินะ.. พาข้าไปด้วย.. ได้โปรด..

 

"เจอ..ตัว.. แล้ว.. เด็กดี..." 

 

ประตูตู้ไม้ถูกแง้มออก พร้อมรอยยิ้มของอสูรที่มองเธอด้วยสายตาสนอกสนใจ น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั้นทำให้เธอตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไป ไม่รู้ว่าวันคืนหลังจากนั้นผ่านพ้นไปเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีรินเองก็เป็นอสูรข้างขึ้นลำดับต้น ๆ ของคิบุสึจิ มุซัน เสียแล้ว รินจำอะไรไม่ได้นอกเสียตนเองและชื่อของ รินะ ซึ่งเป็นน้องสาวฝาแฝดของตน . .

 

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : เพราะคาร์มีนักล่าอสูรแล้ว (คาชิวาซากิ รินะ)

 

ลักษณะนิสัย : สดใสร่าเริงอยู่เสมอ มักไม่ค่อยเห็นเธออยู่นิ่งได้เป็นเวลานาน รินมักจะคอยหาอะไรสนุก ๆ ทำแทบตลอดเวลา ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเธอก็จะหัวเราะ และสนุกสนานอยู่เสมอ เรื่องกระโดดโลดเต้นเป็นเรื่องปกติ และมักส่งเสียงพูดเจื้อยแจ้วไปตามประสาเป็นเรื่องธรรมดา

 

จุดแข็ง : ความว่องไว อารมณ์ที่มั่นคง ไร้ความปราณี สนุกสนานได้ตลอดเวลา

 

จุดอ่อน : แสงอาทิตย์ ดอกฟูจิฮานะ แมว

 

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

b71127439763f358.png

 

ภายใต้แสงจันทร์ตระหง่านยามราตรีที่หมองหม่นไม่ต่างไปจากแววตาของเสาหลักตรงหน้าที่เริ่มเหน้ดเหนื่อยจากการประมือกันมาครู่ใหญ่ รินยังคงนั่งแกว่งขาคู่เล็กไปมาด้วยรอยยิ้มอยู่บนต้นไม่ใหญ่ในป่าลึกท่ามกลางกองร่างของเหล่านักล่าอสูรที่ไร้วิญญาณ พลางเสียงจักจั่นร่ำร้องเพลงออกมาเป็นจังหวะไม่ต่างไปจากเสียงกระพรวนเจื้อยแจ้วที่ผูกติดอยู่ตรงข้อแขนและข้อขาเล็กๆของอสูรตัวน้อยพาให้เธอต้องคอยกระดิกนิ้วเล็กไปมาตามจังหวะอย่างเพลิดเพลิน. . . อา. . ไม่รู้ว่าตอนนี้ดอกสึบากิตรงบ้านหลังใหญ่นั้นจะบานหรือยังน้า ~

 

"อาเร้ะ!~ ...น่าสนใจจัง ดูเหมือนจะยังมีแรงเหลืออยู่สิน้าา"

 

เสียงใสเอ่ยพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ต่างไปจากเดิม ขยับปล่อยร่างเล็กถลาลงมาจากต้นไม้สูงก่อนจะหายตัววับมาโผล่ตรงหน้าเสาหลักที่น่าสนใจนั้นภายในพริบตาทั้งเสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งจากกระพรวนตรงจุดเดิมที่ยังไม่ได้จางหายไปไหนเลยแท้ ๆ

 

"ตอนนั้นบอกว่าชื่อรินะจังใช่อ้ะเปล่า?~"

 

หางปลาคาร์ฟขยับเคลื่อนเชยเชิดใบหน้าหวานของเสาหลักวิฬาร์ที่กำลังพยายามหลุดออกจากมนตร์อสูรของเธอสุดกำลังขึ้นมามองสบนัยน์ตาสีฟ้าใสตรงหน้าไม่วางตา น่าสนใจเหลือเกินทั้งพละกำลังและพลังปราณนี้ ไม่เคยมีใครต้านมนตร์อสูรของเธอได้มาก่อน ไหนจะทั้งดาบนิจิรินสามแฉกที่แหวกว่ายกลางอากาศได้อย่างไหลลื่นก่อนหน้านี้อีก พลันจังหวะนั้นดาบที่ตนกำลังชื่นชมก็ฟันฉับเข้าหางปลาคาร์ฟของเธอได้ในพริบตาจนทำให้รินชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งพร้อมดวงตากลมที่เบิดโพลงขึ้นอย่างตกใจ.. แต่นั่นกลับยิ่งสร้างความชอบใจให้แก่อสูรน้อยตนนี้เข้าไปใหญ่!

 

ไม่เคย.. ไม่เคยรู้สึกสนุกขนาดนี้มาก่อน!

 

ดวงตากลมสีอำพันจ้องเขม็งไปที่เด็กสาวตรงหน้าที่กำลังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆอย่างแสดงความต้องการ เธอค่อยๆก้าวขยับเข้าใกล้เสาหลักวิฬาร์อีกนิดพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจของอสูรตัวจ้อยราวกำลังจะได้ของเล่นใหม่จนลืมตัวไปเสียสนิทว่ามันใกล้ในระยะอันตรายไปเท่าไหร่

 

"รินอยากจะได้เพื่อนที่แข็งแกร่งแบบนี้ที่สุด! --มาเป็นอสูรกับรินเถอะรินะจัง มันต้องสนุกมากแน่ๆ!!"

 

"หรือไม่...ก็แค่ตายอยู่ที่นี่เสีย.."

 

"เลือกไม่เห็นจายากเลย.. เนอะ!"


แก้ไขโดย Lisacyn V. DeArc (✔) 05 July 2021 - 04:49 AM

  • Minnas M. Macdragulj (✔), Selena Sutherland (✔), Uriel M. Macdragulj (✔) และ 4 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

8DlGBdm.gif

Lisacyn V. DeArc | Ruberium Leader | 7367


#6 Serenity Ackerman (✔)

Serenity Ackerman (✔)
  • นักสะสมตัวยง
  • 4839 โพสต์
  • เลขประจำตัว 3625

    • ไม้: แบล็คทอร์น | ยาว: 11"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว
      ประดับแจสเปอร์แดง
    เหรียญรางวัล
                     

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 01:07 PM

xOGLJUm.jpg

 

Spoiler

 

Onimaru Kunitsuna (Touken Ranbu) Official Twitter @tkrb_ht 

ผู้วาดแฟนอาร์ต @ExtraVirgin_OO และ @satorosona

 

 

ชื่อ-นามสกุล (ชาวญี่ปุ่น) : Asakura Renji ( อาซากุระ เร็นจิ )

วัน - เดือน - ปีเกิด : 21 May 
อายุ : 22
เพศ : ชาย
ปราณที่เลือกใช้ : ปราณสัตว์ป่า
พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : อีกา เพศหญิง ชื่อ คาราสึ (แปลว่ากา) ดีจ้า 
ลักษณะทางกายภาพ : ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ สูง 188 ซม. ไหล่กว้าง ร่างกายกำยำแข็งแรง ผมสีขาว ดวงตาสีแดงเพลิง เร็นจิมักปกปิดดวงตาข้างซ้ายเอาไว้ด้วยผ้าคาดตาซึ่งถูกออกแบบโดยช่างตัดเสื้อประจำตระกูลอาซากุระ เขาจะถอดผ้าปิดตาออกและใช้ดวงตาข้างซ้ายในยามจำเป็นเท่านั้น ส่วนเขาข้างซ้ายเป็นเขาปลอมแต่ทำจากเขาสัตว์จริง ๆ ถูกเย็บติดกับผ้าคาดตา
บุคลิกภาพ : เป็นคนตัวใหญ่แต่ชอบทำอะไรเงอะงะ ซุ่มซ่ามนิด ๆ ออกแนวทึ่ม ๆ มากกว่าหล่อเท่ทั้งที่หน้าตาดี ไหล่กว้างแต่ชอบเดินห่อไหล่ เพราะไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง 
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : 
 
เร็นจิ เป็นพี่ชายคนโตของตระกูลอาซากุระ ตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องปราณสัตว์ป่า ถึงแม้ว่าตระกูลจะพึ่งถือกำเนิดเมื่อไม่กี่รุ่นที่ผ่านมา แต่ทายาทที่เคยมีก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีชื่อเสียงและได้รับการนับหน้าถือตาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะรุ่นปู่ หรือรุ่นพ่อ จนกระทั่งรุ่นล่าสุดที่มีเร็นจิ เป็นพี่ชายคนโตกับน้องชาย (20) ตัวแทนหมี และน้องสาว (18) ตัวแทนเสือ เร็นจิเป็นตัวแทนของกระทิงที่ดูดุดัน แต่อุปนิสัยของเร็นจิกลับตรงกันข้ามกับปราณที่ใช้โดยสิ้นเชิง ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วที่เร็นจิเกิดมาตัวเล็กที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นลูกคนโต ไหนจะนิสัยที่ไม่เข้ากับปราณสัตว์ป่าเลยสักนิด ทำให้เร็นจิไม่ค่อยได้รับความรักและความอบอุ่นจากคนในตระกูลเท่าที่ควร 
 
ตระกูลอาซากุระเป็นพันธมิตรกับตระกูลคุโระฮานะ (ปราณความมืด) มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เร็นจิเคยเจอโนบุเมะกับโคทาโร่(พี่ชายโนบุเมะ) มาก่อนสมัยที่ยังเด็กมาก เร็นจิชอบไปเล่นกับทั้งสองคนเสมอ เพราะพวกเขาเป็นคนดีและยอมรับในสิ่งที่เร็นจิเป็น แต่แล้วทั้งคู่ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นกระทันหันแบบไม่ทันได้บอกลา สำหรับเด็กชายเร็นจิแล้วมันเปรียบเสมือนโลกทั้งใบได้พังทลายราบเป็นหน้ากลอง เร็นจิเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่กดดันเขาทุกทาง แถมเขายังต้องฝึกฝนหนักกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว เพราะภาพลักษณ์เขาไม่เหมาะกับปราณสัตว์ป่าอีกด้วย
 
วันเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผลจากการฝึกฝนตัวเองอย่างหนักกว่าคนอื่น เร็นจิก็มีรูปร่างที่ใหญ่โต แข็งแรง และดูดุดันสมกับที่เป็นปราณสัตว์ป่าเสียที คงมีแต่นิสัยเท่านั้นที่ยังเหมือนเดิม เขาก็ยังคงเป็นเร็นจิที่อ่อนโยนเหมือนเดิม อยู่มาวันหนึ่งเขาทราบข่าวเรื่องครอบครัวของโนบุเมะถูกอสูรสังหารอย่างโหดเหี้ยม โคทาโร่หายตัวไป เหลือไว้เพียงโนบุเมะเท่านั้น แม้เขาจะรู้ข่าวช้าไปนานหลายปี แต่เมื่อรู้ข่าวปุ๊บเขาก็ดั้นด้นออกตามหาโนบุเมะทันที ไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้โนบุเมะมีชะตากรรมที่โดดเดี่ยวเหมือนกับเขาเด็ดขาด บางครั้งเขานึกโกรธตัวเองด้วยซ้ำที่กล้าเอาความเจ็บปวดของตัวเองไปเทียบกับโนบุเมะ ของเขามันก็แค่ขี้ปะติ๋ว มันสู้ของโนบุเมะไม่ได้เลยสักนิด จนกระทั่งในที่สุดเขาก็เจอโนบุเมะ เร็นจิโล่งใจที่โนบุเมะไม่ได้โดดเดี่ยว ข้างกายเธอมีคนอยู่ด้วยแล้ว แม้ว่าใจเขาจะเจ็บปวด แต่เป็นแบบนั้นแหละดีแล้ว 
 
เร็นจิได้เจอโนบุเมะอีกครั้ง พวกเขาก็มีเรื่องพูดคุยกันเต็มไปหมด เขาอยากรับเอาความเจ็บปวดของโนบุเมะมาแบ่งเบาบ้างสักนิดก็ยังดี ทำให้ตอนนั้นเองเร็นจิก็เริ่มมีความคิดอยากจะเป็นนักล่าอสูรเช่นเดียวกัน แต่ฝีมือเขายังอ่อนด้อยมาก เขาจึงบอกลาโนบุเมะอีกครั้งเพื่อขึ้นเขาไปฝึกฝนตัวเองอยู่ในป่าตามลำพังอีกหลายปี กลับลงเขามาอีกทีโนบุเมะกับคาสึโตะก็แยกทางกันแล้ว แถมดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าไปด้วย เพราะการทดสอบรอบสุดท้ายของหน่วยพิฆาตอสูรจบลงไปแล้ว เร็นจิรู้สึกยินดีที่ทั้งโนบุเมะและคาสึโตะสอบผ่านเป็นนักล่าอสูรทั้งคู่ พร้อมทั้งหมายมั่นปั้นมือเอาไว้ว่ารอบหน้าเขาจะไม่มีวันพลาดการทดสอบอีกแน่นอน 
 
จนกระทั่งในที่สุดเร็นจิก็ได้เป็นนักล่าอสูรเต็มตัว เขาได้เจอโนบุเมะอีกครั้ง และทราบข่าวว่าคาสึโตะเลิกเป็นนักล่าอสูรแล้ว แม้ว่าโนบุเมะจะไม่ได้เศร้าอย่างที่เขาคิด แต่ดูก็รู้ว่าเธอกำลังฝืนตัวเองอยู่ เพื่อปกป้องรอยยิ้มของเพื่อนเพียงคนเดียวเอาไว้ เป้าหมายต่อไปของเขาคือการขึ้นเป็นเสาหลักสัตว์ป่าให้จงได้ โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าการที่เขาสอบผ่านเป็นนักล่าอสูรตั้งแต่ครั้งแรกและรอดกลับมาแบบครบสามสิบสองได้นั้น ทำให้คนในตระกูลรู้สึกยินดีและยอมรับเขาในฐานะที่เป็นทายาทของตระกูลคนต่อไปในที่สุด 
 
สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : เพราะอสูรได้พรากรอยยิ้มไปจากใบหน้าของเพื่อนสนิท (ความเกลียดชังอสูร = 6.5 ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับอสูรโดยตรงเหมือนโนบุเมะหรือนักล่าอสูรคนอื่น ๆ )
ลักษณะนิสัย : ใจเย็น อ่อนโยน รักสัตว์ รักเด็ก เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนิสัยผิดแผกไปจากคนในตระกูลอาซากุระที่เป็นตระกูลปราณสัตว์ป่าที่ต้องดุดัน และน่ากลัว อุปนิสัยเร็นจิตรงข้ามกันหมดเลย 
จุดแข็ง : 
1. ร่างกายกำยำ สูงใหญ่ 
2. พละกำลังที่แข็งแรง (แต่ยังสู้ปราณหินผาไม่ได้) รวดเร็วเยี่ยงสัตว์
3. อ่อนโยน หนักแน่น มั่นคง
4. รักสัตว์ 
จุดอ่อน : 
1. ไม่ค่อยหลักแหลม ทึ่ม ๆ มักเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณ
2. ขี้ใจอ่อน
3. ถึงจะรูปร่างดีแต่บุคลิกไม่ค่อยดี ชอบห่อไหล่เพราะไม่มั่นใจในตัวเอง
 ความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น : คุโระฮานะ โนบุเมะ, ทากามิเนะ คาสึโตะ (อิอิ)
 
myoI7Sk.png
 
ผ้าคาดตาถูกเจ้าของปลดมันออกแล้ว บัดนี้ทุกสรรพสิ่งหยุดเคลื่อนไหวเมื่อได้มองสบดวงตาสีแดงเพลิงของเจ้าของปราณสัตว์ป่า อาซากุระ เร็นจิตวัดดาบนิจิรินของตัวเองขึ้นโดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากอสูรตรงหน้าเลยสักนิด ดวงตาสีแดงเพลิงที่มักอ่อนโยนกลับเปลี่ยนไปเมื่อเจ้าตัวอยู่ในโหมดสัตว์ป่าเต็มตัว ไม่ว่าใครก็ไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้ ไม่ว่าใครทั้งนั้น
 
"ตะกี้เจ้าพูดว่าไงนะ? จะชวนข้าไปเป็นอสูรงั้นเหรอ?" น้ำเสียงห้าวเอ่ยถามย้ำอสูรตรงหน้าที่ดูเหมือนจะชะงักกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนักล่าอสูรหนุ่ม พลังกดดันนั้นทำให้เพื่อนนักล่าอสูรด้วยกันยังรู้สึกหวั่น ๆ เลย แต่เขาจะไม่ปฏิเสธหรอก เพราะรู้ว่าถึงปฏิเสธไปก็เข้าทางอสูรตรงหน้าอยู่ดี
 
"ข้าจะไม่ปฏิเสธหรอก -- เพราะงั้นเจ้าอย่าชวนข้าเลย เสียเวลาเปล่าน่ะ เปลืองน้ำลายด้วย.." ชั่วเสี้ยววินาทีที่อสูรข้างขึ้นตรงหน้าแสยะยิ้มกับประโยคของเร็นจิ ดาบนิจิรินก็ถูกเจ้าของกวัดแกว่งอย่างรวดเร็วราวกับวงล้อ และก่อนที่วงล้อนั้นจะพุ่งเข้าหาอสูรนั้นเอง
 
"แล้วก็นะ ข้าก็มีเหตุผลของข้าอยู่ -- หนึ่ง ข้าไม่ชอบคนแบบคิบุสึจิ มุซัน" ถึงแม้ว่าอสูรข้างขึ้นจะหลบวงล้อของปราณสัตว์ป่ากระบวนท่าที่สามของเขาได้ แต่กระบวนท่าต่อมาที่เขาฟาดฟันใส่อย่างต่อเนื่องนั้นเอง รอยยิ้มของอสูรข้างขึ้นก็หายไป..
 
"สอง ข้ายังต้องขึ้นเป็นผู้นำตระกูลอาซากุระ" ด้วยกระบวนท่าที่หนึ่งทำให้ดาบของเขาเสียบทะลุคอของอสูรข้างขึ้นเข้าแบบพอดิบพอดี แต่เขารู้ .. แค่นี้ไม่มีวันทำให้อสูรร้ายตายหรอก เขาจึงชักดาบออกแล้วตวัดดาบอีกทีเพื่อเรียกใช้กระบวนท่าที่หกอย่างต่อเนื่อง ..อา ใช้กระบวนท่าติดต่อกันแบบนี้มีหวังแย่แน่เลย แต่มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น
 
"สาม ข้าต้องการเป็นเสาหลักสัตว์ป่า" คลื่นดาบจำนวนหกคลื่นปรากฏขึ้นเป็นรัศมีวงกว้างก่อนซัดเข้าหาอสูรตรงหน้าทันที และก่อนที่ฝ่ายตรงข้ามจะสิ้นท่า รอยยิ้มของเร็นจิก็กลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง
 
"ขออีกข้อได้ไหม?" เขาว่าขณะตวัดดาบขึ้นไพล่หลังตัวเองแล้วยิ้มกว้างแบบฉบับออกมา "สี่ เพราะที่ตรงนั้นไม่มีโนบุเมะอยู่ด้วย .. เพราะงั้นข้าจะไม่เป็นอสูรกับเจ้าหรอกนะ! ...  อะเร๊ะ? โทษที ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าปฏิเสธจริงด้วยแฮะ นั่นสินะ! ฮ่าๆๆๆๆ"

 

ปลาลิง - กระบวนท่าปราณสัตว์ป่าเป็นท่าเดียวกับของอิโนะสุเกะหมดเลยนะค้าบ สมมติว่าเร็นจิเกิดหลังอิโนะสุเกะหลายๆๆปีได้ม้ายนะ 555555


  • Minnas M. Macdragulj (✔), Selena Sutherland (✔), Olivia C. Sutherland (✔) และ 1 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

UBcQ3IG.gif

2h9UcXb.png

hOBNL9E.png

9DXlKmJ.gif

Serenity Ackerman | Ruberium | 2257


#7 Selena Sutherland (✔)

Selena Sutherland (✔)

    นักสัตว์วิเศษวิทยา

  • พ่อมดแม่มด
  • 4208 โพสต์
  • เลขประจำตัว 419

    • ไม้: มะเกลือ | ยาว: 11 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ไม่ยอมงอ
    เหรียญรางวัล
                  

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 09:50 PM

425194.jpg

(Tsubaki Kurogane)

Spoiler

 

ชื่อ-นามสกุล : ทาคาตะ สึบากิ

วันเดือนปีเกิด : 17 มีนาคม 1898

อายุ : 15

เพศ : หญิง

ปราณที่เลือกใช้ : ปราณบุปผา แตกแขนงมาจากปราณวารี ปราณต้นกำเนิดคือปราณตะวัน

พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : นกนางนวลหัวดำ เพศเมีย ชื่อว่ายูกิ

 

ลักษณะทางกายภาพ : เป็นเด็กผู้หญิงร่างเล็ก ตัวไม่สูงมาก ตากลมโต คิ้วหนาชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ ผิวขาวอมเหลือง ผมยาวถึงประมาณกลางหลัง มีหน้าม้า โดยปกติจะชอบมัดรวบหางม้า ประดับด้วยดอกสึบากิสีชมพูสดใส

บุคลิกภาพ : มีใบหน้าที่เคร่งเครียดตลอดเวลาโดยที่ไม่รู้ตัว ถ้าไม่นับตอนกินก็ขมวดคิ้วอยู่เสมอ

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : สึบากิเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลทาคาตะ ซึ่งเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงจากการส่งต่อปราณบุปผาและความเข้มงวดในกฎเกณฑ์ เธอมีพี่สาวหนึ่งคนนามว่าชิซูเอะ แต่ด้วยเพราะมีร่างกายที่ไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เกิด ทำให้แรงกดดันจากคนในตระกูลจึงตกไปที่สึบากิ พ่อและแม่นั้นเข้มงวดกับเธอมาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตวัยเด็กแตกต่างไปจากเพื่อน ๆ ในหมู่บ้านโดยสิ้นเชิง แต่เธอก็ยังคงคอยแบกรับภาระชื่อเสียงของตระกูลมาได้เสมอ และยังรักพี่สาวที่เอ็นดูเธอยิ่งกว่าอะไรมาตลอด

 

สึบากิทุ่มเทชีวิตตลอดวัยเด็กไปกับการฝึกฝน เหตุผลในตอนแรกนั้นเป็นเพราะชื่อเสียงตระกูล แต่ต่อมามันก็เปลี่ยนไป เพราะพี่สาวของเธอถูกอสูรทำร้ายจนสุดท้ายก็เสียชีวิตขณะเดินทาง ดอกไม้เพียงหนึ่งเดียวในใจของสึบากิได้จากไปอย่างไม่สามารถย้อนกลับมาได้ หลังจากนั้นเธอก็ฝึกเพิ่มเป็นเท่าตัว ออกเดินทางกับนกสื่อสารยูกิที่เธอพบเข้าโดยบังเอิญ เพื่อที่สักวันจะได้แข็งแกร่งพอ และสามารถแก้แค้นให้กับพี่สาวของตนได้

 

สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : พี่สาวเพียงคนเดียวของเธอถูกฆ่าตายโดยอสูร

ลักษณะนิสัย : สึบากิเป็นเด็กหญิงที่เติบโตมาพร้อมกับกฎต่าง ๆ ที่ถูกตั้งโดยคนในครอบครัว เลยทำให้มีนิสัยที่เคร่งครัดในกฎ เจ้าระเบียบ และไม่รู้จักคำว่ายืดหยุ่นเลย เป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา จนบางครั้งก็ออกจะขวานผ่าซากไปหน่อย ช่างสังเกต ละเอียดรอบคอบ เธอสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยความคล่องแคล่วว่องไว ชอบของหวานเป็นอย่างมาก 

จุดแข็ง : มีไหวพริบดี ช่างสังเกต เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไว แน่วแน่มั่นคง

จุดอ่อน : บางครั้งก็ขี้ระแวงจนมากเกินไป พูดจาขวานผ่าซากและเข้มงวดในกฎระเบียบมาก

 

 

เด็กสาวที่ถูกประดับด้วยดอกสึบากิสีชมพูสวยตา ทาคาตะ สึบากิ ขณะนี้ใบหน้าถูกแต่งแต้มเต็มไปด้วยโทสะ สีหน้าเคร่งเครียด มือข้างถนัดชักดาบออกมา กำด้ามดาบแน่นจนเหงื่อออกชุ่ม เธอกัดฟันกรอดขณะฟังข้อเสนอของที่ฝ่ายที่ดูเหมือนจะพล่ามออกมาไม่หยุด แม้เธอจะยังอ่อนปรสบการณ์มากนัก แต่ก็แยะแยกพวกวาจาหว่านล้อมเช่นนี้ได้ง่ายดาย ริมฝีปากสีสวยเริ่มเอ่ยขึ้นหลังเจ้าอสูรลั่นวาจาจบ

 

เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลเจ้างั้นรึ? พลังงั้นรึ? สึบากิเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทั้งที่ภายในใจนั้นเต็มไปด้วยความโมโหโทโส ฟังคำชักชวนจากใบหน้าอันเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายที่ยังคงไม่เปลี่ยนหัวข้อไปจากเดิมแม้แต่น้อย สายตาเหลือบมองสังเกตตรงจุดอ่อนของอีกฝ่ายในขณะที่มันยังคพูดพล่อย เมื่อคิดถึงสิ่งที่ท่านพี่ต้องเจอแล้ว จะให้เธอเลือกเดินทางเช่นนั้นได้อย่างไร สึบากิไม่ทนรอฟังวาจาชวนเสียเวลาอีกต่อไป และเริ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาจ้องมองไปที่อีกฝ่าย ไฟความแค้นในใจของเธอเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาจนไม่สามารถอดกลั้นได้อีกต่อไป อสูรจอมละโมบอย่างพวกเจ้า ก็มีจุดจบเดียวเท่านั้นแหละ ...

 

แววตาของเธอเปลี่ยนไป  มันให้ความรู้สึกโกรธแค้น แต่ก็ดูนิ่งสงบไปในทีเดียวกัน ก็คือตายยังไงล่ะ! สองฝ่าเท้าขยับเข้าที่เข้าทางอย่างรู้งาน ดาบในมือของสึบากิตวัดเป็นวงโค้ง บิดเป็นเกลียวในทีเดียวและส่งแรงไปยังอสูรตรงนั้นอย่างจัง

 

ปราณบุปผา กระบวนที่ 4 ผ้าคลุมเบนิบานะ!

 

d2699c77da5112ac838a6882e080bf59a81f3846


  • Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

YGtG5U3.gif
 

Selena.png


#8 Lilit Serpens

Lilit Serpens
  • นักเรียนบ้านแอมเบอเรียน
  • 204 โพสต์
  • เลขประจำตัว 6932

    • ไม้: สน | ยาว: 9 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว

โพสต์เมื่อ 05 July 2021 - 10:43 PM

EirGJDA.jpg

www.deviantart.com/dewjar

ชื่อ (ชาวญี่ปุ่น) : โรมาจิ คิตซึเนะ

อายุ : 68

เพศ : ชาย

พลังพิเศษ : ใช้หางจิ้งจอกสะบัดไปรอบๆให้ฝุ่นตีขึ้นมาให้เกิดเป็นภาพลวงตา

 

ลักษณะทางกายภาพ : ร่างกายผอมตัวเล็ก ผมสีดำปลายม่วง ดวงตาดำวาว มีหางสีขาว

 

บุคลิกภาพ : เป็นคนเจ้าเล่ห์ มีเล่ห์เหลี่ยมสูง มักจะใช้ลักษณะภายนอกที่ดูน่ารักและภาพลวงตาล่อลวงผู้คนให้มาติดกับ

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : 

 

     คิตซึเนะ เป็กเด็กหนุ่มที่เกิดมาแล้วใช้ชีวิตอย่างยากลำบากทุกอย่างล้วนเลวร้ายไปหมด ครอบครัวของเด็กหนุ่มนั้นยากจนเป็นอย่างมากแล้วก็ยังมีอสูรบุกหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง แต่อสูรก็ยังไม่เคยโผล่มาให้เด็กหนุ่มเห็นเลยสักครั้ง มีแต่เพียงแต่ประกาศเตือนเท่านั้น เมื่อมีเสียงประกาศเตือนผู้คน ทุกคนในหมู่บ้านก็มักจะอพยพหนี เมื่อเห็นเหตุการณ์สงบก็มักจะกลับบ้านมาแล้วพบว่าของในบ้านหายไปทุกครั้ง แต่วันนึงทุกอย่างก็เปิดเผยว่าเป็นฝีมือของเศรษฐีในหมู่บ้าน ครอบครัวของเด็กหนุ่มเสียใจแล้วเศร้าเป็นอย่างมาก ครอบครัวของเด็กหนุ่มก็ได้แต่กอดปลอปและบอกรักเขา

 

     ก่อนจะพาเขาไปเดินเล่นที่ป่าแถวหมู่บ้านแล้วก็ชวนเด็กหนุ่มเล่นซ่อนแอบโดยให้เด็กหนุ่มนั้นได้เป็นคนหา ก่อนจะได้ทิ้งเด็กหนุ่มไว้ที่นั่นแล้วให้เขาได้นับถอยหลัง คิตซึเนะก็ทำตามที่บอก 10 9 8 ... 2 1 0 เด็กหนุ่มเปิดตาออกมาก็เจอแต่ความว่างเปล่าและก็ป่าเขา เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากได้แต่ร้องไห้ปล่อยให้น้ำตาไหล ก่อนที่ท่านผู้นั้นจะได้มาพบเขา และมอบเลือดให้

 

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : ถูกทิ้ง โดนคนรอบตัวหักหลังและหลอกลวง

 

ลักษณะนิสัย : ขี้เล่น เธอมักจะเล่นกับเหยื่อทุกคนโดยการหลอกล่อพวกเขาเหมือนที่เขาโดน และเล่นกับพวกเขาก่อนจะกินเสมอ

 

จุดแข็ง : ว่องไว เเข็งแรง การแสดง

 

จุดอ่อน : แสงอาทิตย์ ดอกฟูจินะ ความอ่อนโยนของมนุษย์

 

โรลเพลย์สถานการณ์สมมติ

 

'มาเข้าร่วมกับพวกเราสิครับ'

 

     เด็กหนุ่มกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มแล้วขำเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดหลบการโจมตีของดาบเมื่อสักครู่ เด็กหนุ่มใช้ภาพมายาอีกครั้งให้ร่างของเขาหายไปแล้วกลายเป็นน้องสาวของนักล่า พร้อมเรียกนักล่าออกไป

 

'พี่คะช่วยด้วย หนู...กำลังจะ... พี่ต้องเเข็วแกร่งขึ้นนะคะ'

 

     เมื่อกล่าวจบฝ่ายตรงข้ามก็ใช้อันมีเอกลักษณ์ของเขา ปราณตะวันทำให้มีไฟเคลือบไปที่ดาบพุ่งเข้ามาใส่เด็กหนุ่มเต็มๆ ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับการแสดงของตนเอง ทำให้มีรอยบาดที่คอและรอยแผลถลอกรอบหัวไหล่ เด็กหนุ่มยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่คนตรงหน้าแข็งแกร่งขนาดนี้

 

'ไม่สนใจมาเข้าร่วมกับอสูรจริงๆหรอคะ พี่ชายไม่อยากเก่งขึ้นเพื่อมาช่วยหนู แม่ และผู้คนหรอคะ'

 

     เด็กหนุ่มกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหวานและรอยยิ้มที่เหมือนน้องสาวของนักล่าขณะที่ร่างกายยังเป็นร่างปกติอยู่


  • Selena Sutherland (✔), Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

Q6R0rXT.png

gsvbMsa.pngPzdbyvS.pngOdQQF4Y.png
Amberian House | Magician Bank No. 0045


Lilit Serpens


#9 Kelly B. Sutherland (✔)

Kelly B. Sutherland (✔)
  • นักเรียนบ้านแซฟฟาเรีย
  • 6527 โพสต์
  • เลขประจำตัว 1227

    • ไม้: ฮอว์ทอร์น | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี
    เหรียญรางวัล
            

โพสต์เมื่อ 06 July 2021 - 05:10 PM

IMG_20210705_082540.jpg
 
เฟซเคลม : Bokuto Kotaro จาก Haikyuu! (แฟนอาร์ตจากคุณ @sachi_1203 บนทวิตเตอร์)
ชื่อ-นามสกุล : โบคุโตะ โทชิโร่ (Bokuto Toshiro | 木兎 利朗)​
วัน - เดือน - ปีเกิด : 20 กันยายน 1889
อายุ : 24 ปี
เพศ : ชาย
ปราณที่เลือกใช้ : ปราณวายุ
พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : นกฮูกอาคาอาชิโมริสีน้ำตาล เพศผู้​ ชื่อ เคย์จิ
 
ลักษณะทางกายภาพ : ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ และมีกล้ามเนื้อ ผิวขาว ผมตั้งชี้แหลมสีขาวแซมดำ ดวงตากลมโตสีอำพันคล้ายนกฮูกและคิ้วที่หนาเป็นเอกลักษณ์​
บุคลิกภาพ : อกผายไหล่ผึ่งหลังตรง และมีความมั่นใจ พลังงานล้นเหลือ มักสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีขาว ดำ และทองเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสีประจำสำนักฟุคุโรดานิริว
 
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :
               โทชิโร่เป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลโบคุโตะ ซึ่งเป็นตระกูลที่ดูแลและสืบทอดสำนักดาบฟุคุโรดานิริวมาช้านาน เขามีพี่สาวสองคนที่เขารักและเป็นห่วงมาก โทชิโร่ในวัยเด็กและตอนโตนั้นไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก เขามีความมั่นใจและร่าเริง อีกทั้งยังหลงใหลในศิลปะการฟันดาบเป็นอย่างมาก ในตอนที่โทชิโร่ยังเด็ก เขามักจะไปเฝ้าดูพ่อของเขา โบคุโตะ ทาเคยูกิ  ซึ่งเป็นอาจารย์ในสำนักดาบฟุคุโรดานิริวสอนเหล่าลูกศิษย์อยู่เสมอ จนเมื่อเขาโตพอที่จะเล่าเรียนในสำนักได้ โทชิโร่ก็เริ่มฝึกหนักมาตั้งแต่นั้น โทชิโร่เป็นคนมีพรสวรรค์​ ในการฝึกซ้อมเขามักจะทุ่มแรงกายและแรงใจลงไปในแต่ละกระบวนท่า ดังคติของสำนักที่ว่า "จงใส่จิตวิญญาณ​ลงไปในทุกการฟาดฟัน" แต่นั่นก็ทำให้ไม่มีใครอยากจับคู่ฝึกซ้อมกับเขาเท่าไหร่นัก คงจะมีแต่อาคาอาชิ โคตะ เพื่อนในวัยเด็กเท่านั้นที่ยอมเป็นคู่ซ้อมให้กับโทชิโร่จนดึกดื่น
 
               โทชิโร่นั้นเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง และเผื่อแผ่พลังงานอันมากล้นที่เขามีไปให้กับผู้อื่นด้วย แต่เขาก็ยังมีนิสัยที่ยังแก้ไม่หาย และคงจะมีคนเดียวที่สามารถรับมือและสามารถผลักดันเขาให้หลุดพ้นจากสภาวะเหล่านั้นได้ คือ โคตะ นั่นเอง พวกเขาได้เข้าร่วมฝึกฝนอย่างหนักหน่วง โทชิโร่คงไม่สามารถขึ้นมาเป็นเสาหลักวายุอันแข็งแกร่งได้ หากไม่มีโคตะคอยสนับสนุน แม้ว่าโคตะจะจากไปตั้งแต่หกปีก่อนแล้วก็ตาม จากการที่อสูรข้างขึ้นตนหนึ่งบุกเข้าโจมตีสำนักดาบฟุคุโรดานิริวในตอนที่พวกเขาอยู่ฝึกซ้อมจนดึกดื่น เรียกได้ว่านั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเลือกเขาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม เพื่อเข้าหน่วยพิฆาตอสูร แทนที่จะรับช่วงต่อดูแลและฟื้นฟูสำนักดาบฟุคุโรดานิริวต่อจากทาเคยูกิ
 
สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : เพราะอสูรได้พรากชีวิตของ อาคาอาชิ โคตะ เพื่อนสนิทในวัยเด็กที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจเขาตลอดตั้งแต่เด็กยันโต
ลักษณะนิสัย : โทชิโร่เป็นคนร่าเริง เป็นมิตร และขี้เล่นเป็นบางครั้ง เขามีนิสัยเข้ากับคนอื่นได้ง่าย และมั่นใจในตัวเอง เวลาเจออุปสรรคก็มักจะฝึกฝนมันซ้ำ ๆ จนกว่าจะผ่านมันไปได้ แต่หากสิ่งที่พยายามทำนั้นไม่สำเร็จก็มักจะงอแงเหมือนเด็ก ๆ เป็นคนขี้ใจน้อยเมื่อเทียบกับขนาดร่างกายและอายุ
จุดแข็ง : มุ่งมั่นทะเยอทะยาน, มั่นใจในตนเอง, พละกำลังและพลังงานที่มากล้น
จุดอ่อน : เมื่อเจออุปสรรคแล้วมักจะตะบี้ตะบันผ่านไปให้ได้ แต่ถ้ายังผ่านไปไม่ได้ก็จะไม่ทำอะไรเลย, ต้องได้รับเสียงเชียร์และเยินยอถึงจะมีกำลังใจ, เมื่อใช้กระบวนท่าไหนได้ดีแล้ว ก็จะลืมวิธีใช้กระบวนท่าอื่น
 
 
โรลเพลย์สถานการณ์สมมติ
 
bokuto-toshiro-head.png
"เฮเฮ่เฮ้! นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นเจ้าพวกอสูรข้างขึ้น ลิ่วล้อของเจ้าบ้านั่นนี่เอง" 
 
โทชิโร่ส่งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ออกมา ก่อนจะหรี่ดวงตากลมโตสีอำพันราวกับนกฮูกไปยังอสูรเบื้องหน้า รอยยิ้มประดับบนใบหน้าต่างจากแววตาที่ฉายแววจริงจัง มือหนากระชับดาบในมือก่อนจะตรงเข้าไปฟาดฟันทันทีอย่างไม่รอช้า
 
"คิดจะชวนข้าไปเป็นอสูรงั้นหรอ ชาตินี้ก็ไม่มีทางซะหรอก! เพราะข้า! ท่านโบคุโตะคนนี้! ไม่มีทาง! ที่จะเข้าร่วมกับพวกอสูรเด็ดขาด!" 
 
โทชิโร่กระโดดขึ้นสูงก่อนจะตวัดดาบในมือสร้างกระแสลมหมุนใส่อสูรตรงหน้าด้วยปราณวายุกระบวนท่าที่ 8 ปลายปีกถลาลม ลมพายุที่เกิดขึ้นจากคมดาบ เข้าเชือดเฉือนอสูรข้างขึ้นอย่างฉับไว แต่อสูรตนนั้นกลับไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่นัก นั่นยิ่งทำให้โทชิโร่เริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาและพยายามใช้กระบวนท่าอื่น ๆ ฟาดฟันต่อไปไม่หยุด และในจังหวะที่กำลังเข้าใกล้เจ้าอสูรตนนั้น มันก็เอ่ยประโยคที่ทำให้โทชิโร่ชะงักไปและถูกโจมตีกลับ
 
"ชิ!" ชายหนุ่มที่ถูกโจมตีจนกระเด็นมาไกลถ่มเลือดลงกับพื้น ดวงตากลมสีอำพันหรี่มองอสูรตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง "อย่าเอาเรื่องของโคตะมาล้อเล่นนะ! ยังไงซะ ข้าก็ไม่เข้าร่วมกับพวกเจ้า!"
 
โทชิโร่ประกาศกร้าว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อสูรตนนั้นราวกับคนบ้า โทชิโร่ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง เขาใส่จิตวิญญาณ​ของตนในทุกครั้งที่ใช้ปราณวายุฟาดฟันอสูรตรงหน้า ไม่มีโคตะคอยสนับสนุนเขาอีกต่อไปแล้ว และเขา โบคุโตะ โทชิโร่ จะขอยืดหยัดต่อสู้กับอสูรและคิบุตสึจิ มุซัน ในฐานะเสาหลักวายุที่แข็งแกร่ง เพื่อให้โคตะได้ภูมิใจ! 
 
"ดูข้าเอาไว้ล่ะโคตะ!" 

  • Selena Sutherland (✔), Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

CxXclPt.png

lSCkpn2.png

qkVB6Xj.png

fDQIm4c.gif


#10 Hitona Manami

Hitona Manami
  • นักเรียนบ้านรูบีเลียม
  • 1647 โพสต์
  • เลขประจำตัว 6813

    • ไม้: วอลนัต | ยาว: 9 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: ปานกลาง
    เหรียญรางวัล
         

โพสต์เมื่อ 06 July 2021 - 05:46 PM

ภาพตัวละคร :

110764_KquurW9W.png

เฟซเคลม : ทำเองโดยใช้เว็บpicrew
ชื่อ (ชาวญี่ปุ่น) : ชิโรกิ อารุนะ
อายุ : 16 ปี
เพศ : หญิง
พลังพิเศษ : เทมาริดูดโชค เสียงเคาะบอลเทมาริของเธอจะดูดโชคของมนุษย์ที่ได้ฟังเข้ามาอยู่ในบอล แล้วนำโชคพวกนั้นมาเพิ่มให้กับตนเอง ส่งผลให้เธอเป็นอสูรที่โชคดีมาก และไม่มีนักล่าอสูรคนไหนเห็นร่างจริงของเธอได้
ลักษณะทางกายภาพ : เป็นอสูรสตรีที่มีรูปร่างงดงามราวกับนางฟ้า ผมสีเงินยาวสลวย มีหูจิ้งจอกสีขาว คิ้วหนา ตาสีแดง
บุคลิกภาพ : เป็นคนขี้เล่น รักสนุก มีเสียงที่ไพเราะ มักทำตัวเหมือนเด็กเล็ก ๆ
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :
ชิโรกิ อารุนะ เป็นเด็กสาวผู้เกิดและเติบโตอยู่ในเกียวโตกับแม่ของตนเพียงสองคน เธอกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก แม่ของเธอทำงานเป็นช่างตัดชุดยูคาตะมีฐานะค่อนข้างยากจน แต่ก็สามารถอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ถึงแม้จะมีเพียงสองคนแม่ลูกก็ตาม ตั้งแต่ยังเล็กอารุนะแทบไม่มีของเล่นดี ๆ อย่างเด็กคนอื่น ๆ เขา แม่ของนางจึงได้ตัดสินใจแอบเอาเศษผ้ายูคาตะที่ได้จากการทำงานมาเย็บทำเป็นลูกบอลเทมาริเป็นของขวัญวันเกิดให้กับอารุนะ พร้อมสอนให้เธอได้ร้องเพลงเล่นเทมาริให้ด้วย ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาที่เธอมีความสุขมาก จนกระทั่งในวันหนึ่งเมื่อตอนอารุนะอายุ 6 ขวบ
ในวันนั้นอารุนะได้เข้าไปเดินเล่นบอลเทมาริอยู่ในป่าแถวบ้านของตน ก็รู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงรีบวิ่งกลับบ้านของตนกลับพบว่าบ้านของตนนั้นถูกไฟไหม้ และพบเห็นอสูรตนหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับนักล่าอสูรอยู่ จากการต่อสู้นั้นเกิดประกายเพลิงและเปลวเพลิงไปทั่วบริเวณ แล้วบ้านของเธอก็โดนลูกหลงจากการต่อสู้นั้นด้วย อารุนะตัดสินใจวิ่งฝ่าเข้าไปในกองเพลิงนั้นหวังจะช่วยแม่ของตน แต่มันไม่ทันเสียแล้วแม่ของนางได้เสียไปท่านกลางกองเพลิงที่เผาไหม้บ้านของนางจนไม่เหลือแม้นเถ้าธุลี แต่โชคร้ายของเธอยังไม่สิ้นสุด หลังจากที่เธอเอาชีวิตรอดพาร่างไร้วิญญาณของแม่ออกมาจากกองเพลิงได้ แต่เธอก็ไม่มีที่ที่จะไป สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือเทมาริที่แม่ของเธอทำให้ เธอถือมันติดตัวไปด้วยตลอดเวลา เพื่อใช้แทนใจแม่ของตน แต่ตอนนี้เธอทำได้เพียงเดินร่อนเร่ไปในเมือง เหล่าผู้คนในเมืองต่างกล่าวกันว่า เธอนั้นช่างโชคร้าย เสียทั้งแม่ เสียทั้งบ้านในคืนเดียวกัน ต้องมาเป็นเด็กเร่ร่อน แต่ก็ไม่มีใครยื่นมือช่วยเหลือเธอเลยสักคน เอาแต่พูดให้เด็กน้อยดูน่าสงสารว่าช่างโชคร้าย จนวันหนึ่งเธอก็สลบไป ฟื้นขึ้นมาอีกก็มีท่านผู้นั้นมอบเลือดให้
สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : เพราะโชคร้าย
ลักษณะนิสัย : ขี้เล่น ขี้กลัว มีนิสัยคล้ายแมวเชื่องตัวหนึ่ง มักไม่โจมตีมนุษย์โดยตรง แต่เพียงดูดโชคของเขามาแล้วทำให้ตายไปเอง
จุดแข็ง : ซ่อนตัวเก่ง มีความเร็วมาก ชอบใช้พลังของตนมากกว่าใช้กำลัง
จุดอ่อน : แรงน้อย สู้ไม่ค่อยเก่ง ขี้กลัว

โรลเพลย์สถานการณ์สมมติไม่ต่ำกว่า 120 คำ


เสียงเคาะเทมาริและเสียงเพลงเล่นเทมาริอย่างสนุกสนามของเด็กสาวดังไปทั่วป่ายามค่ำคืน แต่ถึงอย่างนั้นสมาชิกหน่วยพิฆาตอสูรก็ไม่อาจมองเห็นหรือรับรู้ที่มาของเสียงนั้นได้ จนกระทั่งเพลงนั้นจบลงตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาว เสียงใสดังขึ้น
“วิชาเลือดอสูร เทมาริดูดโชค”
ละอองแสงสีทองที่อีกฝ่ายมองไม่เห็นถูกดูดเข้ามาในเทมาริคู่กายของอารุนะ ก่อนที่เธอจะขึ้นไปนั่งบนต้นไม้
“เอาล่ะ! โชคร้ายแบบไหนจะรอเจ้าอยู่กันนะ”
เธอนั่งชมเหตุร้ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับหน่วยพิฆาตอสูรตรงหน้าอย่างบันเทิงใจ ก่อนที่เธอจะตะโกนกับหน่วยพิฆาตอสูรข้างล่างว่า
“ช่างโชคร้ายจริง ๆ เลยนะเจ้านี่
เธอกล่าวเยาะเย้ยผู้เคราะห์ร้ายตรงหน้า อย่างเพลิดเพลินใจ จนกระทั่ง
“นี่…มาเป็นอสูรกับข้าสิ แล้วข้าจะคืนโชคให้ ไม่อย่างนั้น…”
เธอดีดนิ้วพาผู้เคราะห์ร้ายไปอยู่ตรงริมหน้าผา ที่หากถอยหลังอีกแค่ก้าวเดียวก็อาจร่วงลงไปได้เลย เธอแสยะยิ้มเดินถือเทมาริในมือ
“นี่ ๆ มาเป็นอสูรด้วยกันเถอะนะ มีเรื่องสนุก ๆ เยอะแยะเลยนะ มาด้วยกันสินะ”

แก้ไขโดย Hitona Manami 06 July 2021 - 05:48 PM

  • Olivia C. Sutherland (✔), Serenity Ackerman (✔), Spencer Fox (✔) และ 1 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

wyR5iJa.png
9Cr8IGI.gifBpP0hZS.png4H1IxZv.png


#11 Aqua W. DeArc (✔)

Aqua W. DeArc (✔)
  • นักเรียนบ้านแอมเบอเรียน
  • 5753 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5488

    • ไม้: ซิลเวอร์ไลม์ | ยาว: 11"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: แข็ง
    เหรียญรางวัล
                  

โพสต์เมื่อ 06 July 2021 - 11:11 PM

image0.png

 

( จิ้ม ๆ จาก Picrew ค้าบบบ )

 

ชื่อ : เทตสึกะ เอย์จิ

อายุ : 37 ปี

เพศ : ชาย

พลังพิเศษ : เมื่อได้จ้องตากับใครแล้วจะสามารถสร้างภาพมายาให้กับอีกฝ่ายได้ โปรดปราณการสร้างภาพความกลัวที่สุดในจิตใจให้กับอีกฝ่าย

ลักษณะทางกายภาพ : อสูรหนุ่มความสูงประมาณ 180 เซนติเมตร รูปร่างผอมบาง เรือนผมสีเทา ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากอดีตและการต่อสู้ ดวงตาสีแดงข้างหนึ่ง และสีดำข้างหนึ่ง มีเขาสีดำที่ขมับทั้งสองข้าง

บุคลิกภาพ : สุภาพ ขี้เล่น ไม่ชอบพูดคำหยาบ ใบหน้ามักมีรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเป็นมิตรประดับอยู่เสมอ แต่งกายด้วยชุดยูกาตะสีพื้นทั่วๆ ไป มักคลุมหน้าด้วยผ้าโพกศีรษะเพราะไม่ต้องการให้คนทั่วไปเห็นรอยแผลเป็น

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :

 

เทตสึกะ เอย์จิ ลูกชายคนเดียวของตระกูลขุนนางที่เปรียบดั่งเป็นจุดสูงสุดของชนชั้นในเกาะเล็กๆแห่งหนึ่ง ครอบครัวของเขาเป็นเหมือนขุนนางตัวอย่าง พ่อของเขากระทำงานด้วยความซื่อสัตย์และความชอบธรรมเสมอมา นั่นทำให้เขาถูกเลี้ยงดูมาเป็นเด็กชายที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ ทรัพย์สินต่างๆที่มี ก็ได้มาจากหยาดเหงื่อแรงกายของผู้เป็นพ่อทั้งนั้น

 

เหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นในคืนหนึ่งที่พระจันทร์ดับมืด หมู่บ้านของเขาได้ถูกโจรที่ล่องเรือทะเลโจมตีจนเรียกได้ว่าราบเป็นหน้ากลอง พวกมันเข้ามาบุกทำร้ายและปล้นของมีค่าออกไปแทบทั้งหมด บ้านของชาวบ้านหลายคนถูกไฟเผาไหม้เป็นจุน คนในครอบครัวของเขาเฝ้าเพียรได้แต่อ้อนวอนขอชีวิต เขาคิดว่าเมื่อพวกมันได้ของที่ต้องการแล้วมันจะปล่อยพวกเขาไป

 

แต่นั่นไม่เป็นไปตามที่คิด พ่อแม่ของเขาถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา เงินทองทั้งหมดถูกยกเก็บไป เสียงหัวเราะของพวกคนเหล่านั้นยังฝังแน่นในความทรงจำ เด็กชายนั่งตัวสั่นเทาและยกมือไหว้คุกเข่าเพื่อขอชีวิต แต่พวกมันก็ไม่ได้ใยดี ความกลัวเกาะกินจิตใจของเขาจนเขายอมทิ้งศักดิ์ศรีเงินทองทุกอย่าง เสื้อผ้าหรูหราและเครื่องประดับที่เขาสวมอยู่ถูกยึดไปทั้งหมด  

 

“พวกคนรวย ต้องเจอแบบนี้ซะบ้าง หากินกับความลำบากคนจนมาเยอะ ฮ่า ๆๆ สะใจจริงๆ”

 

ทันทีที่ได้ยินความโกรธแค้นที่ไม่รู้ที่มานั้นทำให้เขาโมโหมาก กริชเล็กๆ ที่พ่อเขาให้พกเอาไว้เพื่อป้องกันตัว เสียบแทงเข้าไปที่อกของโจรคนหนึ่ง ชายคนนั้นล้มลงสิ้นใจในทันที แต่ทว่าพวกที่เหลือของมันกลับเข้ามารุมกระทืบ ฟัน กรีดใบหน้าของเขา พร้อมกับควักลูกตาของเขาอีกหนึ่งข้างจนเขาเสียการมองเห็น

 

. . . ทั้งๆ ทื่ทำดีมาโดยตลอด . . ทำไมพวกคนเลวพวกนั้นถึงได้มาทำแบบนี้กับเรา . . .

 

เด็กชายวัยสิบห้าปีนอนคุดคู้รอความตายอยู่อย่างนั้น ความหวาดกลัวทำให้น้ำตาของเขาไหลออกมา มันปนเปไปกับเลือดจนไม่สามารถแยกกันได้ เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเดียวดายที่สุดในชีวิตของเขา

 

“ มาอยู่กับข้าสิ . . ข้าจะมอบดวงตาใหม่ให้กับเจ้า . . และเจ้าจะได้มอบความกลัวและบทเรียนที่แสนยุติธรรมให้กับคนพวกนั้นอย่างไรล่ะ “

 

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : ความแค้นที่มีต่อมนุษย์ที่ละโมบอยากได้ของผู้อื่นแบบไร้จุดหยั่งถึง ทำให้เขาอยากจะมอบบทเรียนให้กับคนเหล่านั้น

ลักษณะนิสัย : สุภาพ ไม่พูดจาหยาบคาย เป็นอสูรที่เรียกได้ว่าเป็นสุภาพบุรุษ รอยยิ้มของเขามักจะประดับบนใบหน้าเสมอ โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นอีกฝ่ายแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวออกมา

จุดแข็ง : ใจเย็น , ช่างเจรจาโน้มน้าวได้เก่ง , ฉลาด , ว่องไว

จุดอ่อน : พลังโจมตีทางกายภาพด้อยกว่าอสูรอื่น , ฟูจิฮานะ , เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขที่แท้จริงของพวกมนุษย์

 

 

โรลเพลย์สถานการณ์สมมติ

 

แสงจากดวงจันทร์ถูกบดบังไปด้วยเงาของเมฆก้อนใหญ่ ร่างสูงเดินออกมาอย่างใจเย็น เขาทรุดกายลงไปนั่งข้างๆ กับชายอีกคนที่เขารู้ว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วยพิฆาตอสูร นิ้วเรียวยกสั่งราเมงอีกชาม โดยไม่สนใจความงุนงงที่ปรากฏบนหน้าของอีกฝ่าย

 

“ สวัสดีครับ . . ข้าเทตสึกะ เอย์จิ “ เขาเอ่ยพลางส่งยิ้มบางไปให้อีกคนและค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นดวงตาสองสี เขาจับจ้องที่ดวงตาอีกฝ่ายก่อนที่จะใช้พลังเรียกเอาภาพที่น่ากลัวที่สุดในก้นบึ้งของหัวใจอีกคนออกมา เขานั่งมองอีกฝ่ายที่แสดงสีหน้าหวาดผวาจนล้มทรุดลงไปกับพื้นร้านราเมง และยกมือปรามพนักงานที่ทำท่าเหมือนว่าจะเข้ามาช่วย

 

รอยยิ้มพอใจผุดพรายขึ้นบนใบหน้า เขาเห็นว่าอีกฝ่ายหน้าซีดเผือดและเริ่มกัดฟันกรอดอย่างโมโห ก่อนที่จะเหวี่ยงกำปั้นของเขาไปในอากาศราวกับต้องการจะต่อยกับใครสักคน . . “ แย่จังนะครับ . . ที่คนรักของท่านโดนคนร่ำรวยกว่าแย่งไปเช่นนั้น . . “ เขาเอ่ยเสียงเบา พลางยื่นมือออกไปเพื่อพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น

 

|

 

“ มนุษย์น่ะ เปราะบางมากนะครับ . . ทั้งร่างกาย แล้วก็จิตใจ . . “

 

เขาเว้นช่วงเบาๆ ก่อนจะช่วยพยุงอีกฝ่ายขึ้นมาก่อนที่จะจ้องตาอีกฝ่ายและสร้างภาพมายาให้เขาเห็นว่าตัวเองนั้นด้อยค่าและไร้การยอมรับอย่างที่สุดในหน่วยพิฆาตอสูร “ ความรักจากคนรัก ท่านก็ถูกช่วงชิงไป . . . การมีตัวตนในหน่วยนี้ ก็เหมือนจะเป็นเพียงอากาศ . . . “ เสียงกรีดร้องของชายคนนั้นดังขึ้นราวกับระบายความอัดอั้นในใจออกมา . . เหอะ จุดอ่อนคือ การต้องการความรัก ความสนใจสินะ . . เขลาเสียจริง

 

“ แต่สำหรับข้าน่ะ . . ข้ามองว่าท่านแข็งแกร่งมากนะครับ . . แถมยังมีค่า มากกว่าที่จะมาเสียใจเรื่องคนรักหรือเรื่องที่ไม่ได้รับการยอมรับในหน่วยนั่นด้วย “ มือเรียวผายออกอีกครั้งไปยังชายตรงหน้าที่กำลังสับสน ดวงตาเขาดูอ้างว้างมากเหลือเกิน

 

“ มาอยู่ในที่ที่ต้องการท่านเถอะครับ . . ที่ที่ ท่าน มี ตัว ตน “ . . . หรือจะตายดีนะ  ?. . . เขาส่งรอยยิ้มบาง ๆออกไปพร้อมยื่นมือให้อีกฝ่ายใกล้ขึ้น ขณะที่มืออีกข้างถือกริชที่ซ่อนเอาไว้ในสาบเสื้ออย่างมิดชิด


แก้ไขโดย Aqua W. DeArc (✔) 06 July 2021 - 11:14 PM

  • Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

OcIqY8h.jpg

H U F F L E P P U F F    H O U S E  | 4 t h    Y e a r  |  7 2 1 8

6.gif


#12 Uriel M. Macdragulj (✔)

Uriel M. Macdragulj (✔)
  • นักเรียนบ้านแซฟฟาเรีย
  • 5739 โพสต์
  • เลขประจำตัว 526

    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ดีดตัว
    เหรียญรางวัล
            

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 12:11 AM

euIIch9.png?1

 

 

เฟซเคลม : งานวาดจากคุณ @_ASAKURA0801
 
ชื่อ-นามสกุล (ชาวญี่ปุ่น) : Yamamori Koharu | ยามะโมริ โคฮารุ | 山森 小春
 
อายุ : 20 ปี (อายุตอนก่อนมาเป็นอสูร)
 
เพศ : หญิง
 
พลังพิเศษ : มนต์อสูรโลหิตเกี่ยวกับลม สามารถควบคุมและแปรสภาพลมได้อย่างอิสระ ไม่ว่าในพื้นที่บริเวณนั้นจะมีมวลของลมมากน้อยแค่ไหนก็ตาม โคฮารุมีพัดญี่ปุ่น หรือ เกียวเซนซุ เป็นของประจำกายที่เป็นเหมือนสื่อกลางในการควบคุมพลังของตัวเอง
 
ลักษณะทางกายภาพ : หญิงสาวรูปร่างเพรียว มีสรีระที่ดูคล่องตัวและพลิ้วไหว ผิวขาวอมชมพู เรือนผมสีดำสนิทล้อมดวงหน้ารูปไข่เหยียดยาวถึงสะโพก ผูกไว้ด้วยผ้าผูกผมสีดำตรงปลายผมที่เหลือบแดงสดเล็กน้อย คิ้วเรียวโค้งดูคล้ายกับจันทร์เสี้ยว ดวงตาเรียวเล็กสีอำพัน รูปจมูกโด่งทรงหยดน้ำรับกับริมฝีปากรูปกระจับสีแดงสด ตรงแก้มด้านขวามีสัญลักษณ์รูปสายลมวนสีดำ นางมักจะสวมใส่กิโมโนสีดำหรือไม่ก็กิโมโนสีเข้มแทนที่จะใส่สีสันฉูดฉาดผิดกับลักษณะนิสัยที่รักสวยรักงาม 
 
บุคลิกภาพ : โคฮารุเป็นหญิงสาวที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ พูดจาฉะฉาน และมีความสามารถในการพูดจาโน้มน้าวใจคน โดยเฉพาะบุรุษเพศได้อย่างยอดเยี่ยม นางมักซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้หน้ากากจิ้งจอก และปกปิดรอยยิ้มไว้เบื้องหลังพัดเกียวเซนซุ (พัดญี่ปุ่น) เพื่อไม่ให้ใครมองเห็นสีหน้าที่แท้จริงของนางได้ 
 
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : 
 
โคฮารุ เป็นบุตรสาวคนโตของ ยามะโมริ คาไซ เจ้าสำนักดาบยามะโมริ สำนักดาบที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดมิยางิ นางเป็นบุตรีคนโตที่เกิดจาก มาซาโกะ ภรรยาคนที่สอง มีน้องชายร่วมสายเลือดหนึ่งคน และพี่ชายกับน้องสาวต่างมารดา (จากภรรยาคนแรกของบิดา) อีกสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ สึกุโยะ -- เพื่อนสนิทของสองฝาแฝดโอคามิสึกิ (ชินและฮิเมะ) ด้วยเพราะช่วงวัยที่ไม่ได้ต่างกันมากนัก ทำให้นางได้มีโอกาสทำความรู้จักกับฝาแฝดโอคามิสึกิผ่านสึกุโยะไปโดยปริยาย แต่ก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ผิวเผินเพียงเท่านั้น 
 
พอถึงคราวย่างเข้าสู่วัยสิบหกปี ช่วงเวลาแห่งความสุขของโคฮารุเริ่มสิ้นสุดลงอย่างเชื่องช้า เมื่อทุกคนในครอบครัวพบว่าสึกุโยะ บุตรีคนเล็กของบ้านเกิดล้มป่วยด้วยโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา ซึ่งลำพังการดูแลคนป่วยอย่างสึกุโยะนั้นไม่ได้ทำให้โคฮารุรู้สึกขุ่นเคืองใจอะไรเลย ในทางตรงกันข้าม นางกลับรู้สึกเจ็บปวดเสียใจมากกว่าที่ต้องทนเห็นน้องสาวอันเป็นที่รักจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน กระนั้น ลึกลงไปแล้ว โคฮารุก็อดที่จะรู้สึกหวั่นใจไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะต้องตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับน้องสาวในสักวันหรือไม่ และความคิดนั้นก็ทำให้ความหวาดกลัวก่อตัวขึ้นโดยที่นางเองก็ไม่ทันได้รู้ตัว
 
เวลาผ่านไปราวหนึ่งปีเศษ สึกุโยะจากทุกคนในครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ ซึ่งการจากไปของน้องสาวไม่เพียงแต่จะทำให้โคฮารุโศกเศร้าเสียใจเท่านั้น แต่มันยังสร้างความโกรธเคืองที่นางมีต่อ โอคามิสึกิ ชิน ชายผู้เป็นรักเดียวของสึกุโยะอีกด้วย ไหนเล่าที่ทุกคนเคยบอกกับนางว่าเขาเป็นคนดีนักหนา แล้วไยตอนที่สึกุโยะล้มป่วย คนแสนดีคนนั้นถึงไม่เคยมาเหลียวแลน้องสาวของนางเลยสักครั้ง สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร น้องสาวผู้น่าสงสารของนางต้องจากไปอย่างโดดเดี่ยว โดยที่ชินไม่แม้แต่จะมารับรู้ จะมาร้องไห้เสียใจเอาภายหลังมันก็สายไปแล้วไม่ใช่หรือ แต่ทว่ากระแสความโกรธเคืองเหล่านั้นกลับคงอยู่ในใจนางได้ไม่นานนัก เพราะหลังจากที่สึกุโยะจากไปได้ไม่กี่ปี โคฮารุกลับต้องมาโชคร้ายล้มป่วยไปอีกคน เวลานั้น ความหวาดกลัวต่อความตายที่ฝังลึกมาเนิ่นนานจึงได้กลับมากัดกินหัวใจของนางอีกครั้ง และในที่สุด อิสรภาพของโคฮารุก็ได้สิ้นสุดลง เช่นเดียวกับโลกทั้งใบของนางที่หดเล็กจนเหลือเพียงแค่พื้นที่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เท่านั้น 
 
วันเวลาผ่านไป อาการป่วยของโคฮารุทรุดหนักและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ความหวังที่อยากจะมีชีวิตรอดค่อยๆ มอดดับลงจนแทบไม่เหลือ น่าเศร้าที่โคฮารุในเวลานั้นทำได้เพียงแค่นอนรอความตายเหมือนที่ครั้งหนึ่งสึกุโยะเคยเป็น จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่งในฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนัก คิบุทสึจิ มุซัน ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พร้อมด้วยข้อเสนอที่จะทำให้นางหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานเหล่านี้ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเพียงข้อเดียว โคฮารุต้องกินสมาชิกในครอบครัวของตัวเองเพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป
 
จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี โคฮารุก้าวผ่านวันเวลาไปกับการล่อลวงบุรุษมาเป็นอาหารของตนเองคนแล้วคนเล่า รู้ตัวอีกที นางก็ก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างกับท่านมุซันในฐานะหนึ่งในอสูรข้างขึ้นเสียแล้ว แน่นอนว่า ความทรงจำเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ของนางได้เลือนรางลงไปมาก จะหลงเหลือก็เพียงแต่ ความทรงจำเรื่องสึกุโยะ และแรงโทสะที่มีต่อ โอคามิสึกิ ชิน เพียงเท่านั้น..
 
สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : อยากหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานจากโรคร้ายที่กำลังเผชิญ และอยากมีชีวิตที่ยืนยาว เลยเลือกที่จะเป็นอสูร (เหตุผลจริงๆ คือคิดถึงเจ้าชินคับ เลยเอาพี่สาวของคนรักเก่ามาเจอกับเจ้าชินสักหน่อย)
 
ลักษณะนิสัย : โคฮารุมีนิสัยที่เด็ดเดี่ยว ตัดสินใจได้เฉียบขาด และชอบทำอะไรเพื่อตัวเองมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นมนุษย์ เพราะเหตุนี้นางจึงไม่ลังเลที่จะรับข้อเสนอของมุซัน แม้ว่าจะต้องแลกมากับการกินทุกคนในครอบครัวก็ตาม อีกทั้งยังเป็นสตรีที่รักสวยรักงาม ชื่นชอบเครื่องประดับที่มีราคาแพง หรือข้าวของที่มีสีสันสวยงาม ผิดกับบุคลิกที่มักจะสวมใส่กิโมโนสีดำอยู่เสมอ และนอกจากการใช้เสียงอ่อนเสียงหวานในการพูดจาเพื่อเกลี้ยกล่อมคนฟังให้คล้อยตามได้โดยง่ายแล้ว โคฮารุยังเก็บซ่อนอารมณ์เก่ง ทำให้ยากแก่การคาดเดาความคิดและความรู้สึก
 
โคฮารุมีประโยคติดปากก่อนจะลงมือฆ่ามนุษย์ คือ “กิโมโนสีใดเหมาะกับข้า” 
 
จุดแข็ง : 
  • เคลื่อนที่ได้ว่องไว และพลิ้วไหว
  • คาดเดาอารมณ์/ความคิดยาก 
  • มีจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ตัดสินใจได้เฉียบขาด ไม่ค่อยลังเลกับอะไรง่ายๆ
  • มีความสามารถในการโน้มน้าวใจคน
 
จุดอ่อน : 
  • พระจันทร์ เนื่องจากทุกครั้งที่มองนั้นจะหวนนึกไปถึงน้องสาวที่ตายจากไป (สึกุโยะแปลว่าพระจันทร์)
  • แสงอาทิตย์
  • ดอกฟูจิฮานะ
  • คนที่ล่วงรู้อดีตของตนเอง
 
 
 
 
โรลเพลย์จำลองสถานการณ์
 
 
Yamamori-Koharu-head.png
 
 
 
“แหมๆ ไหนว่าตั้งแต่ผันตัวไปเป็นนักล่าอสูร เจ้าก็ฆ่าฟันอสูรไปตั้งมากมายมิใช่หรือ แล้วไยยามนี้เจ้าถึงเอาตัวรอดจากข้ามิได้เล่า”
 
เสียงหวานเปล่งออกมาอย่างรื่นหู ยามดวงตาสีอำพันจ้องมองร่างสูงของเด็กหนุ่มผู้ใช้ปราณเพลิงที่กำลังพยายามทรงตัวด้วยความยากลำบาก โคฮารุส่งเสียงหัวเราะคิกชอบใจ เมื่อเห็นว่าบาดแผลจากการต่อสู้อันยาวนานหลายชั่วโมงกำลังสำแดงฤทธิ์ อีกไม่นานคงจะหมดแรงต่อต้านเสียกระมัง 
 
“โถ ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังฝืนตัวเองน่าดูเลยนะ บาดเจ็บขนาดนั้นแท้ๆ น่าสงสารจริงเชียว”
 
โคฮารุแสร้งมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาเห็นใจ ซึ่งตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริงของนางนัก แม้ความทรงจำตอนเป็นมนุษย์จะเลือนรางลงไปมาก กระนั้น นางก็ยังจดจำได้ดีว่าคนตรงหน้าเคยทอดทิ้งสึกุโยะที่กำลังป่วยหนักไว้อย่างไรบ้าง อสูรสาวคลี่พัดเกียวเซนซุปกปิดรอยยิ้มหยันของตัวเอง ขณะแววตาสีอำพันยังคงปรากฏร่องรอยความสงสารจอมปลอมยามทอดมองร่างสะบักสะบอมตรงหน้า ช่างมีพลังใจจนน่าทึ่ง คงจะเป็นอาหารที่โอชะอยู่ไม่น้อย ติดก็แต่คำสั่งของท่านมุซัน และนางก็ไม่อาจหาญพอจะฝ่าฝืน 
 
“โอ๊ะ – ” โคฮารุหลุดอุทาน นางเบิกตากว้าง ก่อนจะตวัดพัดในมือ บันดาลให้ลมพายุลูกใหญ่ทำลายวงล้อเพลิงจนแตกเป็นเสี่ยงในคราวเดียว และเพียงชั่วกะพริบตาต่อมา ร่างสะโอดสะองในชุดกิโมโนสีดำก็ปรากฏเบื้องหลังของชิน พร้อมกับปลายเล็บยาวจรดใต้ลำคอของเด็กหนุ่มเสียแล้ว ริมฝีปากกรีดยิ้มร้าย พร้อมกระซิบข้างหูของชินเสียงหวาน “เจ้านี่ช่างน่าสนใจนัก ชิน – เจ้าคิดว่า กิโมโนสีใดเหมาะกับข้าเล่า”
 
“สึกุโยะคงเสียใจแย่ที่เจ้าตัดสินใจอย่างนี้.. ช่างโง่เง่า และขี้ขลาด”
 
“แต่ข้าไม่คิดว่าการเป็นอสูรเพื่อชีวิตยืนยาวจะเป็นเรื่องที่โง่เง่าหรอกนะ การปฏิเสธข้อเสนออันแสนหอมหวานเพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่างหากที่โง่เง่าสิ้นดี - ชินเอ๋ย เจ้าเองก็รู้มิใช่หรือ ว่าชีวิตของมนุษย์นั้นไม่เคยจีรัง หากไม่จากไปด้วยโรคร้าย ก็จากไปเพราะอายุขัย แล้วอย่างนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่มาเป็นอสูรกับข้าเล่า”
 
“....”
 
“ลองคิดให้ดีเถิด ชิน” โคฮารุกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม นางลากปลายพัดไปตามบ่ากว้าง ก่อนตวัดสายมองเสี้ยวหน้าที่เอี้ยวมองของเด็กหนุ่ม จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเปลือกไม้ที่สะท้อนแววแข็งกระด้างเย็นชา
 
 
“...ว่าเจ้าจะเลือกชีวิตที่ยืนยาวเหมือนข้า หรือจะมีชีวิตเหมือนใบไม้ที่ร่วงหล่นอย่างมนุษย์”
 

แก้ไขโดย Uriel M. Bathory (✔) 07 July 2021 - 12:20 AM

  • Minnas M. Macdragulj (✔), Olivia C. Sutherland (✔), Kelly B. Sutherland (✔) และ 3 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

neoAf3Z.png

Uriel M. Macdragulj || Sappharea House || MAGICIAN BANK No. 2564 || Snowman.

qI2QP34.png

CZT9gV5.png


#13 Jae S. DeArc (✔)

Jae S. DeArc (✔)
  • นักเรียนบ้านเบริลลีส
  • 1060 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5709

    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 13"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: แข็ง
    เหรียญรางวัล
            

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 12:53 AM

580.png?width=541&height=541

Spoiler

 

เฟซเคลม : ทามาโมะ จากเกมส์องเมียวจิ
ชื่อ (ชาวญี่ปุ่น) : สึบาราชิ คิเคียว
อายุ : 127ปี 
เพศ : ชาย
พลังพิเศษ : ฮิโตดามะ(ไฟวิญญาน) สึบาราชิจะรำพัดพร้อมสร้างลูกไฟปีศาจทำให้ผู้ที่สัมผัสจะตกอยู่ในความลุ่มหลงจนไม่อาจสู้ต่อไปได้ไม่ว่าสึบาราชิจะพูดอะไรก็จะเชื่อจนสนิทใจหรือยอมตายถวายหัวเพื่อสึบาราชิ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออสูร หรือใช้พัดตัดคอของศัตรูไปเลย

ลักษณะทางกายภาพ : ชายหนุ่มแต่กายด้วยชุดกิโมโนแบบผู้หญิงสีดำทอง เปิดช่วงไหล่ตกแต่งโอบิด้านหลังให้คล้ายหางของสัตว์ป่าส่วนด้านหน้าผูกเป็นปมแบบที่โออิรัน แต่งแต้มหน้าด้วยเครื่องสำอางทั้วใบหน้าผิวขาวซีดปากและตาสีแดง ประดับทรงผมด้วยเครื่องประดับทองคำ รองเท้าเกี๊ยทรงสูง

บุคลิกภาพ : กริยางดงามมีการวางตัวเยี่ยงนางเกอิชาชั้นสูง จะระวังการพูดจาเพราะน้ำเสียงที่ใช้พูดต้องเหมือนเป็นสตรีคนหนึ่ง ดูใจดีเกินกว่าที่จะเป็นอสูรได้ จะถือพัดบังที่ปากของตัวเองเสมอ
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :

สึบาราชิ คิเคียวแต่เดิมเป็นเด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในย่านเรินรมย์กัยเหล่าพี่สาวเกอิชาที่ชุบเลี้ยงเขามา ด้วยความที่สึบาราชิมีใบหน้าที่งดงามทำให้การปลอมตัวว่าเป็นเด็กผู้หญิงนั้นเป็นไปได้ง่ายจนไม่มีใครผิดสังเกตุเขาอยู่ร่วมฝึกศิลปะร่วมกับเหล่าไมโกะจนมีควาชำนาญและโดดเด่นจนเป็นที่น่าจับตามอง จนย่างเข้าวัยรุ่นการเติบโตยิ่งทำให้เขาเริ่มเหมือนชายหนุ่มยิ่งขึ้นนั้นทำให้เขาและเหล่าเกอิชาแก้ปัญหาให้เขาแต่งหน้าให้จัด สวมเสื้อผ้าใหญ่ให้พลางร่างกายเกือบทุกส่วนรองเท้าสูงให้คาดเดาส่วนสูงได้ยากบวกกับความสามารถที่มียิ่งส่งผลให้สึบาราชิเป็นดูที่จับต้องได้ยากและมีราคาแพง

แต่ความสงบไม่เคยอยู่กับเรานาน คืนหนึ่งระหว่างที่สึบาราชิกำลังกลับไปที่หอนางโลมเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นจากด้านในพร้อมเสียงด่าทอต่อว่าแม้ว่าเด็กหนุ่มจะรีบเข้าไปช่วยเหลือแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วลูกค้าที่เมามายทำร้ายร่างกายเกอิชาจนบาดเจ็บเกือบถึงชีวิตรวมถึงเขาด้วย สึบาราชิตระหนักได้ว่าเขาอ่อนแอเกินไปที่จะปกป้องใครได้แม้กระทั่งตนเองนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนมาอาละวาดเยี่ยงนี้เพียงแต่ครั้งนี้คงจะหนักว่าครั้งไหนๆ ร่างของชายหนุ่มปริศนายื่นมือเข้ามาช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นมาพร้อมพูดอะไรซักอย่าเขาจำไม่ได้แต่รู้ตัวว่าพอได้สติอีกทีเขาก็กลายเป็นปีศาจไปเสียแล้วพร้อมกับกองเลือดของชายคนนั้นที่สยบแทบเท้า

ร่ายกายที่หยุดการเจริญเติบโต พลังที่แข็งแกร่งแต่กลับสู้แสงอาทิตย์ไม่ได้จากที่อยู่หน้าม่านก็ไปอยู่หลังม่านสึบาราชิอุทิศชีวิตที่เหลือของตนเองปกป้องย่านเรินรมย์ที่ตัวเองอาศัยอยู่หญิงสาวทุกคนได้รับการปกป้องจากเขาในทางกลับกันพวกนางก็ยังปกป้องเขาจากนักล่าอสูรเช่นกัน ดื่มกินเลือดเนื้อของผู้ที่มาหาเรื่องหลอกล่อผู้ตรวจการให้ออกไปจากอาณาเขตของเขาที่ดินทั้งแทบตกเป็นของสึบาราชิโดยสมบูรณ์โดยไม่มีใครสงสัย

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : จำไม่ได้ตอนนั้นกำลังหมดสติ ถือซะว่าเป็นการต่อชีวิตตัวเองก็แล้วกัน

ลักษณะนิสัย : ดูเป็นผู้หญิงที่เงียบเรียบร้อย ลึกลับ ค่อนข้างเป็นมิตรเพราะไม่ได้มีความแค้นกับมนุษย์คนไหนยกเว้นจะโดนหาเรื่องก่อนต่อให้ตายก็ต้องตายด้วยมือของเขาเอง ถ้าได้รับความช่วยเหลือจะตอยแทนจนถึงที่สุด
จุดแข็ง : ใจเย็น มีความเป็นมนุษย์สูง มีผู้ช่วยที่ดี(เกอิชา)จำนวนมาก
จุดอ่อน : ผู้หญิงที่น่าสงสาร การต่อสู้ที่ใช้กำลังมาก  ใจอ่อนเกินที่จะฆ่าคนซักคน

--------------------------------------------

โรลเพลย์จำลองสถานการณ์

--------------------------------------------

 

        เสียงรองเท้าเกี๊ยดังขึ้นยามราตรีที่เงียบสงัดพร้อมกับร่างของสาวงามร่างกายใหญ่กว่าสตรีนางอื่นตรงหน้านักล่าอสูรตัวน้อยที่เตรียมจะชักดาบมาสะบั้นคอของเขา “สาวๆ หลีกทางให้ข้าหน่อย” เสียงทุ้มเอ่ยขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเหมือนหญิงสาว สึบาราชิถือพัดมาบังที่ปากของตัวเองระหว่าที่รอเกอิชาที่ออกมารับหน้าให้เขาถอยกลับไปที่หอเสียก่อน “สึบาราชิไม่คิดว่าจะมีผู้มาเยือนในยามนี้จึงไม่ไดเเตรียมของต้อนรับ”  ปลายดาบพุ่งเฉียดหน้าของเขาไปเพียงนิดเดียวเรียกเสียงกริ๊ดที่อยู่รอบๆตัว “แหม่ๆ แบบนี้ลูกๆของสึบาราชิก็ตกใจสิ” เสียงหุบพัดดังขึ้นเบาๆ รอยยิ้มร้ายปรากฏที่ใบหน้าของชายหนุ่มยิ่งทำให้น่าขนลุก เขาเดินเข้าไปใกล้ๆกับเด็กชายที่ยืนเตรียมสู้เขา  “ท่านมุซันขอความช่วยเหลือ สึบาราชิไม่อาจปฏิเสธได้” สึบาราชิพูดพึมพัมกับตัวเองเบาๆรอเหล่าลูกสาวของตัวเองอยู่ในที่ปลอดภัย

 

ลูกไฟหลายลูกรวมตัวกันท่ามกลางความมืดมิดของย่านเริงรมย์ เป็นเวลาเดียวกับที่สึบาราชิเริ่มขยับพัดของตัวเอง  ลูกไฟทั้งหมดก็พุ่งไปที่เด็กชายคนนั้น “อย่าทำให้ลำบากเลยข้าไม่อยากทำแบบนี มาเขาร่วมกับพวกข้าเสียเถิด” สึบาราชิเริ่มรำไปเรื่อยๆระหว่างที่โจมตีนักล่าอสูรไปด้วย เสียงหัวเราะของชายหนุ่มดังขึ้นเบาๆเมื่อก็ผ่านมาพอสมควรแล้วทั้งเขาและนักล่าอสูรกับยังไม่มีใครโจมตีกันได้ ท่านมุซันน่าจะชอบเด็กหนุ่มผู้นี้แน่ เขาไล่ตอนนักล่าอสูรออกไปตรงลานกว้าง เพื่อให้ความเสียหายนั้นเกิดน้อยที่สุด

“เจ้าเนี่ยน่าสนใจเสียจริง” สึบาราชิกระโดดถอยไปด้านหลังเพื่อตั้งหลัก นางยกพัดขึ้นมาบังที่ปากของตัวเองด้วยความเคยชินระหว่างที่มองหาจุดอ่อนของอีกฝ่าย ลูกไฟกลับมาหาที่เจ้าของอีกครั้งเตรียมการโจมตีครั้งต่อไป การประทะเริ่มขึ้นอีกครั้งพวกเขาทั้งผลัดกับตั้งรับและโจมตี จนในที่สุดลูกไฟก็พุ่งเข้าใส่เด็กหนุ่มนักล่าอย่างจัง รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเด็กนั้นหยุดนิ่งไปแล้ว สึบาราชะปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ที่กิโมโนเล็กน้อยแล้วเดินไปใกล้ไอีกฝ่าย

 

“มาเป็นอสูรกับข้าสิ พูดออกมา ข้าอยากเป็นอสูรจะแย่แล--” เสียงหวานกล่าวยั่วยวนผู้ที่ตกอยู่ภายใต้มนต์ของอสูรแต่เหมือนสึบาราชิจะชะล่าใจไปนิดทำให้เด็กหนุ่มนั้นแทงดาบเข้ามาที่ช่องต้องของเขาได้สึบาราชิรีบผลักตัวเองออกมาจากวงดาบ “เจ้าต้านทานสึบาราชิได้หรอ หายากมากผู้ที่ไม่ลุ่มหลงในข้า” เสียงหัวเราะเบาๆของสึบาราชิดังขึ้นมา เหมือนงานนี้จะตึงมือเสียแล้วแรงก็จะหมดแถมเด็กนี้ก็ลุ่มหลงเขาได้ยากเสียด้วย “ถ้าได้เจ้ามาเป็นอสูรคงเป็นสิงที่ตอบแทนท่านมุซันได้อย่าสาสม คิๆ”


แก้ไขโดย Jae S. DeArc (✔) 07 July 2021 - 12:53 AM

  • Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

gIaPJJE.gif

 


#14 Liam D. Cernunnos (✔)

Liam D. Cernunnos (✔)

    พนักงานร้านแผ่นเสียง

  • นักสะสมตัวยง
  • 8818 โพสต์
  • เลขประจำตัว 1147

    • ไม้: แบล็คทอร์น | ยาว: 9 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว
      ประดับลาบราโดไรต์
    • มอร์ริเจียน

    เหรียญรางวัล
                                 

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 01:02 AM

Me6alW7.jpg?1

เฟซเคลม : ยืมรูป oc ของ > @heyethereal 1 @heyethereal  2

 

Spoiler

 

ชื่อ-นามสกุล : อิชิฮาระ ยูคิมูระ

วัน - เดือน - ปีเกิด :  6/7

อายุ : 20

เพศ : ชาย

ปราณที่เลือกใช้ : ปราณสายฟ้า

พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : อีกา สายพันธุ์ ฮาชิโบโซ / เพศผู้  / ชื่อ ซาจิ

 

ลักษณะทางกายภาพ : ยูคิมูระเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมดูปราดเปรียว แม้จะดูเหมือนบอบบางแต่ร่างกายของเขานั้นแข็งแรง เขามีผมสีดำเหลือบครามยาวตรง ผมส่วนท้ายทอยยาวถูกมัดรวบเอาไว้เป็นทรงหางม้า? ส่วนผมด้านบนถูกตัดให้ดูเป็นทรงสั้น นัยน์ตาสีเหลืองอำพัน ใบหน้าดูหวานคล้ายผู้หญิง รอบเปลือกตาถูกแต่งเติมด้วยสีน้ำตาลทองและสีส้มแดง เขามีรอยแผลเป็นที่แขนขวาเป็นทางยาวตั้งแต่ข้อศอกถึงข้อมือ มือหยาบกร้านจากการฝึกฝนหนัก

 

บุคลิกภาพ : แม้ว่าภายนอกของเขาจะดูเหมือนผู้ชายเจ้าสำอางและบอบบาง ไม่น่าจะเก่งอะไรสักอย่าง แถมยังชอบแจกรอยยิ้มไปเรื่อยเปื่อย แต่ภายในของเขานั้นเป็นคนที่มุ่งมั่นและกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา เขามักจะทำอะไรให้สำเร็จและบรรลุเป้าหมายในระยะเวลาสั้น ๆ แถมความอดทนของเขานั้นก็ค่อนข้างสูง ฝึกฝนเท่าไหร่ก็เหนื่อยช้ากว่าชาวบ้านเขา

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : ยูคิมูระเกิดในตระกูลอิชิฮาระซึ่งเป็นตระกูลนักล่าอสูรที่ส่งต่อปราณอัศนีมาจากรุ่นสู่รุ่น พ่อของเขาโยชิจิ เป็นเสาหลักปราณอัศนีและอยู่ในหน่วยนักล่าอสูร ส่วนแม่ของเขาคานาริ เป็นช่างตัดชุดประจำหมู่บ้าน เขาเป็นลูกชายคนโตของครอบครัวและมีน้องสาวฝาแฝดอยู่หนึ่งคนชื่อ ยูคิโนะ ตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ เขามักถูกแม่จับแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงอยู่ตลอดไม่รู้ว่าแก้เคล็ดหรืออยากได้ลูกสาวสองคนกันแน่ และถึงแม้ว่าพ่อจะไม่เคยห้ามอะไรเลยก็ตาม แต่สุดท้ายเขาก็ยังอยากให้ลูกชายดูเป็นลูกชายมากกว่านี้ ส่วนตัวยูคิมูระเองก็ไม่เคยขัดและแต่งตามใจแม่อยู่เสมอ

 

เมื่ออายุได้สิบขวบพ่อของเขาก็สอนวิชาดาบและปราณประจำตระกูลส่งต่อให้กับเขาร่วมกับน้องสาว แต่ส่วนใหญ่คนที่หมดความอดทนในการฝึกซ้อมก่อนจะเป็นยูคิโนะตลอด ซึ่งตัวเขานั้นชื่นชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้วจึงฝึกได้นานจนชำนาญกว่าน้องสาวมากโข ช่วงเวลาล่วงเลยผ่านไปจนเมื่อเขาและน้องสาวอายุได้สิบหกปี ทั้งคู่ก็ไปเข้ารับการทดสอบเข้าหน่วยนักล่าอสูรจนผ่านเข้าหน่วยมาได้อย่างสบาย ๆ หลังจากนั้นเขาก็ทำภารกิจร่วมกับน้องสาวมาโดยตลอดแม้จะมีบาดเจ็บไปบ้างแต่ก็ไม่เคยถึงตาย ผ่านไปสามปีที่เขาและน้องสาวตามฆ่าอสูรที่ทำร้ายมนุษย์มานักต่อนัก แต่ก็ยังไม่เคยพลาดท่าให้อสูรตนไหนเสียที

 

จนเมื่อล่าสุดที่มีอสูรตนหนึ่งยึดหมู่บ้านและฆ่าชาวบ้านในนั้นไปหลายคน เขากับน้องสาวต้องรีบไปช่วยเหลือคนในหน่วยที่เข้าพื้นที่ไปก่อนหน้าและไม่ได้รับข่าวคราวกลับมา แต่เมื่อทั้งคู่เข้าไปช่วยเหลือกลับต้องเผชิญหน้าโดยตรงกับอสูรข้างแรมตนหนึ่ง และก็เป็นน้องสาวของเขาเองที่พลาดท่าถูกมันฆ่าอย่างทรมานต่อหน้าต่อตาเขา ทำให้ยูคิมูระโกรธมากและพยายามไล่ฆ่าอสูรเพื่อแก้แค้นให้กับน้องสาว การต่อสู้กับอสูรตนนั้นใช้เวลานานพอสมควรจนในที่สุดมันก็หนีรอดไปได้ ทำให้เขาถึงกับทรุดลงในทันทีเมื่อต้องกลับมามองร่างอันไร้วิญญาณของน้องสาวตนเอง...

 

ปัจจุบันเขายังคงตามล่าอสูรตนที่ฆ่าน้องสาวอยู่ตลอด คอยตามสืบหาเบาะแสและฝึกซ้อมทั้งปราณและร่างกายของตัวเองให้เก่งขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อที่เจออสูรนั่นจะได้ฆ่ามันเพื่อแก้แค้นให้กับยูคิโนะ

 

สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : น้องสาวถูกฆ่าโดยอสูรข้างแรมตนหนึ่ง และเขาเองก็ตามล่ามันมาหนึ่งปีแต่ก็ยังไม่เจอตัวสักที

 

ลักษณะนิสัย : ยูคิมูระเป็นคนที่พูดจาสุภาพ เป็นมิตร ใจดี และขี้เล่น นอกจากนี้ยังเป็นคนที่กระตือรือร้นและมุ่งมั่นต่อเป้าหมายมาก ๆ และยังเป็นคนที่ชอบแจกรอยยิ้มอยู่ตลอด รักการกินเป็นชีวิตจิตใจ เป็นคนที่โกรธยากแต่เมื่อเขาได้ปล่อยความโทสะนั่นแล้วล่ะก็ถึงกับน่ากลัวเลยแหละ..แถมยังมีความอดทนสูงอีกต่างหาก แต่ถ้าเป้าหมายไม่สำเร็จเขาจะรู้สึกเศร้าและเสียใจมากกว่าใครในเรื่องของการพยายามจากการมุ่งมั่น 

 

จุดแข็ง : มีความคล่องแคล่วว่องไว, มีความอดทนสูงทั้งร่างกายและจิตใจ, กินจุมาก, มุ่งมั่นทะเยอทะยาน

จุดอ่อน : ความล้มเหลวจากเป้าหมาย, ของเผ็ดมาก ๆ, น้องสาวของตัวเอง

 

 

 

 

5DHNRLO.png

 

หลังจากการตามหาอสูรข้างแรมที่ฆ่าน้องสาวของตัวเองมาได้นานนับปีในที่สุดเขาก็พบมันเสียที ชายหนุ่มชักดาบของตนออกมาด้วยความแค้นและเข้าจู่โจมอสูรข้างแรมข้างหน้าในทันทีด้วยปราณสายฟ้าของตน การต่อสู้ที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบแต่ในที่สุดเขาก็สามารถเอาชนะมันได้และกำจัดมันเพื่อความแค้นที่สะสมมานาน

 

“ในที่สุดแกก็ตายได้เสียที! น้องสาวของข้าคงจะยินดีมากแน่ ๆ ที่แกไม่อยู่บนโลกนี้และทำร้ายผู้คนอีกต่อไป”

 

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยความสะใจแต่เมื่อร่างของอสูรข้างแรมเริ่มสลายหายไปกลับมีอสูรตนหนึ่งที่รับชมการต่อสู้ของเขาอยู่บนต้นไม้พร้อมกับปรบมือให้เขาก่อนที่จะเอ่ยชักชวนมาเข้าร่วมการเป็นอสูร ยูคิมูระหันไปตามเสียงพร้อมกับกำดาบในมือแน่น

 

“ข้าไม่สนใจ..”

 

ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะเริ่มจู่โจมด้วยปราณอัศนีของตน แต่ดูเหมือนว่าอสูรข้างขึ้นตรงหน้าจะเก่งเอาเรื่อง ยูคิมูระพยายามต่อสู้กับอีกฝ่ายแม้จะโดนเชิญชวนอยู่ตลอดเวลาที่ได้ลงคมดาบใส่

 

“ข้าไม่อยากเป็นพวกเดียวกับเจ้า หยุด! อย่ามาพูดถึงน้องสาวของข้า!!”

 

เมื่อได้ยินเรื่องราวของน้องสาวที่ถูกพ่นออกมาจากปากของอสูรสาวตรงหน้าทำให้เขาเพิ่มโทสะมากยิ่งขึ้น และถึงแม้ความเร็วของทั้งคู่จะพอ ๆ กันแต่อสูรตรงหน้าเขาก็ยังคงเหนือกว่าถ้าวัดกันด้วยพลังเขามีสิทธิ์ที่จะตายได้เลยด้วยซ้ำ แต่เขาจะไม่มาตายตรงนี้อย่างแน่นอน ความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะของเขายังคงไม่หมดไป การปฏิเสธก็ยังเกิดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อการต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่

 

“ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่เป็นพวกเดียวกับเจ้าแน่นอน! ลืมไปได้เลย!!”


  • Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

B6tWhPh.png

iO3xznv.gif

TPskDXe.png


#15 Spencer Fox (✔)

Spencer Fox (✔)
  • นักเรียนบ้านเบริลลีส
  • 1166 โพสต์
  • เลขประจำตัว 4895

    • ไม้: ซีดาร์ | ยาว: 10 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 04:27 AM

kBDACHY.jpg

 

เฟซเคลม : Kidomaru จากเกมส์ Onmyoji Arena

ชื่อ (ชาวญี่ปุ่น) : Katsuro Sugiyama (คัตซูโระ ซุงิยามะ)

อายุ : 19

เพศ : ชาย

พลังพิเศษ : สามารถดึงความกลัวอันเลวร้ายของศัตรูให้มีตัวตนเกิดขึ้นจริง (หากเคยฝันว่าเห็นปีศาจร้อยมือและหวาดกลัวตั้งแต่เด็กจนฝังใจก็จะมีปีศาจร้อยมือตนนั้นออกมา)  ใช้โซ่ตรวญเป็นเกราะอาวุธ อีกทั้งยังมีปีศาจยักษ์เด็กเป็นบริวาล โดยมีทั้งหมด 4 ตน โดยสามารถรับรู้ความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้จิตสำนึก ความคิด และจิตใจของมนุษย์

 

ลักษณะทางกายภาพ : รูปใบหน้าเรียวเป็นรูปไข่ หางตาเชิดขึ้น ดวงตามีสีแดง ใบหูยาวแหลมเหมือนค้างคาว และใส่ต่างหูห่วงที่ใบหูขวา ปากเรียวมีเขี้ยวแหลม มีเชือกสีแดงพันรอบคอ ผมน้ำตาลชมพูไล่สีปลายผมมีสีชมพูอ่อน รูปร่างบางไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อแต่สามารถใช้แรงควบคุมอสูรยักษ์เด็ก 4 ตนได้

 

บุคลิกภาพ : เป็นอสูรที่สุขุม แม้ว่ากำลังจะโดนรุมก็ไม่แสดงท่าที่ที่หวาดกลัวออกมา มักจะถือสายโซ่ล่ามปีศาจยักษ์เด็กไปไหนมาไหน หากเข้าไปอยู่ในฝูงมนุษย์ก็จะกลายเป็นสุนัขเพื่อตบตา เมื่อทำการสังหารจะนั่งยิ้มและหัวเราะชอบใจก่อนที่เหยื่อจะสิ้นลม จะไม่ฆ่าใครโดยไม่จำเป็น

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :

 

คัตซูโระเกิดในหมู่บ้านชนบทแต่ห่างไกลจากในเมืองมากนักสามารถไปเช้าเย็นกลับได้ เขาอยู่กับแม่เพียงแค่ 2 คน ส่วนพ่อหลังจากเขาอายุได้ 7 ขวบก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เขามักจะฝันเห็นอสูรบ้าง ปีศาจบ้าง แต่ละครั้งจะมีลักษณะแตกต่างกันไป เด็กชายไม่เคยนอนหลับเลยสักครั้งเมื่อฝันถึงพวกมันเขามักจะบอกกับผู้เป็นแม่อยู่ตลอด เธอจะโอบกอดเขาไว้ด้วยความรักความอบอุ่น คอยปลอบโยนจนทำให้เขาหายกลัวไปได้

 

เมื่อเขาเติบโตขึ้นก็ได้รับจดหมายจากพ่อให้เข้าไปพบในเมือง แต่เมื่อเข้าไปยังที่นัดหมายเขาก็ถูกลากไปทำร้ายจากคนภายในนั้น เด็กหนุ่มโดนกระทืบ และทุบตี ด้วยขนาดร่างกายที่เล็กกว่าทำให้เขาเสียเปรียบและพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย…..หลังจากที่เขาลงไปนอนกองกับพื้น อีกาตัวนึงบินก็มาหากลุ่มที่ทำร้ายเด็กหนุ่มหลังจากนั้นไม่นานพวกมันก็ปล่อยเขาออกมา พวกมันน่าเป็นอสูรกันหมดแปลกที่ไอ้นี้มันไม่เป็น แต่อ่อนแออะไรขนาดนี้ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกชายของหัวหน้า ร่างกายบอบช้ำของเขาค่อย ๆ เดินโซเซกลับมายังหมู่บ้านกว่าจะมาถึงก็มืดค่ำพอสมควร แต่เมื่อเขามาถึงก็ต้องพบกับศพของคนนอนเกลื่อนกลาดมากมาย คัตซูโระตกใจสุดขีดเขาแทบควบคุมสติไม่อยู่ ก้าวไปทางไหนก็มีแต่กลิ่นคาวเลือด เขามุ่งหน้าไปยังบ้านของตนก่อนจะเห็นแม่ถูกแขวนด้วยโซ่ ใบหน้าหญิงสาวเปื้อนคราบน้ำตาและดิ้นแรงขึ้นเมื่อเห็นลูกชายของตน คัตซูโระวิ่งไปเข้าช่วยอย่างรีบเร่งแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ชายตรงหน้ายกดาบตัดคอของหญิงสาวผู้เป็นมารดาของเขา เลือดสาดกระเด็นไปทั้งตัวของเด็กหนุ่มก่อนไอ้ฆาตกรจะปรากฏตัวออกมาจากเงาให้เขาได้เห็น.....คน ๆ นั้นคือพ่อของเขาเอง ชายวัยกลางคนยืนมองผู้เป็นลูก พร้อมบอกเหตุผลว่ามีคนแจ้งมา คนในหมู่บ้านโดนโจมตีทำให้กลายเป็นอสูรกันไปหมด อืม....โชคดีที่เจ้าไม่เป็นอสูรไปอีกคน......ข้าไม่คิดว่ามันเป็นบุญคุณหรอก ถือว่าทำหน้าที่พ่อแล้วกัน หลังจากพูดเสร็จอีกาตัวที่อยู่กับพวกที่ทำร้ายเขาก็บินมาเกาะที่ไหล่ของผู้เป็นพ่อก่อนจากไป เด็กหนุ่มค่อย ๆ ปลดโซ่ที่พันธนาการร่างไร้วิญญานของแม่ลง เขามองดูร่างของผู้เป็นแม่ที่นอนนิ่งไร้ศีรษะและยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนีไปเป็นนักล่าอสูร หลอกให้ไปในเมือง แม่ไม่ได้เป็นปีศาจ ทุกคนไม่ได้เป็นปีศาจ….ถึงเป็น…พวกเขาก็ไม่โหดเหี้ยมเท่าแก หลอกฉันแล้วยังมีหน้ามาพูดทวงบุญคุณ คำพูดของชายหนุ่มวิ่งวนในหัว

 

อยู่ ๆ ก็มีผู้ชายคนนึงปรากฎตัวขึ้น เขาคือคิบุทสึจิ มุซัน เสนอจะเปลี่ยนให้หนุ่มน้อยกลายเป็นอสูรและให้เหตุผลว่าหากแข็งแกร่งขึ้นก็จะสามารถฆ่าพวกที่ไม่เคยเห็นหัวของเด็กหนุ่มได้ อีกทั้งยังช่วยล้างแค้นให้กับแม่และทุกคนในหมู่บ้านของตน คัตซูโระนั่งมองร่างของแม่และค่อย ๆ คิดตามที่ชายหนุ่มพูด พวกนักล่าอสูรปากบอกตัวเองผดุงคุณธรรม แต่จริง ๆ แล้วก็ฆ่าอสูรเพื่อล้างแค้นเหมือน ๆ กันแล้วทำไมถึงกล้าพูดว่าอสูรโหดเหี้ยม มนุษย์มีแค่เปลือกนอกอันบอบบาง และเปลือกในอันจอมปลอม สามารถตัดความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของครอบครัวเพื่อให้ตนเองเป็นผู้ที่ถูกยกย่อง......แม้ว่าจะทิ้งคนที่รักไว้ข้างหลังก็ตามงั้นหรอ คัตซูโระหันมองชายหนุ่มและเลือกที่จะเปลี่ยนเส้นทางเดินใหม่

 

Spoiler

 

หลังจากได้รับเลือดของมุซันแล้วร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนแทบทนไม่ไหวจนสลบไป อยู่ ๆ ก็ฝันถึงปีศาจหลากหลายตนที่ต้องการจะออกไปจากความฝันของเขา เมื่อเขาไม่มีแม่คอยเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจแล้ว บวกกับพลังที่เขาได้รับทำให้ปีศาจในฝันของชายหนุ่มมันออกมามีตัวตนจริง ปีศาจหลายสิบตนกำลังจะเข้าทำร้ายเขา แต่ทันใดนั้นคอของพวกมันก็ขาดสบั่นลงอย่างรวดเร็วด้วยโซ่ข้างกายที่เคยห่อพันร่างของแม่เขาไว้ คัตซูโระสะดุ้งตื่นขึ้นแล้วมองดูเศษซากของพวกปีศาจที่กระจายเต็มบ้านของเขา ก็เหลือบไปเห็นเงากลุ่มก้อนเล็ก ๆ หลบอยู่ที่เสานั้นคืออสูรยักษ์เด็กทั้ง 4 พวกมันหวาดกลัวจนตัวสั่นก่อนจะร้องขอให้ไว้ชีวิตเพื่อแลกกับการเป็นทาสรับใช้ ในหัวของเขาฉายภาพในตอนที่พ่อฆ่าแม่ตาย สิ่งเดียวที่คัตซูโระจะไม่เป็นเหมือนพ่อเขาคือการฆ่าอย่างไม่มีเหตุผลเพราะพวกมันก็ไม่ได้ทำร้ายเขา เด็กหนุ่มใช้โซ่ตรวญลามพวกมันเพื่อคอยควบคุมให้ทำตามคำสั่ง ถึงแม้ว่ายังไม่ใช่ปีศาจโตเต็มไวแต่ยังไงมันก็เป็นปีศาจ

 

ในคืนเดียวกันนั้นคัตซูโระก็ไล่ล่าเหล่านักล่าอสูรที่ทำร้ายเขาอันเป็นเหตุให้กลับไปช่วยคนในหมู่บ้านไม่ทัน เด็กหนุ่มค่อย ๆ ทำให้ศัตรูตายลงอย่างช้า ๆ ด้วยความหวาดกลัวของตัวมันเองและทุกข์ทรมานจากสิ่งที่ต้องการฝังไว้จุดต่ำสุดของจิตใจ คัตซูโระฟังเสียงสวดเรียกขอชีวิตอย่างมีความสุข เมื่อเขาลงมือฆ่ามนุษย์ตายจะให้อสูรยักษ์เด็กสูบวิญญาณและกัดกินเศษร่างที่เหลือจากเขาจนหมด คัตซูโระยังคงเดินทางตามหานักล่าอสูรที่เป็นพ่อของเขาเพื่อมอบของขวัญอันล้ำค่าที่ควรจะได้รับจากลูกชายคนนี้....ลูกชายที่รักพ่อสุดหัวใจ

 

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : เพราะคิดว่านักล่าอสูรที่คนอื่นยกย่องที่จริงแล้วก็ไม่ได้ต่างจากพวกอสูรเท่าไหร่(พ่อ) มีความแค้นฝังใจ ? ตามแก้แค้นให้ครอบครัว ? แล้วอะไรที่ทำให้นักล่าอสูรต่างจากอสูร เลือกเป็นอสูรและทำให้มีพลังเพื่อแก้แค้นไม่เกิดประโยชน์กับตัวเองมากกว่าหรอ ?

 

ลักษณะนิสัย : เป็นอสูรรักสันโดษ ชอบใช้ชีวิตด้วยตัวเองแต่จะรับคำสั่งจากมุซันเพียงคนเดียว การปั่นประสาทศัตรูเป็นเหมือนของหวาน มักจะฆ่าเฉพาะคนที่สมควรฆ่าแต่เมื่อฆ่าจะไร้ความปราณี

 

จุดแข็ง : เด็ดเดี่ยวเด็ดขาด ว่องไว มีโซ่เป็นเกราะอาวุธ สามารถใช้พลังและปีศาจยักษ์ต่อสู้ทำให้ไม่ต้องออกแรงมาก ล่อลวงคู่ต่อสู้ได้ง่ายเพราะใช้ความกลัวของศัตรูมาปั่นประสาท แยะแยะได้ระหว่างมนุษย์ปกติกับมนุษย์เลว

จุดอ่อน : แสงอาทิตย์ ดอกฟูจิฮานะ การต่อสู้ระยะประชิดทุกอย่างทำให้ต้องคอยรักษาระยะห่างจากศัตรูอยู่เสมอ หากศัตรูไม่มีความกลัวใจในจิตใจก็จะไม่สามารถเอาพลังนั้นมาใช้ได้

 

 

-------------------------------------------------------

FRHg6b6.png

 

ณ โรงฝึกวิชาของอดีตเสาหลักปราณจันทรา ภายในนั้นมีเพียงเด็กชาย 2 คน ตัวคัตซูโระเองไม่มีอะไรทำจึงแอบนั่งบนต้นไม้มองดูการฝึกกระบวนท่าของเด็กชายและรู้ว่าทั้งสองเป็นพี่น้องกันชื่ออากินะและอากิระ ตัวอากินะผู้เป็นพี่นั้นจะฝึกฝนจนมืดค่ำอยู่เสมอ แต่ก็ไม่วายแพ้อากิระผู้เป็นน้องตลอด แม้จะฝึกฝนอย่างไรก็ไม่สามารถชนะพรสวรรค์ของผู้เป็นน้องได้ คัตซูโระสนใจจึงให้ปีศาจยักษ์เด็กไปค้นหาความกลัวของผู้เป็นพี่ที่อยู่ลึกในจิตใจของเขา และในที่สุดก็ได้มาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่ม

 

“แปลกเนอะ ฝึกฝนจนกือบย่ำรุ่งก็ยังไม่เก่งพอ”

 

คัตซูโระกระซิบที่ข้างหูซ้ายของเด็กชายก่อนจะหายวับไป อากินะตกใจแต่ก็ยังตั้งสติได้ก่อนจะเอ่ยถามว่าเขาเป็นใคร

 

“แปลกเนอะที่พรแสวงแพ้พรสวรรค์”

 

เสียงของคัตซูโระเปลี่ยนไปกระซิบที่หูข้างขวาของเขา เด็กชายเริ่มตะโกนหาต้นตอของเสียง

 

“แปลกเนอะที่ใคร ๆ ก็ถามเจ้าว่าทำไมถึงไม่เก่งเท่าน้อง ใยเป็นพี่ถึงไม่สามารถเทียบได้”

 

อสูรหนุ่มปรากฏตัวข้างหลังเด็กชาย และทำท่าคิดสงสัยอย่างน่าหมั่นไส้ในขณะเดินถือโซ่ที่ล่ามปีศาจยักษ์เด็กมาด้วย ผู้เป็นพี่เห็นเขาก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวใด ๆ เพราะฝึกฝนมาจนรู้วิธีรับมือแล้วอีกทั้งเขายังมีความกล้าหาญเต็มเปี่ยม เขาตั้งดาบขึ้นในท่าเตรียมพร้อม

 

“ข้าก็ไม่ได้ตีรันฟันดาบเก่งเท่าน้องเจ้าหรอกนะ แถมข้ายังรู้ว่าอาจจะสู้เจ้าไม่ได้ด้วยซ้ำ.....หรือเป็นเพราะว่า....ข้าไม่ได้อยากสู้กับเจ้า....หรือ.....เจ้าก็ไม่ได้อยากสู้กับข้า....หรือเราทั้งคู่ก็ไม่ได้อยากสู้กันนะ….แต่ข้ารู้ แต่ข้ารู้ ว่าใครอยากสู้กับเจ้าแล้ว และเจ้าอยากสู้กับใคร”

 

อสูรหนุ่มพูดด้วยเสียงเรียบเขายิ้มแล้วโซ่ก็ค่อย ๆ เลื้อยออกจากฝ่ามือของเขาเริ่มก่อนตัวพันขึ้นเป็นรูปวงรีขนาดใหญ่ก่อนจะเลื้อยกลับออกไปอยู่บนฝ่ามือของคัตซูโระเช่นเดิม ขณะนี้เผยร่างที่อยู่ภายในวงโซ่ออก นั่นคือชายผู้เป็นน้องหรืออากิระนั้นเอง เด็กชายยืนอึ้งให้กับเหตุการณ์ตรงหน้า เขาไม่คิดว่าน้องชายจะเป็นตัวจริง อย่างน้อยก็แค่ภาพลวงตา ยังไม่ทันได้ตั้งท่าใด ๆ ไรอากิระก็กระหน่ำใช้วิชาดาบแทงใส่เขาจนเกือบเอาตัวไม่รอด จนตอนนี้เนื้อตัวของอากินะละเลงไปด้วยเลือดและบาดเจ็บเพราะคมดาบ แม้จะต่อสู้ไปนานแค่ไหนก็ไม่มีทางที่จะเห็นจุดอ่อนของน้อง หรือเรียกอีกอย่างว่าไม่มีทางที่จะชนะได้เลย

 

“เจ้าฝึกฝนมาเกือบทั้งชีวิต แต่น้องเจ้าได้รับสิ่งนั้นไป เจ้าคอยทำตามคำสั่งทุกอย่างแต่ไม่เคยมีใครเห็นหัวเจ้า จนตอนสุดท้ายเจ้าคิดว่าฝึกฝนให้มากกว่านี้หน่อยเจ้าจะได้เป็นผู้สืบทอด แต่ก็เปล่าเลยนั้นก็ยังไม่ใช่เจ้า”

 

คัตซูโระเดินเข้าไปหาอากินะผู้เป็นพี่ ปั่นประสาทเขาพูดแทงใจดำให้เขารู้สึกอับอายอีกและคับแค้นใจ จนประโยคสุดท้ายที่อสูรหนุ่มพูดเป็นประโยคที่ทำให้ผู้เป็นพี่ถึงกับอึ้งเพราะเขาไม่รู้ว่า พ่อของเขาเลือกให้น้องได้เป็นผู้สืบทอดแทนเขาตั้งนานแล้ว

 

“ข้าเสียดายความสามารถของเจ้านะ ที่ไม่สามารถทำให้เจ้าเป็นในสิ่งที่อยากเป็น......ถ้าเจ้าได้มาเป็นอสูรข้าเชื่อเลยว่าพลังของเจ้าจะทำให้เจ้าไปถึงจุดสูงสุดของเหล่าอสูรเลยก็ว่าได้ อสูรนักดาบไง อื้มม....เอางี้มั้ย มาเป็นอสูรกับข้าหรือไม่......เจ้าจะฝึกฝนจนตัวตายแต่คนอื่นไม่เห็นค่า....ก็ไม่ว่ากัน เพราะยังไงเดี๋ยวเจ้าก็ทรมานจากความอัปยศจนตายเอง ข้าไม่จำเป็นต้องฆ่าเจ้าด้วยซ้ำ ”


  • Olivia C. Sutherland (✔), Affanc Z. Cernunnos (✔), Serenity Ackerman (✔) และ 2 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

o4AONAP.png


1xbWQve.png


#16 Vincent D Sutherland (✔)

Vincent D Sutherland (✔)
  • นักเรียนบ้านแซฟฟาเรีย
  • 1551 โพสต์
  • เลขประจำตัว 6327

    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 13"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: โค้งงอ
    เหรียญรางวัล
      

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 09:13 AM

n9J98nY.jpg
เฟซเคลม : Fujiwara Tsukasa ของคุณ FAUSTplus ใน Deviant Art
 
 
ชื่อ-นามสกุล (ชาวญี่ปุ่น) : ฟุจิวาระ โดโรทาโบะ (Fujiwara Dorotabo)
 
วัน - เดือน - ปีเกิด : 6/9
 
อายุ : 14
 
เพศ : ชาย
 
ปราณที่เลือกใช้ : ปราณวายุ
 
พันธุ์นกสื่อสารประจำตัว : นกญี่ปุ่น Shima - Enaga ตัวผู้ ชื่อ คิระนะกะ
 
Spoiler
 
ลักษณะทางกายภาพ : สูง 155 มีดวงตาและผมสีดำขลับ ตัดกับสีผิวซีดเผือดจนแทบจะเห็นเส้นเลือดภายในตัวของเขาได้ มือเรียวเล็ก แขนเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจนดูเหมือนไม่มีไขมันแทรกอยู่เลย เรียวขาหนาและแข็งแรง
 
บุคลิกภาพ : หากดูภายนอกแล้วเขาก็เป็นเพียงแค่เด็กที่เก็บเนื้อเก็บตัวคนหนึ่งที่ชอบแอบพูดกับตัวเองและนกบ่อย ๆ
 
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : (200 คำขึ้นไป)
 
โดโรทาโบะเป็นเพียงเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งพ่อแม่ที่จริงของตัวเอง เขารู้เพียงแค่ว่าตัวเองนั้นถูกเจอถูกชุบเลี้ยงโดยเศรษฐีที่กำลังตกอับนามฟุจิวาระ และถูกใช้ให้ต้องรับคำสั่งของเจ้านายโดยไม่มีแม้แต่เงินเดือน และไม่ได้รับแม้กระทั่งการศึกษา ในทุก ๆ วันโดโรทาโบะมักจะถูกลูกของผู้ที่เป็นเจ้านายเรียกเขาด้วยชื่อนี้พร้อมกับเสียงหัวเราะ(โดโรทาโบะแปลว่าเด็กที่มีกลิ่นขี้โคลนในไร่นา) ทำให้เข้าใจว่าพวกเขาชอบชื่อนี้ของตัวเอง ทำให้เด็กชายชอบเรียกแทนตัวเองว่าโดโระ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาได้รับจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์คนใหม่ครั้งแรกและสอบถามเรื่องที่เขาพูดชื่อคนสองคนให้รับจดหมายแผ่นเดียวกัน (ยังไม่รู้จักนามสกุล) ก็ได้รู้ว่าเจ้านายของตัวเองนั้นไม่ได้ชื่อฟุจิวาระ แถมยังนึกว่าตัวเองมีนามสกุลนี้อีกเลยตั้งชื่อพร้อมนามสกุลของตัวเองเป็น ฟูจิวาระ โดโรทาโบะในเวลาต่อมา
 
แต่ทว่าชะตากรรมก็ยังไม่หนำใจเมื่อที่บ้านของนายฟุจิวาระถูกอสูรบุกทำให้ผู้คนตายไปบางส่วน และบางส่วนก็หนีรอดไปได้โดยทิ้งคนใช้คนอื่น ๆ ให้ถูกอสูรกินไปทีละคน ซึ่งมันก็อิ่มก่อนที่จะกินเขาพอดีเลยรอดมาได้ แต่ในความโชคดีก็ยังมีโชคร้ายอยู่เมื่อข่าวเรื่องอสูรแพร่สะพัดไปแต่มีเพียงเด็กชายผู้ใช้แรงงานตัวเล็ก ๆ ที่รอดมาได้ จึงไม่แปลกที่ชาวบ้านจะเชื่อกันว่าเขาเป็นอสูรยิ่งรูปพรณสัณฐานที่ถูกกล่าวขานกันว่าอรูรมีสีผิวที่ซีดแล้ว ยิ่งเป็นเครืองยืนยันสำหรับชาวบ้านได้ดีว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้นถูกต้องจึงแจ้งทางการให้มาจับเขาไป โดยระหว่างก่อนหน้าที่จะถูกจับนั้น เขาต้องทนหิวข้าว และขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้ไปถึงสามวัน และเมื่อถูกจับก็กลับมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูธรรมดาเดินมาบอกว่าเขาไม่ใช่อสูรและพาตัวเขาออกไปอย่างง่ายดาย และตอนนั้นเองเด็กชายก็ได้รู้เรื่องทั้งหมดจากเธอและได้เลือกที่จะร่วมฝึกซ้อมเพื่อเป็นนักล่าอสูรทันทีเมื่อรู้ว่าหล่อนก็เป็นนักล่าอสูรเช่นกัน และเพื่อกำจัดอสูรให้หมดโลกเพื่อไม่ให้คนอื่นมาหาว่าเขาเป็นอสูรเพราะสีผิวที่ซีดได้อีก(ก็คิดแบบเด็ก ๆ อะนะคะ)
 
สาเหตุที่เกลียดชังอสูร : เพราะว่าพวกอสูรทำให้เขาถูกตราหน้าว่าเป็นอสูรด้วยความเข้าใจผิด
 
ลักษณะนิสัย : เงียบ นิ่ง เก็บเนื้อเก็บตัว
 
จุดแข็ง :
1. เป็นเด็กขยัน
2. ใจดีกับคนอื่น ๆ
3. ใฝ่รู้
4. น่ารัก
 
จุดอ่อน : 
1. ชอบเข้าใจอะไรแบบผิด ๆ
2. เก็บตัวและเงียบเกินไป
3. ถูกจี้ปมด้อยเรื่องสีผิวได้ง่าย
4. เป็นผู้ที่มีความรู้น้อย
 
 
 
โรลเพลย์จำลองสถานการณ์
 
OpWTzfR.png?1
 
 
"เจ้าว่าอย่างไรนะคิระจัง... เจ้าพวกอสูรอยู่ทางตะวันออกเหรอ? ว่าแต่ตะวันออกไปทางไหนล่ะ?" เสียงเจื้อยแจ้วที่ยังไม่แตกหนุ่มของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นเล็กน้อยท่ามกลางหมู่มวลเมฆาที่บินร่อนอยู่กลางนภาเพื่อปิดบังแสงอันเจิดจ้าของดวงสุริยาไม่ให้เขาได้รับความร้อน โดโรทาโบะเดินตรงไปตามทางที่คู่หูตัวน้อยได้ชักนำด้วยความเชื่อใจพร้อมกับจับดาบทั้งสามเล่มของตัวเองให้มั่นเพื่อไม่ให้มันตกหายไปไหนเสียก่อนที่จะถึงจุดหมาย ทว่าเมื่อเหยียบย่างไปข้างหน้าได้สักพักอีกาดำอีกตัวของอาจารย์ก็บินมาเพื่อแจ้งสารให้เขาได้รับ
 
"ก๊าา เจ้าลืมช้าวกล่อง หากไปถึงที่หมายให้ตรงไปที่บ้านของโคบายาชิทันที ก๊าาา"
 
"บ้านของท่านลุงโคบายาชิอยู่ที่นั่นงั้นเหรอ เราต้องรีบไปแล้วล่ะคิระจัง โดโระอยากเจอคุณลุง" เด็กชายหันไปทางนกตัวใหม่แล้วหันไปบอกกับคิระนะกะด้วยความตื่นเต้นพร้อมรุดหน้าตรงไปหาคุณลุงร่างยักษ์ที่อยู่อีกฟากฝั่งของเส้นทางที่เขากำลังเดินไปทันที

  • Olivia C. Sutherland (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

nHwOxXK.png

NorKk8l.png

zT5FlTG.gif

3rd year Sappharea House | Bank No. 6142


#17 Blythe Quinn

Blythe Quinn
  • นักเรียนบ้านรูบีเลียม
  • 52 โพสต์
  • เลขประจำตัว 6950
    • ไม้: ออลเดอร์ | ยาว: 12"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: ไม่ยอมงอ

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 12:58 PM

rsz_60e2952a7dd63.png

alm-palle-dorate-alternate.gif

เฟซเคลม : วาดโดย lov A - https://www.artstation.com/alov
 
ชื่อ : อาคาเนะ (茜)
 
อายุ : 53 ปี
 
เพศ : หญิง
 
พลังพิเศษ :
 
  • มนต์อสูรโลหิตยักษาราตรีอาคาเนะสามารถควบคุมเลือด/ร่างกายของคนที่เธอได้ดื่มกินเข้าไปแล้วได้เท่านั้น ไม่ว่าจะทั้งของศพหรือยังมีชีวิตอยู่ อนึ่งยังสามารถรีดเล้นเลือดเหล่านั้นออกมาสร้างบ่อโลหิตเพื่อการสร้างอาวุธประจำตัวอย่างห่าฝนปิ่นปักผมปลายแหลมได้ ขอเพียงแค่มีจำนวนศพ/เลือดให้พอก็เท่านั้น
 
ลักษณะทางกายภาพ : มีเขาหน้าแบบโอนิ ผิวกายเป็นสีแดงฉาน มีความสูงราวๆ 180 เซนติเมตร รูปร่างสะโอดสะองเอวบางสมส่วน แต่กล้ามเนื้อก็มีนวลแน่นมากเชียว
 
บุคลิกภาพ : มักก้าวเดินด้วยท่วงท่าหยิ่งยโส เชิดหน้า อีกทั้งยังชอบมองดูคนอื่นด้วยสายตาไม่สบอารมณ์หรือเหยียดหยาม ยกเว้นท่านมุซัน ซึ่งจะเป็นเพียงคนเดียวที่เธอยอมก้มหัวและนอบโน้มตัวลงหมอบเคารพอย่างภักดี
 
ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร :
 
  • อาคาเนะ (茜) อสูรยักษาผู้หยิ่งยโส ในยามตอนที่เธอนั้นยังเป็นมนุษย์มีชื่อว่า "โอบาระ คิมิโกะ" (小原 姫美子) เกิดมาพร้อมช้อนเงินช้อนทองในบ้านของผู้มั่งมี ได้รับการอบรมอย่างดีทั้งกิริยามารยาทสมกับชื่อของเธอที่แปลได้ว่าเจ้าหญิงผู้สวยสดงดงาม คิมิโกะเป็นเด็กหญิงตัวจ้อยที่ใครๆต่างก็ขนานนามให้ว่าเธอนั้นคือเทพธิดาตัวน้อยของบ้านโอบาระ ซึ่งหากให้กล่าวแล้วตระกูลโอบาระก็คือตระกูลผู้ดีร่ำรวยเงินทองด้วยความเจริญในยุคเมจิที่พัฒนาและเจริญมากขึ้น อีกทั้งยังมีการรับอิทธิพลตะวันตกเข้ามามากจนทางโอบาระเองก็ไม่ยอมพลาดโอกาสแห่งการค้าขายระหว่างประเทศที่จะทำให้เงินสะพัดหลุดมือไป

 

  • ทุกสิ่งทุกอย่างดูเป็นไปได้อย่างราบรื่น จนกระทั่งการฆาตกรรมหมู่ได้มาเยือนยังคฤหาสน์ตระกูลโอบาระ กลิ่นคาวคละคลุ้งเลือดโดยเฉพาะของผู้มากทรัพย์นั้นย่อมเป็นที่น่าสนใจของหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งและสังคมเหนือกว่าสิ่งอื่นใด โศกนาฏกรรมนี้มีผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่เหลือรอด เธอเป็นเพียงคุณหนูตัวน้อยอายุสิบขวบ คิมิโกะนั่นเอง ใครหลายคนในบ้านทั้งวงศาคณาญาติที่อาศัยอยู่แม้กระทั่งคนรับใช้ต่างพากันส่งต่อให้สายเลือดคนสุดท้ายแห่งโอบาระได้มีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วใครกันล่ะจะได้เป็นผู้รับสืบทอดมรดกที่กินทั้งชาติก็ไม่หมดไป ต่างหูรูปทรงแปลกตาที่เหมือนกับดาวเหนือเท่านั้นถึงจะเป็นสิ่งแสดงตัวตนได้ แต่กว่าจะถึงเวลานั้น ในตอนนี้แน่นอนว่าทุกสิ่งอย่างของบ้านโอบาระจะยังอยู่ในการรักษาของทางการ กอปรกับอีกเรื่องก็คือไม่มีคนนอกที่ไหนรู้เลยว่าเด็กสาวทายาทตัวจ้อยยังมีชีวิตอยู่

 

  • ชีวิตที่ระหกระเหินไร้จุดหมายปลายทาง คิมิโกะมีเพียงไม่กี่สิ่งที่ยังคงทำให้ไม่สูญเสียตัวตนไป นั่นก็คือชื่อแซ่และต่างหู มันทั้งสองต่างเหมือนกับเครื่องเตือนใจในรูปแบบนามธรรมและรูปธรรมที่ตอกย้ำให้เธอต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ด้วยสิ่งที่ยังคงค้างอยู่ในใจ ฆาตกรเป็นใคร และทำสิ่งเหล่านี้ไปเพื่ออะไร ด้วยความที่ยังคงเป็นเด็กไร้เดียงสา อนึ่งไม่รู้ว่าโอบาระเป็นศัตรูกับใคร เธอจึงไม่สามารถวิเคราะห์อะไรได้เลย เว้นทำได้แต่เพียงรำลึกและพยายามนึกย้อนภาพเหตุการณ์ที่เหมือนฝันร้ายกลับไปกลับมาในหัว การฆาตกรรมที่ไม่ใช่เพียงแค่ 4-5 คนในเวลาเดียวแต่กลับเป็นจำนวนที่มากกว่า 10 ศพ ความหวาดกลัวได้เล่นงานเข้าครอบงำเด็กสาวผู้สูญเสียทุกสิ่งจนทำให้กลายเป็นผู้ที่มีแววตาเลื่อนลอย โซซัดโซเซไปทั่ว ไม่ต่างจากก้อนเนื้อมนุษย์ที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ จนกระทั่งได้ไปพบเข้าย่านสถานเริงรมย์ที่สามารถรับเลี้ยงเธอไว้ได้ เพราะสำหรับคนธรรมดาทั่วไปที่ไม่ได้ล่วงรู้ถึงเบื้องหลังของคิมิโกะแล้ว ก็จะเห็นเธอเป็นเพียงแค่เด็กสาวธรรมดาที่หน้าตาสะสวยเด่นกว่าคนในวัยเดียวกัน จนแทบจะเรียกได้ว่าหากนำมาฟูมฟักในหอนางโลมของตนแล้วต้องได้กลายเป็นโออิรันผู้เลื่องชื่อลือชาของย่านโคมแดงแห่งนี้อย่างแน่นอน

 

  • คิมิโกะเรียนรู้และเติบโตมาในย่านโคมแดงอย่างงามสะพรั่งด้วยไฟแค้นในใจที่ไม่มีวันดับ จนกว่าจะกลับมาสู่สภาพจิตใจที่มีสภาวะปกติเหมือนคนทั่วไปได้ สำหรับเธอแล้วก็นานอยู่มากโขเป็นสองสามปีถึงยอมปริปากเอ่ยพูดกับสาวรับใช้คนอื่น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงไม่ได้เล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมอันน่าสะเทือนใจนั้นให้ผู้ใดฟัง เมื่อยามมีคนถามถึงที่ไปที่มาเธอก็จะแค่ส่ายหน้าแล้วบอกว่าจำอะไรไม่ได้เลย มีหลายค่ำคืนที่เธอยังคงฝันย้อนไปถึงราตรีที่ทั้งคฤหาสน์ถูกอาบไปด้วยโลหิตคนใหล้ชิดคุ้นเคย ใบหน้าผู้คนมากมายหลายแววทั้งหวาดกลัวจนกระทั่งหาญกล้าถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิตนั้นเธอจำได้ไม่ลืมเลือน ตัวเธอเองก็อยากให้มันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่โมเมขึ้นมาเอง เพราะสำหรับชีวิตที่ไม่เหลืออะไรแล้วมันช่างโหดร้ายเสียยิ่งกว่าอะไรดี และต่อให้ขบคิดไปก็ไม่สามารถรื้อฟื้นความทรงจำได้เสียทีว่ามันเป็นยังไงกันแน่ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอต้องได้แอบทุบตีทำร้ายตัวเองอยู่หลายครั้งด้วยความโกรธที่ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง

 

  • มันก็จริงอยู่ที่เส้นทางเบื้องหน้านั้นดูไปได้สวย แต่ก้อนเนื้อร้ายของความทรงจำนั้นก็คอยกัดกินหัวใจเธอไม่เลิกเลย ชีวิตที่ผันเปลี่ยนจากการได้เป็นคนรับใช้จนเลื่อนขั้นมาเรื่อยอย่างยาวนานจนถึงระดับโออิรันได้ภายในช่วงเวลาที่มีอายุเพียง 19 ปีในปีค.ศ. 1888 โดยมีชื่อในวงการว่า "เก็ทสุเม" (月明) ก็ถือว่าเป็นอะไรที่รวดเร็วมากกว่าคนทั่วไป คิมิโกะกลายเป็นหน้าตาแห่งสถานเริงรมย์อันเจริญรุ่งเรืองแห่งนี้ไป จะว่าอย่างง่ายดายก็ไม่เชิงนัก แต่ก็คงเพราะว่าต้นทุนชีวิตอย่างกิริยามารยาทในวัยเด็กที่สั่งสมมามันมีมากกว่าใคร แต่แล้วไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถลืมอดีตไปได้เลย ยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งแค้น จะว่าแค้นฆาตกรก็ใช่ แต่แค้นในตัวของตัวเองมากกว่าที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี จนเผลอตัวกลายเป็นคนที่เริ่มมีอารมณ์ร้อนลึกเหมือนเปลวเพลิงลุกโชนพร้อมแผดเผาทุกสิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงควบคุมตัวเองไม่ให้โวยวายหรือมีน้ำโหกับคนรอบตัวเอาไว้ได้ พลันนั้นชะตามันก็ดันเล่นตลกกับเธอเมื่อหอนางโลมแสนรักของเธอถูกวางเพลิง เป็นอีกครั้งที่ใครหลายคนต้องมาสังเวยชีวิตแก่คนที่ยศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าตน ถึงแม้จะไม่สิ้นชีพหมด แต่ยังไงมันก็เป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถทำใจยอมรับได้อยู่ดีกับการสูญเสียไม่ว่าจะครั้งไหน

 

  • เส้นฟางสุดท้ายของจิตใจที่ถูกลมกรรโชก พร้อมปลายปิ่นปักผมอาบเลือด เสียงแหมะของโลหิตหยดลงสู่พื้นจากในมือที่กำปิ่นแน่น ราตรีนั้นคิมิโกะเกิดเสียสติ ไม่สามารถควบคุมตัวของตัวเองได้อีกต่อไป เธอไล่ฆ่าผู้คนในย่านเริงรมย์แห่งนั้นอย่างบ้าคลั่ง ในยามนี้ที่ได้ลงมือฆ่าคนๆนึงไปแล้วด้วยน้ำมือของตัวเองมันช่างทำให้รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นที่รุนแรงของตัวเองออกไป เสียงหัวเราะของเธอดังก้องไปทั่วจนใครต่อใครก็ต่างขวัญเสียและพากันหนีให้วุ่น เหลือไว้เพียงแต่เธอ ศพของผู้เคราะห์ร้ายที่กลายเป็นสิ่งรองรับอารมณ์ และหอนางโลมตรงหน้าที่ไฟกำลังมอดไหม้จนไม่เหลืออะไร นัยน์ตาของเธอได้แต่มองดูภาพตรงหน้าอย่างสิ้นหวังพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้น มือที่โชกเลือดได้ทำการกรีดข้อมือของตนเองด้วยปิ่นปักผมปลายแหลม พลางลูบเอากับต่างหูตระกูลโอบาระที่ยังคงทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่คล้ายกันแบบนี้ได้ดี ร่างบางถึงกับขาอ่อนทรุดลงที่ตรงนั้นพร้อมจะปล่อยให้ตัวเองได้สิ้นชีพไปเสีย คราวนี้เธอจะไม่วิ่งหนีไปยังแห่งหนใดอีก เพื่อชีวิตที่ดูเหมือนฝันร้ายนี้จะได้จบลงเสียที หากจะต้องเน่าตายในคุกหรือด้วยวิธีการใดที่เกิดขึ้นจากผู้อื่น ขอปลิดชีพตัวเองตายเสียยังจะดีกว่า ถึงเวลาที่เธอต้องไปสู่โลกอีกมิติหรือปรโลกที่คนสำคัญหลายคนของชีวิตเธอไปอยู่กันได้แล้ว

 

  • แต่แล้วแสงสว่างก็ปรากฏมาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มผู้มาพร้อมชีวิตอันเป็นนิจนิรันดร์ ลมหายใจที่เริ่มริบหรี่ลงเหมือนเฮือกสุดท้ายในทุกเสี้ยววินาที ควันไฟทำให้ช่องหายใจทั้งจมูกและลำคอเธอรวมถึงปอดมันรู้สึกทรมานไปหมด จนกระทั่งท่านผู้นั้น "คิบุทสึจิ มุซัน" (鬼辻 無惨) ได้มาทำข้อเสนอกับร่างที่ใกล้ชีวาวายเข้าไปในทุกที คำพูดเชื้อเชิญที่กล่าวถึงชีวิตที่ไม่ต้องแก่ เจ็บ และตาย ช่างเป็นอะไรที่น่าหอมหวานยิ่งนักโดยเฉพาะเมื่อสิ่งเหล่านั้นได้ถูกหยิบยื่นมาให้กับหญิงสาวที่เฝ้าใฝ่ฝันถึงวันที่ไม่ต้องได้สูญเสียผู้ใดไปจากชีวิตอีก มีหรือที่คิมิโกะจะปฏิเสธสิ่งนี้ไป เธอรับมันมาอย่างเต็มใจจนท่านมุซันก็ได้ทำการแบ่งเลือดให้จนเธอนั้นกลายเป็นอสูรยักษาอาคาเนะที่มีความจงรักภักดีและเชิดชูเขาเหนือหัวยิ่งกว่าสิ่งใด ในชนิดที่เรียกได้ว่าถึงแม้จะมีชีวิตที่เป็นอมตะแล้ว แต่หากมีโอกาสได้พลีกายให้ เธอก็จะเต็มใจทำมันอย่างแน่นอน
 
สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : เฝ้าฝันถึงชีวิตที่เป็นนิรันดร์ กับใครสักคนที่จะอยู่ไปด้วยกันจนหาไม่ ซึ่งนั่นก็คือท่านมุซันที่กลายเป็นเพียงสิ่งเดียวให้ยึดมั่นกับการมีชีวิตอยู่ต่อ
 
ลักษณะนิสัย : อารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว หยิ่งยโส ถือตัว ไม่สนใจความรู้สึกผู้ใด คลั่งไคล้และหลงใหล คิบุทสึจิ มุซัน ในแบบที่ถวายหัวให้ได้หากต้องการ
 
จุดแข็ง : ไม่หวาดกลัวเสาหลัก | มีพละกำลังที่แข็งแกร่งและว่องไว | มีทักษะวาทะศิลป์ตั้งแต่ตอนเป็นโออิรัน
 
จุดอ่อน : ดอกฟูจิ | แสงอาทิตย์ | การควบคุมอารมณ์
 
 
93b775ef393c73da36e79f517c675acf.jpg
 
โรลเพลย์จำลองสถานการณ์
 
rsz_picsart_07-07-031153.png
 
"ฮ่าๆๆ! ดิ้นรนเข้าไปเสียสิมนุษย์เอ๋ย รู้ไหมข้าล่ะชอบช่วงเวลาแบบนี้จริงๆเลย เร็วเข้าสิ! กวาดแกว่งสะบัดดาบให้มากกว่านี้อีก ไม่งั้นเจ้าจะถึงฆาตได้นะ"
 
เสียงหัวเราะลั่นอันบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติของอสูรสาวนั้นดังลั่นไปทั่วพร้อมกับการผลุบโผล่ไปมารอบร่างของนักล่าอสูรด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและว่องไวราวลมพัด หากไม่ปล่อยจิตสังหารและเคลื่อนตัวเช่นนี้ไปเรื่อยๆ อาคาเนะเองก็หวังว่าอีกฝ่ายนั้นจะสับสนและมึนงง แหงล่ะว่าจะมีอสูรที่ไหนไม่ปล่อยให้จิตสังหารของตัวเองออกมาบ้าง แต่นั่นก็เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ต่างหากว่ากลุ่มพิฆาตอสูรพัฆนากันไปถึงไหนแล้วจึงได้พ่ายแพ้มาแล้วนักต่อนัก แต่ถ้าถามถึงที่มานั่นก็เพราะเธอเคยเกือบเสียท่าสิ้นชีพคาดาบนักล่าอสูรมาแล้วครั้งหนึ่ง และเมื่อลองใช้วิธีเช่นนี้ดูก็เกมพลิกอย่างง่ายดายจนเธอจดจำและนำมาใช้ในครั้งต่อๆไป
 
"จะหาว่าข้าพูดมากก็ได้ หากเจ้าไม่มีสิ่งใดให้ต้องปกป้องคงไม่ออกจากบ้านมาฆ่าอสูรเช่นข้าหรอก แต่จะมีชีวิตกลับไปหรือเปล่าน้า น่าคิดจังเลย เนอะ? คิกคิก"
 
ว่าแล้วอาคาเนะก็ได้ใช้โอกาสที่กำลังขำคิกคักอยู่เข้าโจมตีทันที มือขวาของเธอเงื้อขึ้นมาหมายคร่าเอาชีวิตคนตรงหน้าไป แต่สิ่งนั้นมันเคยง่ายที่ไหน ปลายเล็บอสูรอันแหลมคมของเธอที่เหวี่ยงออกไปมันทำได้เพียงแค่กรีดเอาแผลลึกกับช่วงลำคอของเขาก็เท่านั้น ถึงจะเลือดกระฉูดออกมา แต่ถ้าพลาดเส้นเลือดใหญ่ไปก็ไม่ได้ และด้วยเหตุนั้นจึงทำให้เธอหวุดหวิดเกือบถูกตัดเข้าให้แล้วหากไม่รีบยกมืออีกข้างมาจับปลายดาบเอาไว้ก่อนเพื่อยั้งเวลาและกระโจนตัวถอยห่างออกไป
 
"โฮ่! ไม่มีความหวาดหวั่นกับการฟาดฟันดาบใส่ข้าเลยนะ เดาว่าเจ้าคงเจอประสบการณ์มามาก น่าสนใจจริงๆ"
 
ระหว่างที่พูดไปนั้นจะบอกว่ารอยยิ้มที่ดูเหมือนเย้ยหยันก็ฉีกออกกว้าง ก่อนที่อาคาเนะจะยกมือของตัวเองที่เปื้อนเลือดอสูรของตนมาเลียแผล่บให้อีกคนเห็น บอกเลยว่าหากไม่ได้กินมนุษย์เข้าไปก่อนก็คงต่อสู้ด้วยพลังกายภาพแบบนี้เรื่อยไปจนสถานการณ์อาจจะย่ำแย่ได้ ขอเป็นเพียงแค่ศพก็ยังดี
 
พลันนั้นอสูรเช่นเธอก็เกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมาได้ ดวงตาสีแดงฉานของเธอลุกวาวพร้อมทอแสงประกายจากแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา เรียวปากที่ว่ายิ้มกว้างอยู่แล้วก็ยิ้มมากขึ้นจนเห็นถึงฟันแหลมๆของอสูรกินคนเช่นเธอ น้ำลายในตอนนี้มันไหลย้อยออกมาหยดลงสู่พื้นเหมือนสุนัขที่หิวโหยเลย พร้อมกับนัยน์ตาที่เคลื่อนไปทางซ้ายช้าๆ เธอลืมไปได้ยังไงกันนะหมู่บ้านก็อยู่ใกล้ๆแค่นี้เอง หากสะบัดนักล่าอสูรได้เพียงแค่ 2-3 วินาที มันก็มากโขพอที่เธอจะเข้าไปกัดกินผู้คนได้แล้ว
 
"ข้าไม่คิดจะหนีหรอกนะ... แต่ถ้าไหวก็ลองตามมาดูสิ เสือที่บาดเจ็บเช่นเจ้าน่ะรอให้ข้าถลกหนังเสียเถอะ ฮึ"
 
มีหรือที่อาคาเนะจะรอช้า เธอรีบพุ่งกระโดดตรงไปยังบ้านของมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ในทันที เธอไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นใครหน้าไหน เพราะความทรงจำที่เหลืออยู่ในตอนนี้ คิบุทสึจิ มุซัน คือคนสำคัญเพียงคนเดียวที่เธอจะยินยอมเป็นทุกอย่างกระทั่งหมารับใช้ให้ อีกทั้งในตอนที่พยายามนึกย้อนกลับไปเป็นมนุษย์ทีไรก็เห็นแต่กองศพเกลื่อนกลาด เรียกได้ว่าแทบจะจำอะไรไม่ได้เลยในตอนที่เป็นมนุษย์ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมาใส่ใจอีกแล้ว
 
ทันทีที่มาถึงยังบ้านหลังหนึ่ง อาคาเนะไม่รีรออะไรทั้งสิ้นเพราะไม่เช่นนั้นนักล่าอสูรจอมตื๊อนั่นก็จะไม่รามือกับเธอเสียที และทางเธอเองหากไม่รีบ ตะวันก็คงจะได้ขึ้นเฉิดฉายบนนภาก่อนจะได้ทำงานที่ท่านมุซันมอบให้มาแน่ ซึ่งนั่นก็คือต้องชักชวนให้นักล่าอสูรมาเป็นพวกเดียวกับตนให้ได้ ถึงจะอยากปฏิเสธแต่คงต้องทำ เธอไม่ใช่ไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งของผู้เป็นนายเหนือหัวอะไรหรอก แต่เธอก็เพียงแค่รู้สึกว่าหากทำเช่นนี้ไปอาจจะทำให้ท่านมุซันอารมณ์ดีขึ้นมาได้บ้างเพราะพักหลังมานี้พวกอสูรข้างแรมช่างไร้น้ำยาจนน่าสมเพช
 
อาคาเนะพุ่งเข้าตรงกัดกินเนื้อของหญิงสาวเจ้าของลำคอระหงพร้อมผิวขาวเนียนในทันที กลิ่นหอมหวานของเลือดมนุษย์นั้นมันมาคละคลุ้งอยู่ในปากเธอแล้ว หากจะกินต่อก็อยากอยู่แต่ในเวลาสิ่งที่สำคัญมากที่คือจำนวนของมนุษย์ที่มีให้เธอกัด เรียวลิ้นร้อนชุ่มเลือดทำการไล้เลียแก้มเด็กสาวเป็นคำบอกลาน้อยๆด้วยความชอบใจก่อนจะพุ่งตรงไปคร่าเอาชีวิตของคนผู้อื่นในหมู่บ้านต่อ คำที่เขาว่ากันว่าบาดแผลกลางหลังของนักดาบถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอาย แต่สำหรับจุดนี้แล้วเธอว่าคนที่ปกป้องใครไม่ได้เลยช่างน่าอายยิ่งกว่า
 
"โอ๊ะโอ๋? ตามมาทันงั้นหรอ แต่ก็สายไปแล้วเด็กน้อยเอ๋ย จะว่าไปเนื้อของเด็กสาวศกไทโชนี่อร่อยดีจังนะ ข้าชอบจนไม่อยากหยุดกิน แต่เจ้าก็ดันมาขัดจังหวะเสียก่อน"
 
คำพูดพร่ำพรรณนาที่หลุดออกมาจากปากอสูรอย่างเธอมันทำให้นักล่าอสูรที่ตามมากลับฮึดสู้กว่าเก่า ใบหูแหลมของเธอได้ยินแม้กระทั่งเสียงกำมือที่จับด้ามดาบไว้แน่นยิ่งกว่าอะไร ดูท่าทางว่าอีกฝ่ายจะเอาจริงขึ้นมาบ้างแล้ว อาการที่ดูเหมือนจะปลดปล่อยพลังเฮือกสุดท้ายก่ิอนตายเหมือนกับการดิ้นรนพยายามมีชีวิตอยู่ต่อของมดแมลงมันทำให้อาคาเนะรู้สึกอภิรมย์ใจกว่าเก่า แต่สิ่งที่น่าขำขันก็เกิดขึ้น นี่เขาคนนั้นกำลังจะหลั่งน้ำตาหรือไงกันทำไมตัวถึงสั่นงันงก หรือว่าภาพตรงหน้ามันจะดูเหมือนเป็นตราบาปของชีวิตในฐานะนักล่าอสูรมากไปจนทำใจไม่ไหว ทั้งๆที่ฝีมือก็เก่งกาจออกขนาดนั้น หรือว่าเป็นผู้มีมารยา ยอมรับเลยว่ามันทำให้เธอสับสนได้จริงๆ แต่สิ่งที่ถูกท่านมุซันสั่งมายังไงก็รามือไม่ได้
 
"นี่ ทำไม... ไม่ลองมาเป็นอสูรเช่นข้าล่ะ?"
 
ใบหน้าของนักล่าอสูรที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยขึ้นมามองดูทางอาคาเนะช้าๆ แน่นอนล่ะว่ามนุษย์ที่ไหนจะทนความสงสัยของตัวเองได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการที่เขามีชีวิตรอดจากบาดแผลฉกรรจ์มายังตอนนี้ได้ก็ถือว่าเหนือมนุษย์ไปแล้ว เพราะขนาดเธอยังคิดว่าถ้าตัวเองในสภาพร่างกายแบมนุษย์โดนเข้าคงต้องนอนกุมคอหายใจรวยรินไปพร้อมกลับผืนดินแล้ว หรือว่าเป็นเพราะเรื่องปราณงี่เง่าอะไรนั่นที่ฝึกกันถึงได้ทำให้ทุกสิ่งอย่างมันดูยุ่งยากวุ่นวายไปหมด แต่ไม่ว่าจะปราณไหนก็ไม่คณามือกับเธอนักหรอก
 
"มนุษย์นั้นร่วงโรยง่าย การเกิดแก่เจ็บตายจึงเป็นสิ่งงดงาม ไม่ต่างจากดอกซากุระที่เบ่งบานเลย ชีวิตที่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถปกป้องอะไรไว้ได้เช่นนั้นสู้มาเป็นอสูรเสียไม่ดีกว่าหรือ?"
 
ในระหว่างที่พูดไปนั้น มือที่ปลายเล็บแหลมก็ได้กระซวกเอาหัวใจที่ยังคงเต้นตุบๆของเหยื่อที่เป็นเด็กสาวตรงหน้าออกมาราวกับเป็นผักปลา การกระทำของเธอในครั้งจะเป็นทั้งการข่มขู่และปลอบประโลม อสูรสาวร่างสูงหันมามองดูนักล่าอสูรนั่นช้าๆพร้อมอวัยวะสำคัญของมนุษย์ที่เต้นอยู่ในมือ เขาเองก็คงจะเห็นมันได้เต็มสองตา
 
ใบหน้าที่เคยฉายแววความดุดันและหยิ่งยโสออกมาตลอดในบัดนี้นั้นกลับกลายเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่สงบนิ่งราวกับแม่พระผู้อ่อนโยน ความสามารถในการปรับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางนี้เธอมีมันมาตั้งแต่ตอนยังเป็นมนุษย์ ก็มีบ้างที่ความทรงตอนเป็นโออิรันมันแว้บขึ้นมาในหัว แต่มันก็จับใจความจำอะไรไม่ได้อยู่ดี
 
"ต่อให้รัตติกาลนี้ข้าไม่ช่วงชิงเอาจุดจบของคนพวกไปนี้ไป สักวันก็ต้องตายอยู่ดี หรือเจ้าจะเถียงข้าว่าไม่จริง การมีชีวิตอยู่ยงคงกระพันกับคนสำคัญนิรันดร์ไปไม่ดีกว่าหรือ?"
 
อาคาเนะยังคงเอ่ยกล่าวเช่นนั้นต่อไป จนกระทั่งต้องรีบกระโดดถอยตัวออกห่างจากเขาคนนั้นเพราะรับรู้ได้ถึงพลังจิตที่แข็งกล้ามากขึ้น สิ่งที่เธอพูดไปไม่ได้ทำให้เขายอมให้ความร่วมมือด้วยง่ายๆเลย ซึ่งตัวเธอเองแล้วก็ใช่คนจอมตื๊อที่ไหน หากเขายังคงยืนกรานไม่ละทิ้งดาบในมือลง นั่นก็มากเพียงพอสำหรับคำพูดปฏิเสธต่อข้อเสนอนี้แล้ว
 
มือเธอยกขึ้นป้อนหัวใจดวงนั้นให้ตัวเองกัดกินอย่างรวดเร็วเสียจนหมดสิ้นและเลอะทั่วปากด้วยความตละตะกราม แต่ระหว่างนั้นเองเจ้าหล่อนก็ได้ควบคุมศพของเด็กสาวคนแรกที่ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวให้คลานมาจับข้อขาของชายผู้เป็นนักล่าอสูรผู้นี้เหมือนว่าเธอยังไม่ตาย หญิงสาวตัวน้อยที่ตอนนี้เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดร่างเนื้อของอสูรสาวได้เอ่ยปากออกมาออดอ้อนขอร้องเขาให้ช่วยจบชีวิตตัวเองเสียที
 
"มอบความตายให้นางเสีย เพราะเป็นมนุษย์ไงถึงได้ทรมาน หน่วยพิฆาตอสูรมีเป้าหมายเดียวอย่างการล่าอสูรเช่นข้าหรือ แล้วมนุษย์ด้วยกันเองล่ะ จะปล่อยให้ทรมานรึ?"
 
"เร็วสิ ตอบข้ามา เพียงแค่เจ้าเอ่ยปากว่าจะเป็นหรือไม่เป็นอสูรก็จบแล้ว พูดมาสิ ข้าไม่ใช่คนใจเย็นนะ แล้วเจ้าลองคิดดู กับร่างกายที่เป็นเพียงมนุษย์แต่กลับแข็งแกร่งขนาดนี้แล้ว หากได้ลองเป็นอสูรเจ้าก็จะสามารถฝึกหัดพัฒนาตนก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้มากกว่านี้อีก เห็นหรือยังว่าการได้เป็นอสูรนั้นดีแค่ไหน"
 
เมื่อดูท่าทีแล้วไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่ถอดใจเสียทีจึงทำให้อาคาเนะจำต้องพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะกลับมาฉีกยิ้มดังเดิมด้วยความพึงพอใจ หากท่านมุซันถามเธอก็จะตอบว่าเขาไม่ยินยอมให้ความร่วมมือด้วย เพราะเธอต้องการที่จะเป็นเพียงอสูรตนเดียวที่ท่านมุซันเอ็นดู ไม่เห็นจำเป็นต้องให้มีผู้ใดมาเป็นอสูรให้มากกว่านี้โดยเปล่าประโยชน์เลย เธอแทบอยากจะจมลงไปในบ่อเลือดของท่านมุซันด้วยซ้ำ เพียงแค่คิดเท่านั้นร่างกายมันก็ร้อนรุ่มด้วยความตื่นเต้นเสียแล้ว
 
"อะไรกัน ไม่คิดจะลดดาบลงหน่อยเลยหรือ? สาแก่ใจข้ายิ่งนัก ถ้างั้นเห็นทีข้าคงต้องฆ่าเจ้าแล้วล่ะ มนต์อสูรโลหิตยักษาราตรี หวังว่าเจ้าจะสุขสมอยู่ดีในปรโลกนะ พ่อเทพบุตร"

  • Olivia C. Sutherland (✔) ถูกใจสิ่งนี้

AI6csN7.png

068cc23b9c451335c1cdfa1242cec848cd7e6b5c
7233dd90f900af57c.gifMK4oiPh.png

Gryffindor House | Gringotts No. 1892


#18 Chatel Cernunnos (✔)

Chatel Cernunnos (✔)
  • นักเรียนบ้านแซฟฟาเรีย
  • 7002 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5524

    • ไม้: มะเดื่อ | ยาว: 10"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: แข็ง
    เหรียญรางวัล
            

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 02:55 PM

3b38e53dc4d919b4aaf3d516c4801f7e.png

 

เฟซเคลม : https://www.pinterest.com/pin/428193877066882582/ (ไม่รู้ที่มาจริงๆค่ะ T^T)

ชื่อ (ชาวญี่ปุ่น) : 貴澄 | Kisumi | คิซุมิ

อายุ : 15

เพศ : หญิง

พลังพิเศษ : ผมที่ถ้าตัดออกมาแล้วจะมีพิษที่ต้องใช้เส้นผมของใครอีกคนเท่านั้นที่จะถอนพิษได้

 

ลักษณะทางกายภาพ : ผมสีน้ำเงินๆ ม่วงๆ รูปร่างสูง ผิวขาว ตาสีดำ

บุคลิกภาพ : เดินอย่างมั่นใจ มีรอยยิ้มประดับอยู่แทบจะตลอด พกพัดประจำตัวตลอดเวลาเพราะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ใช้พลัง เครื่องประดับบนหัวเป็นจุดกระตุ้นให้ใช้พลัง

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : คิซุมิเป็นลูกศิษย์ของอดีตเสาหลักบุปผาที่ผันตัวไปเป็นหมอแล้วเปิดสถานพยาบาลรักษาคนจนอยู่ที่ชนบท ถูกสอนเรื่องการใช้พิษมาพอๆกับที่รักษาคนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ แต่เมื่ออายุ 10 ขวบก็มีเด็กคนหนึ่งที่อดีตเสาหลักรับเลี้ยงเข้ามา ในตอนแรกก็รู้สึกดีใจที่จะมีเพื่อนวัยเดียวกันเพิ่มแต่กลับรู้สึกเหมือนกับถูกแย่งความรักไปจากอดีตเสาหลักที่นับถือเป็นเหมือนแม่เพียงเพราะว่าเด็กคนนั้นมีความสามารถในการแยกพิษที่ไม่มีใครมีเท่านั้น ทำให้รู้สึกน้อยใจเป็นอย่ามาก เพราะตัวเองก็เคยเป็นคนที่อดีตเสาหลักโปรดปรานที่สุดเพราะมีเส้นผมที่เป็นพิษ ไม่มีอะไรสามารถถอนพิษนี้ได้ ก่อนจะทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดอย่างการวางยาเพื่อนของเธอที่ชื่อว่าโดคุนะ ฮิไอ แต่ผลที่ได้กลับทำให้เธอรู้สึกผิดพลาดเข้าไปอีก โดคุนะ ฮิไอ มีผมที่สามารถเป็นยาถอนพิษจากผมของเธอได้และได้รับความไว้ใจจากอดีตเสาหลักมากขึ้นจนเธอทนไม่ไหวคิดจะหนีออกจากที่นั่น แต่ความคิดของเธอกลับบอกให้ลากคนที่เป็นขวากหนามในใจไปลงนรกก่อน ก่อนจะเริ่มตีสนิทกับโดคุนะ ฮิไอ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

3 ปีผ่านไป เสียงกระซิบในหัวของเธอก็บอกว่าถึงเวลาแล้วแต่ความจริงเป็นอสูรที่ปลอมตัวเข้ามารักษายุยงให้กำจัดคนที่อาจเป็นภัยต่อท่านผู้นั้นอย่างโดคุนะ ฮิไอ ให้พ้นทาง และหลอกใช้คิซุมิเป็นเครื่องมือ โชคเข้าข้างที่ฮิไอยอมหนีออกจากสถานทีแห่งนั้นไปด้วยกัน โดยี่ไม่รู้เลยว่าเป็นแผนของอสูรที่ต้องการกินเลือดตัวเองเพราะตัวเองเป็นพวกเลือดพิเศษ จนพลาดท่าจะโดนอสูรตนหนึ่งฆ่า สายตาหันไปทางโดคุนะ ฮิไอ ที่วิ่งหนีออกไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะตอบรับการเป็นอสูรไปด้วยความแค้น และไม่เหลือความทรงจำอะไรอีกเลย

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : มีคาร์ที่เป็นนักล่าอสูรอยู่แล้ว และถ้าให้คิดอีกคาร์ก็คิดไม่ออกแล้วจริงๆ

 

ลักษณะนิสัย : ขี้อิจฉา เจ้าคิดเจ้าแค้น ถือคติแค้นนี้ต้องชำระ

จุดแข็ง : มีพิษประจำตัวที่รุนแรง / ไม่ก้มหัวให้ใครยกเว้นคนที่นับถือจริงๆ / ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

จุดอ่อน : ผมของโดคุนะ ฮิไอ / ดอกฟูจิฮานะ / คนที่มีพลังเกี่ยวกับพิษที่แข็งแกร่งกว่าตัวเอง

 

 

New_Project_10.png

“อ้าวๆ อะไรกัน ทำไมท่านผู้นั้นถึงคิดว่าเจ้าแข็งแกร่งจนต้องส่งข้ามาจัดการกันนะ” คิซุมิที่จับดาบของเสาหลักคนหนึ่งแกว่งไปแกว่งมาพูดขึ้นก่อนจะเหวี่ยงดาบนั้นไปปักนกส่งสารของเสาหลักคนนี้เข้าที่ปีก ก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างของเสาหลักที่ไร้ทางสู้และหลบอยู่หลังต้นไม้ สูดกลิ่นของความตายที่กำลังจะได้กลิ่น แล้วกรีดพัดของตัวเองออกมาพร้อมๆกับยกมือขึ้นมาแล้วมองดูพิษที่ไลออกมาจากเล็บของตัวเองเข้สู่พดที่ซึมซับเอาพิษเข้าไปอย่างไม่หยุดหย่อนอยางพอใจ

 

“โดคุนะ ฮิไอ…ไม่ควรมีคำที่เป็นของข้าอยู่ในชื่อเจ้าเลยจริงๆ พิษไม่เหมาะกับคนอ่อนแออย่างเจ้าหรอกนะ เพราะมันพรากชีวิตเจ้าได้เพียงแค่ ปลายนิ้ว” สิ้นสุดคำพูดก็สะบัดพัดโจมตีด้วยพิษไปที่ร่างของเด็กสาวที่วิ่งออกมาอย่างจังแล้วก็ต้องเลิกคิ้วแล้ฉีกยิ้มออกมา พิษของเธอทำอะไรเสาหลักคนนั้นไม่ได้เลย นั่นหมายความว่าจะมีสองชีวิตอยู่บนพื้นดินเดียวกันไม่ได้อีก

 

“ข้าเสียดายผมสวยๆของเจ้าจริงๆ ถ้าเราได้ร่วมมือกันคงไม่มีใครเทียบได้แน่ๆ--ไม่ต้องอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบเจ้าด้วย เพียงแค่ตกลงเท่านั้นเอง ไม่น่าจะยากขนาดนั้นนะ”


  • Minnas M. Macdragulj (✔), Uriel M. Macdragulj (✔), Olivia C. Sutherland (✔) และ 2 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

hSTHJ0X.png

kKjJ2QZ.png

it8vZa8.gif


#19 Lucas Q. Sutherland (✔)

Lucas Q. Sutherland (✔)

    พนักงานโรงเตี๊ยม

  • นักเรียนบ้านรูบีเลียม
  • 6606 โพสต์
  • เลขประจำตัว 3929

    • ไม้: เอล์ม | ยาว: 12 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: โค้งงอ
    เหรียญรางวัล
                  

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 03:28 PM

image0.png

 

เฟซเคลม : @Reiyuusama


ชื่อตอนเป็นมนุษย์ : Kaito Tanaka ( ไคโต ทานากะ )


ชื่อตอนเป็นอสูร : Endo ( เอนโดะ )


อายุ : 26


เพศ : ชาย


พลังพิเศษ : สามารถอำพรางตัวเองให้แนบเนียนกับมนุษย์ได้ โดยกลิ่นไอของอสูรจะจางกว่าอสูรทั่วไปมากจนแทบจะไม่ได้กลิ่น


ลักษณะทางกายภาพ : อสูรสูงราว ๆ สองเมตร มีร่างกายที่กำยำ มีปานเป็นเส้นสีแดงบริเวณแก้มทั้ง

สองข้าง รอบคอ และตามลำตัว และมีพละกำลังมากเป็นพิเศษ มีเขางอกออกมาสองข้าง และมีหูที่ยาวผิดปกติ สามารถอำพรางตัวเองให้เหมือนกับมนุษย์ได้ แต่ในร่างของมนุษย์เป็นเพียงแค่ชายหนุ่มสูง 168 เซนติเมตร และมีรอยปานสีแดงจาง ๆ อยู่ทั่วตัวถ้าไม่สังเกตจะมองไม่เห็น


บุคลิกภาพ : เอนโดะเป็นอสูรที่มีความคิดเหมือนกับมนุษย์ทั่วไป คุยกับมนุษย์ได้รู้เรื่อง ในเวลากลางคืนเขาจะชอบเดินปรากฏในตัวเมือง เพื่อที่จะหาเหยื่อโดยเริ่มจากการตีสนิท และกินทิ้งในที่สุด 


ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : ไคโตเกิดในตระกูลฐานะยากจน พ่อของเขาป่วยหนักจนไม่สามารถทำงานได้ ไคโตจึงจำเป็นที่จะต้องทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก ๆ ส่วนแม่ของเขาก็ต้องคอยดูแลพ่ออยู่ตลอดเวลา ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของไคโตไม่ค่อยราบรื่นเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ แต่เขาก็สามารถหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวได้อยู่ประจำ แม้ว่าจะมีบางทีที่เขาจะต้องโดนทุบตี เพื่อแลกมากับเงินจำนวนไม่มาก แต่ไคโตก็ยอมทำเพื่อที่จะเลี้ยงดูครอบครัวให้อยู่รอดได้ แต่เมื่อไคโตได้โตขึ้น เขาก็เรียนรู้ที่จะฝึกการต่อสู้โดยใช้คาตานะ และมีความใฝ่ฝันเล็ก ๆ ที่เขาจะได้เป็นนักล่าอสูรเหมือนกับคนอื่น ๆ 


ในค่ำคืนที่แสนเงียบสงบ และอาการของพ่อเขานั้นก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังต้องการคนดูแลใกล้ ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งไคโตกับแม่ก็คอยดูแลพ่ออยู่ตลอดเวลา แต่ในระหว่างนั้นบ้านทั้งหลังก็สั่นด้วยความไม่มั่นคง พร้อมกับเสียงของอะไรซักอย่างกำลังเข้ามาในบ้าน … “คิบุสึจิ มุซัน” ในตอนนั้นเขาได้แต่คอยปกป้องแม่และพ่อของเขาให้อยู่ห่าง ๆ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างหน้าเขานั้นเป็นอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาอสูรทั้งหมด เด็กหนุ่มหยิบดาบคาตานะของตัวเองอย่างมุ่งมั่น แต่ก็ถูกมุซันจับตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน


“ข้า.. ข้ายอมแลกทุกอย่าง แต่ข้าแค่ขอไม่ให้ครอบครัวของข้าต้องถูกคร่าชีวิตไป” เขาได้แค่อ้อนวอนด้วยความโศกเศร้าที่มีอยู่ และมีเพียงหนทางเดียวที่เขาจะสามารถช่วยเหลือครอบครัวของตัวเองได้ คือการที่เขานั้นจะต้องมาเป็นอสูร ไคโตคิดอยู่ซักพักและกำลังที่จะปฏิเสธ ให้เขายอมตายแทนพ่อมาก็จะดีกว่า แต่ทุกอย่างก็สายไปแล้ว เขาได้รับเลือดจากมุซันจนกลายร่างเป็นอสูรที่แข็งแกร่งกว่าอสูรทั่วไปด้วยความไม่เต็มใจ ร่างกายของไคโตค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากส่วนสูงที่สูงเพียงแค่ร้อยหกสิบ ก็ค่อย ๆ ขยายขึ้นจนสูงเกือบสองเมตร หลังจากที่ไคโตเป็นอสูรสัญชาติญาณแรกของอสูรคือการกินมนุษย์ เป้าหมายแรกของเขาที่ใกล้ที่สุดตรงนั้นคือพ่อและแม่ ซึ่งขณะนั้นไคโตไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตัวเอง และทำให้ไคโตไม่สามารถรักษาชีวิตของพ่อและแม่ตัวเองเอาไว้ได้


หลังจากเหตุการณ์นั้น ไคโตก็ได้กินมนุษย์และพัฒนาตัวเองจนเป็นอสูรที่เริ่มเก่งกาจขึ้นเรื่อย ๆ และค่อย ๆ เริ่มมีความคิด แต่ก็ยังจำเรื่องราวในอดีตของตัวเองไม่ได้ว่าเป็นใครมาจากไหน ได้แต่เรียกชื่อตัวเองว่าเอนโดะ เขากินมนุษย์ด้วยความเลือดเย็น โดยใช้ดาบคาตานะคู่ใจของเขาในการสังหารพวกมนุษย์ จนเวลาผ่านไปเกือบร้อยไป เอนโดะก็ได้ค้นพบมนต์โลหิตอสูรของตัวเองที่สามารถพรางตัวเหมือนกับมนุษย์ได้อย่างแนบเนียนโดยแทบจะไม่เหมือนกลิ่นอายของการเป็นอสูร ซึ่งด้วยมนต์โลหิตอสูรทำให้เอนโดะสามารถหลอกพวกมนุษย์มาเป็นมื้ออาหารจานโปรดได้อย่างง่ายดาย และเอนโดะก็คอยจงรักภักดีต่อคิบุสึจิ มุซันจนถึงปัจจุบัน


สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : ถูกบังคับให้เป็นอสูร


ลักษณะนิสัย : เอนโดะเป็นอสูรที่โหดเหี้ยม พร้อมที่จะกินทุกคนอย่างไม่ใยดี ยกเว้นแต่ว่ามนุษย์คนนั้นมีจิตใจที่ดีงามมาก เอนโดะก็จะปล่อยเอาไว้ และหากมนุษย์คนที่มีความสามารถมากพอ เขาก็จะชวนให้มาเป็นอสูรเช่นเดียวกันกับเขา


จุดแข็ง : ร่างกายที่มีพละกำลังสูงกว่าอสูรทั่วไป สามารถพูดคุยได้เหมือนมนุษย์ อำพรางตัวเองเก่ง 


จุดอ่อน : แพ้นักล่าอสูรที่มีความคล่องตัวสูง แสงตะวัน มนุษย์ที่มีจิตใจงดงาม

 

 

FFyhuzE.gif

 

ท่ามกลางแสงจันทร์ มีเพียงแค่อสูรร่างยักษ์ที่กำลังหาเหยื่อรายต่อไปในป่าใหญ่ ดูเหมือนว่าจะมีคนมาบุกรุกถิ่นของเขาอีกเป็นแน่ ถ้าเดาไม่ผิดก็คงจะเป็นพวกนักล่าอสูรชั้นต่ำที่คิดจะมาต่อกลอนกับเขา อสูรที่มีนามว่าเอนโดะพุ่งเข้าไปผ่านต้นไม้นับร้อยไปยังร่างของนักล่าอสูรคนนั้น

 

“นึกว่าจะเป็นนักล่าอสูรชั้นต่ำซะอีก” ผิดคาดที่ตรงหน้าเขานั้นเป็นร่างของอสูรที่แต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบนักล่าอสูร แต่มีเครื่องแต่งกายที่ต่างจากนักล่าอสูรทั่วไป ดูท่าแล้วน่าจะเก่งกาจน่าดู นัยน์ตาสีแดงจ้องมองไปที่นักล่าอสูรคนนั้นอย่างไม่เกร็งกลัว พลางหลบการใช้ดาบนิจิรินที่ฟาดฟันมาอย่างเบามือ ร่างสูงใหญ่เริ่มต้นที่จะโต้ตอบ มือหนาคว้าดาบคาตานะของตัวเองขึ้นมาแล้วบรรเลงท่วงทำนองการใช้ดาบอย่างเก่งฉกาจของเขากับนักล่าอสูรคนนั้น

 

“แต่ก็ดี จะได้ต่อสู้พอเป็นพิธีซักหน่อย” เอนโดะยังคงเอ่ยต่อพลางสะบัดดาบคาตานะเข้าไปที่แขนข้างซ้ายของอีกฝ่าย แต่ก็ถูกสะกัดกั้นได้ทัน และถูกโต้ตอบมาด้วยดาบนิจิรินของอีกฝ่าย ฝีมือของหมอนี่เก่งกาจกว่าที่เขาคิดไว้ มือหนาจับดาบคาตานะแน่น ก่อนที่จะสะบัดด้วยความคล่องแคล่วและแข็งแรงด้วยแรงที่เขามี ในจังหวะนั้นอีกฝ่ายก็โต้ตอบอย่างรวดเร็วและฟันไปที่แขนข้างขวาของเขาเต็มแรง ทำให้แขนข้างขวาของเขาที่จับคาตานะอยู่เกือบขาดออกเป็นสองส่วน

 

“แรงแค่นี้ยังทำอะไรข้าไม่ได้หรอก— จริงไหม?” ว่าแล้วเอนโดะก็ควบคุมกล้ามเนื้อของตัวเองที่แขนขวาให้ต่อกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างง่ายดาย รู้สึกดีที่ตนนั้นได้มาเป็นอสูร มีแรงเยอะกว่ามนุษย์หลายเท่า มีเพียงแค่ข้อเสียเดียวที่ไม่สามารถโดนแสงตะวันได้ เอนโดะต่อกลอนกับนักล่าอสูรคนนั้นจนได้รู้ว่าอีกฝ่ายใช้ปราณวายุ เป็นปราณที่เอนโดะเคยต่อกลอนมาแล้วนับไม่ท้วนจนจำกระบวนท่าทั้งหมดของปราณวายุได้หมดแล้ว


“ข้ายังไม่รู้ชื่อของเจ้าเลย มาคุยกันก่อนสิ” เสียงหนาเอ่ยขึ้นระหว่างที่ใช้แรงที่ขาถีบเพื่อพุ่งอัดนักล่าอสูรคนนั้นเข้ากับต้นไม้ ใหญ่ในป่านั้น และใช้ดาบคาตานะของตัวเองค้ำเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปไหนได้ เขารู้สึกว่ายังอยากคุยกับนักล่าอสูรคนนี้อยู่ แต่นักล่าอสูรอีกฝ่ายก็โต้ตอบโดยใช้ดาบนิจิรินขัดอีกทีและผลักร่างของเขากระเด็นออกไปได้ประมาณสามเมตร เอนโดะยิ้มด้วยสีหน้าที่พึ่งพอใจก่อนที่จัพุ่งเข้าไปใหม่อีกครั้งและกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้


“ข้าฮายาชิ…” เสียงของฮายาชิเอ่ยขึ้นระหว่างที่เอนโดะพุ่งลงมากดคอของฮายาชิเข้ากับตอของต้นไม้ เอนโดะยิ้มด้วยความพึงพอใจและจ้องมองไปที่ใบหน้าอันครุ่นเครือของอีกฝ่าย


“ฮ่าๆ ฮายาชิ ชื่อของเจ้าช่างไม่เหมาะกับเจ้าเลย” เสียงหนาเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะและแสยะยิ้มให้อีกฝ่ายพร้อมกับใช้แรงกดคอให้แรงขึ้นมากกว่าเดิม


“หุบปาก!!!” คำพูดของเขาเหมือนจะไปกระทบใจอะไรซักอย่างของอีกฝ่าย ทำให้ฮายาชิโต้ตอบและหลุดจากการถูกกดคอของเขาได้ ดาบนิจิรินบรรเลงท่วงท่าจากปราณวายุ อสูรร่างใหญ่เริ่มตอบโต้แรงขึ้นด้วยดาบคาตานะและดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาไปพูดแบบนั้นจะทำให้อีกฝ่ายมีพละกำลังแรงการใช้ดาบนิจิรินที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือหนาพลาดท่าทำให้อีกฝ่ายฟันไปที่แขนข้างขวาของเขาอีกครั้ง คราวนี้มันขาดเป็นสองท่อน ส่วนที่ขาดตกลงไปอยู่ที่พื้น มือที่กำลังจับดาบคาตานะอยู่ก็จับแน่นขึ้นกว่าเดิม แล้วใช้แรงที่แขนยกตัวเองขึ้นมาฟันไปที่คอของฮายาชิด้วยความรวดเร็ว ส่วนอีกข้างเอนโดะก็ใช้หมัดที่มีแรงมหาศาลพุ่งเข้าไปที่ร่างของฮายาชิ


แต่อีกฝ่ายก็ตอบโต้กลับมาได้ดี และใช้ปราณวายุทำให้ร่างของเอนโดะถูกแรงจากพายุพัดออกไปชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง ส่วนแขนของเขาที่ขาดไปก็พุ่งกลับมาเชื่อมใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว เอนโดะค่อย ๆ ยึดสภาพกลับตามเดิมแล้วยืดเส้นยืดสายอีกครั้งก่นอที่จะพุ่งเข้าไปอัดร่างของฮายาชิ

 

“ข้าว่าเจ้ายังเก่งได้มากกว่านี้ เพียงแค่อยู่ผิดที่ก็เท่านั้น” เสียงหนาของเอนโดะเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะค่อย ๆ กดดาบคาตานะไปที่ลำตัวของฮายาชิช้า ๆ

 

“เจ้าหมายความว่ายังไง” เสียงอ่อนแรงของฮายาชิเอ่ยตอบออกมาเบา ๆ ท่าทางของฮายาชอตอนนี้เริ่มมีบาดแผลเต็มตัวไปหมดจากการที่ถูกเขาทั้งฟันและจากที่โดนแรงของต้นไม้อัดเข้าไปกับตัว อสูรร่างยักษ์ยิ้มแสยะออกมาอีกครั้งก่อนที่จะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ ๆ

 

“เป็นแค่นักล่าอสูรก็ไม่ได้มีพละกำลังมากมายขนาดนั้นหรอกนะ มาเป็นอสูรแบบข้าสิ ข้าว่าเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ” อสูรร่างยักษ์พูดข่มอีกฝ่ายก่อนที่จะค่อย ๆ กดดาบคาตานะไปที่ลำตัวของอีกฝ่าย ที่ลำตัวของฮายาชิก็เริ่มมีเลือดไหลออกมาตามการกดของเขา เขาจะให้เวลาฮายาชิคิดอีกซักพักก่อนที่จะคร่าชีวิตนี้ทิ้งไป


แก้ไขโดย Quantez Wang (✔) 07 July 2021 - 03:46 PM

  • Minnas M. Macdragulj (✔) และ Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์


#20 Celene Aysun (✔)

Celene Aysun (✔)

    พนักงานร้านแผ่นเสียง

  • นักเรียนบ้านรูบีเลียม
  • 3841 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5605

    • ไม้: อาเคเชีย | ยาว: 13"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: แข็ง
    เหรียญรางวัล
      

โพสต์เมื่อ 07 July 2021 - 04:41 PM

unknown.png?width=330&height=491

 

เฟซเคลม : ผลงานวาดของคุณ bocheng0406的小屋

ชื่อ : ยูกิบานะ ( Yukibana ) ( มีความหมายว่า : บุปผาเหมันต์ )

อายุ : จำไม่ได้แต่นางยังคงอยู่ในรูปลักษณ์ของหญิงสาวอายุ 20 - 24 ปี

เพศ : หญิง

 

พลังพิเศษ : พลังมนต์อสูรโลหิตของนางจะเกี่ยวกับเสียงขับร้องบทเพลง – หนึ่งในความสามารถที่ใช้บ่อยนั้น ‘ มนต์อสูรโลหิตบทเพลงขับกล่อม ’ คือเมื่อเอื้อนเอ่ยทำนองบทเพลงอันไพเราะออกมามนุษย์ที่ได้ยินก็จะตกอยู่ใต้อำนาจของมนต์อสูรเขาหรือนางจะได้เห็นสิ่งที่ตนเองโหยหามากที่สุดแต่ภายนอกจะเห็นเพียงแค่ว่าเขาหรือนางนั้นหยุดนิ่งกับที่เท่านั้น ยังมีร่มไม้ของนางที่ปลายของร่มที่ควรจะเรียบนั้นกลับประดับด้วยปลายแหลมคมของใบมีดเหล็กที่หากประมาทเผอเลอเพียงครู่เดียวแทนที่นางจะถูกตัดหัวอาจจะเป็นฝ่ายตรงข้ามเสียเองมากกว่าที่จะโดน

ลักษณะทางกายภาพ : อสูรสาวรูปโฉมงดงามเจ้าของเรือนร่างบอบบางน่าทะนุถนอมดูไร้มลทิน เรือนผมสีเงินขาวยาวสยายถึงสะโพกงดงามประดุจหิมะถูกถักทอรวบเก็บครึ่งศีรษะและประดับด้วยเครื่องดับพู่ห้อยผีเสื้อสีขาวพิสุทธิ์ ใบหน้าเรียวอันงดงามที่มองพิศแล้วยากที่จะละสายตา ดวงตาสีหมอกที่ดูราวกับถูกเคลือบไปด้วยความโศกศัลย์ ริมฝีปากกระจับบางไร้รอยยิ้มแต่งแต้ม ผิวขาวละเอียดดั่งหิมะ ใบหูยาวเรียว

บุคลิกภาพ : ดูเป็นคนนิ่งๆ สุภาพเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวานและพูดน้อยคำ แต่ภายในนั้นทั้งแก่นแก้วและทั้งดื้อรั้นบ้างเป็นครั้งคราว น้ำเสียงที่ใช้ในการพูดของนางนั้นทั้งเพราะแล้วไพเราะและนุ่มหวานมาก อีกทั้งดวงตาของนางก็ดูอ่อนหวานทำให้ผู้ใดที่สบตากับนางนั้นยากที่จะละสายตา สวมใส่ชุดกิโมโนราคาแพงที่นายท่านเป็นคนซื้อให้ พร้อมกันนั้นยังมักจะถือร่มกางเอาไว้อยู่ตลอดเวลาเพื่อปกปิดใบหูอันเรียวยาวดั่งภูตสาวของตนเอาไว้

 

ประวัติและภูมิหลังของตัวละคร : 

 

               ตั้งแต่จำความได้นางก็ถูกดูแลและเลี้ยงดูด้วยสามีภรรยาชาวนาคู่หนึ่งทั้งสองเล่าว่าพบเจอนางครั้นที่เป็นเด็กทารกถูกทิ้งไว้อย่างเดียวดายข้างกองขยะท่ามกลางหิมะที่แสนเหน็บหนาวทั้งคู่ที่เป็นหมันที่อยากมีลูกเลยเก็บนางมาเลี้ยงดั่งลูกของตนเอง ‘ยูกิบานะ’ คือนามที่ผู้เป็นมารดาอย่าง ‘ซุยเซ็น’ ตั้งให้เพราะอยากให้นางนั้นเข้มแข็งและงดงามดั่งดอกไม้ที่เติบโตอย่างไม่ย่อท้อท่ามกลางความเหน็บหนาวของหิมะที่ร่วงโปรยลงมาจากฟากฟ้า

 

               แม้จะเป็นครอบครัวชาวบ้านชาวนาธรรมดาแต่ทั้งสองก็สั่งสอนยูกิบานะอย่างดีเท่าที่ผู้ใหญ่ทั้งสองจะสามารถทำได้ เพราะฐานะทางบ้านที่ไม่ดีทำให้ยูกิไม่ได้มีของเล่นเหมือนกับเด็กหญิงคนอื่น ๆ ซุยเซ็นผู้เป็นมารดาบุญธรรมกลัวลูกสาวจะเบื่อเลยสอนให้นางร้องเพลงเล่น . . . . มีสองสามีภรรยาทำสวนทำงานข้างกันที่ชานเรือนนั้นมีเด็กหญิงตัวน้อยนั่งร้องเพลงเดินเล่นหัวเราะไปกับบิดาและมารดาบุญธรรมของนางชั่งเป็นภาพของครอบครัวที่แสนสุขสันต์ . . .

 

               ยิ่งเติบโตเท่าไหร่รูปโฉมอันงดงามของยูกิบานะก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้นนั้นก็นำพาอันภัยอันตรายเข้ามาหาทั้งนางทั้งบิดาและมารดา ครอบครัวสามีภรรยาชาวนานั้นไม่ยินยอมที่จะส่งยูกิบานะไปให้ขุนนางท่านหนึ่งทั้งครอบครัวเลยถูกตามล่า บิดาและมารดาบุญธรรมก็นำนางไปขอความช่วยเหลือจากท่านศาสดาประจำลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์ที่ได้ยินเสียงเล่าลือมาว่าเขานั้นมีความเมตตามาก นั้นเลยทำให้ยูกิบานะในวัย 18 ปีนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์นับจากนั้น . . . .

 

               ในลัทธิสรวงสวรรค์นิรันดร์ยูกิบานะที่ถูกรับเข้ามาใหม่นั้นถูกกลั่นแกล้งเนื่องจากรูปโฉมที่งดงามของนางแต่ก็ถูกท่านเจ้าลัทธิอย่าง ‘โดมะ’ ช่วยเหลือเอาไว้เนื่องจากเขารู้สึกสนใจในตัวของนางและมอบหน้าที่ในการเป็นดูแลรับใช้ข้างกายของเขาให้ นับจากนั้นจากคำสั่งสอนของมารดาบุญธรรมทำให้ยูกิบานะมองว่าท่านเจ้าลัทธิเป็นผู้มีบุญคุณและกลายเป็นสาวรับใช้ข้างกายของท่านเจ้าลัทธิตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่พอรับใช้นานวันเข้าก็รู้สึกผูกพันและแอบหลงรักท่านเจ้าลัทธิเพราะเป็นความรู้สึกที่ไม่ควรมียูกิบานเลยปิดผนึกความรู้สึกพวกนั้นไปและอยู่รับใช้นายท่านโดมะของนางต่อไป . . .

 

               แต่ความลับก็ไม่มีในโลกนางรับรู้ถึงความลับที่ว่าท่านเจ้าลัทธิเป็นอสูรจากที่รับรู้ว่าหญิงสาวที่เคยกลั่นแกล้งนางนั้นหายไปทีละคนทีละคนจนเข้าไปพบกับท่านเจ้าลัทธิที่กำลัง ‘กิน' อาหารสด ๆ เพราะรู้ว่าหนีไปก็ไม่มีประโยชน์ผสมปนกับความรู้สึกที่ว่าเขาเป็นทั้งผู้มีบุญคุณ เขาเป็นเจ้านายของนาง เขาเป็นผู้ที่นางรู้สึกผูกพันด้วยนั้นทำให้ยูกิบานะกดข่มความหวาดกลัวและรับใช้เจ้าลัทธิต่อไป

 

               วันหนึ่งนายท่านของเจ้านายเข้ามาหายูกิบานะยังคงทำงานของนางรับใช้ท่านเจ้าลัทธิอย่างโดมะเป็นปรกติ รับรู้ถึงสายตาอันแหลมคมที่จับจ้องมองนางทุกครั้งที่ถูกเรียกใช้ก็รู้สึกหวาดกลัวคนผู้นั้นมาก มันไม่เหมือนความรู้สึกกลัวเหมือนครั้งที่นางกลัวท่านโดมะกับคนผู้นั้นรู้สึกถึงความอันตรายและความน่าหวาดกลัวกว่าแต่ในตอนนี้นางยังรู้สึกว่าท่านโดมะดูอันตรายน้อยกว่าและปลอดภัย(กับนาง)มากกว่าคนผู้นั้นมาก . . . 

 

               อนิจจาสาวน้อยยูกิบานะผู้ไร้เดียงสามิรู้เลยว่ากำลังถูกล่อลวงด้วยอสูรกายทั้งสอง สาวรับใช้ตัวน้อยนั้นถูกยื่นข้อเสนอจากนายท่านของนายของตนว่าจะให้เป็นเหมือนพวกเขาทำให้ยูกิบานะที่ตอบตกลงในทันทีหลังจากนั้น . . . ตัวตนของอสูราสาวผู้งดงามภูตอสูรสาวผู้รับใช้ของท่านโดมะอสูรข้างขึ้นที่ 2 ก็ลืมตาตื่นขึ้น . . . เพราะฝีมือความสามารถด้านมนต์อสูรโลหิตของนางทำให้ยูกิบานะมีความสำคัญในหมู่อสูรมากแม้อาจจะไม่มากเท่าสิบสองอสูรจันทราแต่ฝีมือของนางก็เป็นอะไรที่ไม่สามารถดูถูกได้ . . . 

 

(กลัวคนไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกที่โดมะมีให้ยูกิบานะน่ะค่ะเลยมีปล.) ปล.

          ตัวละครโดมะจากต้นฉบับจะไม่มีความรู้สึกอะไรเลยค่ะแต่เขาจะแสร้งทำว่าตัวเองมีความรู้สึกเหมือนอสูรปรกติดูเป็นอสูรที่น่าสงสารดี แล้วก็ที่เซลีนลองวิเคราะห์ดูแล้วเอามาเขียนนะคะ เขาก็เหมือนอสูรทั่วไปเลยค่ะมีความเลือดเย็น ฆ่าได้ทั้ง ๆ ที่หน้ายังยิ้มอยู่ เพราะว่าเขาเป็นอสูรข้างขึ้นจะมี(ขึ้นชื่อเรื่อง)ความโรคจิตหน่อย ๆ ที่อาจจะมีนิสัยชอบเล่นกับอาหารหรือเหยื่อของตัวเองน่ะค่ะ

          ดังนั้นแล้วตัวละครยูกิบานะไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือตัวละครที่เคยเป็นเหยื่อของโดมะคนอื่น ๆ เลยค่ะ แต่เพราะนางแค่สวยแล้วโดมะก็ชอบเสียงร้องเพลงอันไพเราะของนางดีเขาเลยสนใจนางในเชิงที่นางเป็นเหยื่อตัวน้อยๆของเขา เขาก็คงอยากจะหยอกเล่นด้วยนิดๆแล้วค่อยกินเหมือนคนอื่น แต่ว่านาง ‘โชคดี’ อีกที่นานไปเข้าโดมะเริ่มติดใจนิสัยและการปฏิบัติตนในหน้าที่ของสาวรับใช้ข้างกายนอกจากนั้นก็เห็นมีบางครั้งที่นางเล่นตามเขาไปด้วยก็เลยไม่อยากที่จะฆ่าง่าย ๆ เนื่องจากยังติดใจแล้วก็ยังเล่นไม่เบื่อนั้นเองค่ะ

 

สาเหตุที่เลือกเป็นอสูร : นาง(คลั่งรัก)ต้องการตอบแทนบุญคุณของโดมะและดูแลรับใช้เขาไปตลอดการ)นางเลยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอสูร

ลักษณะนิสัย : ยูกิบานะเป็นอสูราสาวที่นิสัยที่นิ่ง ๆ และเงียบขรึ่ม บางครั้งก็มีนิสียคล้ายคลึ่งกับหนูตัวเล็กที่ขี้อาย(เป็นบางครั้ง) ทั้งยังชอบออดอ้อนเจ้าของเป็นที่สุด อีกทั้งยังมีจิตใจที่อ่อนไหวง่าย เป็นอสูราสาวคลั่งรัก แค่กๆๆๆๆๆๆๆ อสูราสาวที่รักและเคารพนายท่านของตัวเองอีกกว่าอะไรใครกล้ามาว่าหรือทำร้ายศพไม่สวยแน่ๆ . . . 

 จุดแข็ง : 

  • เป็น ‘คนโปรด’ ของอสูรข้างขึ้นที่ 2 อย่างโดมะ
  • ความรวดเร็วของการเคลื่อนไหวร่างกาย
  • มีเสียงร้องอันไพเราะ
  •  มนต์อสูรโลหิตที่แข็งแกร่งเกือบเทียบเท่าสิบสองอสูรจันทรา

จุดอ่อน : 

  • แสงอาทิตย์
  • แพ้ดอกฟูจิเข้าชั้นรุนแรง ( แพ้ดอกฟูจิกว่าอสูรทั่วไป )
  • ใจอ่อนกับมนุษย์ที่เป็นเด็ก
  • อารมณ์อ่อนไหวง่ายแม้จะเป็นอสูรก็ตาม
 
1296750397.gif
qzlduuE.png
ท่ามกลางกระแสการพัดผ่านของหิมะยังมีร่างร่างหนึ่งกำลังเดินทอดน่องไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ อยู่ รองเท้าเกี๊ยะสีแดงสูงเดินย่ำไปกับพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาร่มสีแดงที่ปิดบังใบหน้าส่วนบน . . .  กับเสียงกระดิ่งที่ดังทุกครั้งที่ร่างของนางขยับก้าวไปข้างหน้า  . .  . ดูเหมือนว่าในเวลาเช่นนี้เหล่ามนุษย์ตัวน้อยผู้แสนบอบบางจะเข้าบ้านเพื่อหาไออุ่นให้ตัวเองแล้วสินะ . . . ดวงตาหวานสีหมอกภายใต้ร่มสีแดงนั้นกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างสำรวจก่อนจะหยุดชะงักเมื่อร่าง ๆ หนึ่งพุ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกล่าวตะโกนเรียกนางอย่างเกรี้ยวกราด
 
     " หืม? . . . เจ้า? อ๋อนามนี้เจ้าเป็นเป้าหมายของของข้าเองสินะ . . .  ชั่งดู . . . . บอบบางยิ่งนัก "
 
ตรงข้ามนางที่หยุดนิ่งอยู่นานเริ่มกล่าวขึ้น เสียงนุ่มละมุนดังขึ้นมาจากร่างบอบบางคันร่มสีแดงที่ปิดบังใบหน้าท่อนบนนั้นยกขึ้นเปิดเผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามที่อยู่ภายใต้ร่มคันนั้น ดวงตาสีหมอกของนางที่เจือปนด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเล็กน้อยนั้นมองพิจารณานักล่าอสูรหนุ่มที่หยุดยืนอยู่ตรงข้ามของตนเอง  นักล่าอสูรที่ได้ยินคำกล่าวของคนร่างบางก็ดูเหมือนว่าจะฉุนขาดพุ่งเข้าใส่หวังที่จะฟาดฟันคมดาบใส่นางอย่างรวดเร็ว ฉับพลันริมฝีปากกระจับบางก็ขยับเอื้อยขับขานบทเพลงออกมาเสียงนุ่มละมุนหูดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งบริเวณ 
 
     ' มนต์อสูรโลหิต บทเพลงขับกล่อม '
 
ร่างทั้งร่างของนักล่าอสูรตรงหน้าที่ได้ยินท่วงทำนองการขับขานอันไพเราะเพาะพิ้งนั้นก็หยุดนิ่งไป อสูราสาวที่รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายตกอยู่ภายใต้มนต์อสูรโลหิตของตนแล้วก็ใช้ความสามารถอีกอย่างเปิดเผยเห็นที่คนผู้นี้โหยหามากที่สุดออกให้ตนเองได้เห็น . . . อยากแก้แค้นให้กับคนที่ตนรัก . . . สินะ . . . พร้อมกันนั้นริมฝีปากของนางก็กระตุกยกยิ้มขึ้น ร่างบอบบางเดินขยับเข้าไปใกล้ร่างของคนผู้นั้น
 
     " . . .   อยากฝังคมดาบลงที่ท้องของพวกมัน  อยากลองหักแขนหักขามันทีละข้าง ให้พวกมันทรมานทีละเล็กทีละน้อย อยากจะฉีกกระชากพวกมันออกเป็นชิ้นๆ . . . ให้สมกับที่นางผู้รักที่รักโดนกระทำ เจ้าอยากจะทำอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ . . . . ข้ารู้นะ . . .  เช่นนั้นก็เป็นอสูรเสียสิ . . . . หากเป็นแล้วละก็ . . . . แม้แต่เจ้าจะฆ่าพวกมันให้ตาย ๆ ไปซะเจ้าก็ทำได้นะ . . . . ฮ่าๆๆ. . . "
 
 เสียงนุ่มหวานนุ่มละมุนกล่าวกระซิบข้างหูล่อลวงนักล่าอสูรผู้เคราะห์ร้าย ร่มสีแดงถูกนางหุบไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ปลายแหลมคมของร่มถูกพาดไว้บนลำคออีกข้างของคนล่าอสูรหนุ่มพลันที่นางจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ไปด้วย  . . .  เอาล่ะเจ้าผู้บอบบางเจ้าจะเลือกทางไหนดีนะ . . .  จะเป็นอสูรหรือจะตายดีล่ะ? . . .
 
1296750397.gif

  • Serenity Ackerman (✔) ถูกใจสิ่งนี้

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

ภาพที่โพสต์

☽ Safe No. 4949 / #FC8EAC / Sweet Girl♥ ☽






ติดแท็กอย่างน้อยหนึ่งแท็กหรือให้มากกว่าคีย์เวิร์ดเหล่านี้: กิจกรรม, Create Your Characters

0 สมาชิกกำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 0 ผู้เยี่ยมชม, 0 สมาชิกที่ล่องหน