ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ

snow in summer by Uriel M. Bathory & Patricia Kamei B.


  • กระทู้นี้ถูกล็อค กระทู้นี้ถูกล็อค
มี 29 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Uriel M. Bathory (✔)

Uriel M. Bathory (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 732 โพสต์
  • เลขประจำตัว 526
    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ดีดตัว

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 07:55 PM

 

 

SNOW IN SUMMER.

 

story by 

 

URIEL M. BATHORY & PATRICIA KAMEI B.

 

 

 

GEvHMTq.jpg

 

Illustration by Bluebells Sutherland

 

 

 

No question that we're written in the stars.

 

- Written In The Stars – John Legend & Wendy ( of Red Velvet ) -

 

 

 

 

ICZhULp.png

 

 

CONTENTS.

 

 1  2  3  4 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ :

1. เนื่องจากฟิคชั่นเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการโรลเพลย์ระหว่างอูเรียลและแพทริเซีย จึงมีการกล่าวถึงบุคคลอื่น ๆ ในเรื่องด้วย โดยทางผู้เขียนได้รับการอนุญาตจากทางเจ้าของตัวละครนั้น ๆ แล้ว 

2. เรื่องนี้จะทำการอัพเดทในช่วงปิดเทอมนะครับ เพราะเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะอิงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเทอมของอูเรียลกับแพทริเซียตามเหตุผลที่กล่าวไว้ข้างต้น

 

 

 

 

------------------------------------------

 

 

 

 

 

 


แก้ไขโดย Uriel M. Bathory (✔) วันนี้, 08:11 PM

  • Pinky Crumble (✔), Serenity Ackerman (✔) และ Luciana Hubble (✔) ถูกใจสิ่งนี้

tBorSoq.jpg

 

VejQ9CQ.png


#2 Uriel M. Bathory (✔)

Uriel M. Bathory (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 732 โพสต์
  • เลขประจำตัว 526
    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ดีดตัว

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 07:59 PM

 

 

 

SNOW IN SUMMER.

- 1 -

 

Uriel Part

 

“จากเอสเตอร์กอมสู่ลอนดอน”

 

By Uriel M. Bathory

 

 

 

 

เรื่องราวทุกอย่าง เริ่มต้นจากคำพูดของมัมในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา..

 

 

 

 

“เราตัดสินใจแล้ว ว่าเราจะให้ลูกย้ายไปอยู่ที่ลอนดอน ที่นั่นจะปลอดภัยกับลูกมากกว่า”

 

แม้เวลาจะผ่านมานานนับเดือน ทว่า คำพูดของมัมในค่ำคืนนั้น ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในความทรงจำของเขาไม่จาง ไม่เพียงแต่น้ำเสียงรวดร้าวของมารดาผู้ให้กำเนิดเท่านั้นที่ทำให้หัวใจของเด็กชายอายุสิบเอ็ดต้องเจ็บปวด หากแต่กระแสความโศกเศร้าที่แผ่ขยายปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ของคฤหาสน์บาโธรี่ ก็ล้วนแต่ส่งผลต่อความรู้สึกของทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่เช่นเดียวกัน..

 

คงไม่มีเรื่องใดที่ทำให้บรรยากาศภายในบ้านเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันได้ เท่ากับการจากไปของ ไอรีน ราเกล บาโธรี่ น้องสาวคนเล็กของครอบครัว เพราะนับตั้งแต่นาทีที่วิญญาณของเธอได้กลับคืนสู่อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า เด็กชายก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของผู้เป็นบิดาอีกเลย ไม่สิ.. ไม่ใช่แค่ กาเบรียล บาโธรี่ เท่านั้นที่เสียใจกับการจากไปของลูกสาว แต่การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ได้พรากเอาทุกอณูความสุขของทุกคนในบ้านไปน่าจะถูกต้องกว่า ทั้งหยดน้ำตาของผู้เป็นพ่อ เสียงร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจของผู้เป็นแม่ รวมไปถึงแววตาว่างเปล่าของพี่ชายฝาแฝด ทุกสิ่งที่เขามองเห็น กลับเป็นการตอกย้ำให้เขาตระหนักถึงความเป็นจริงที่ว่า น้องสาวฝาแฝดไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกราวกับโลกทั้งใบได้แตกสลายไปต่อหน้าต่อตานั้นเป็นอย่างไร เด็กชายเข้าใจถึงมันได้อย่างถ่องแท้ก็ในตอนนั้น.. 

 

เพราะไม่ใช่แค่ภาพความหวังที่เราสามคนเคยวาดเอาไว้จะพังทลาย แต่การจากไปของไอรีนนั้นได้พรากเอาเสียงหัวเราะให้หายไปจากบ้านหลังนี้ด้วย ถ้าหากวันนั้นเขายอมขัดใจเธอสักหน่อย ถ้าหากวันนั้นเขาไม่คลาดสายตาไปจากเธอเหมือนทุกที ไอรีนก็คงไม่ต้องมีจุดจบที่น่าเศร้า และเธอก็คงไม่ต้องตกเป็นเหยื่อความเกลียดชังของพ่อมดสติไม่ดีที่ฝังใจกับความเชื่อที่บิดเบี้ยวเกี่ยวกับตระกูลของเขา

 

ทำไมนะ.. ทำไมพวกเราจะต้องมารับผิดชอบต่อความผิดบาปที่พวกเราไม่ได้เป็นคนก่อด้วย ทำไมถึงต้องทนอยู่กับความเกลียดชังจากชาวบ้านในละแวกนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะเราเป็นลูกหลานของตระกูลบาโธรี่ เชื้อสายเดียวกับแม่มดปีศาจที่เข่นฆ่าหญิงสาวจำนวนมากเพื่อนำเลือดมาสังเวยเพื่อคงความเป็นอมตะอย่างนั้นน่ะหรือ 

 

ไม่เห็นจะยุติธรรมเลย แค่ผู้หญิงสติไม่ดีคนเดียวแท้ ๆ หล่อนทำให้ลูกหลานบาโธรี่ต้องกลายเป็นแพะรับบาป ในขณะที่ตัวเองสูญสลายไปจากโลกใบนี้ไปหลายศตวรรษแล้ว

 

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น ทำให้พ่อกับแม่ตัดสินใจส่งพวกเขาไปอยู่ที่ลอนดอน และใช้เวลาเจ็ดปีในการร่ำเรียนที่ฮอกวอตส์แทนที่จะเป็นโบซ์บาตงอย่างที่วางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรก แน่นอนว่า สิ่งที่มัมตัดสินใจนั้นไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกยินดีเลย พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมพวกท่านถึงได้ยึดติดกับบ้านหลังนี้มากขนาดนั้น ทั้งที่เราก็มีเงินมากพอที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ แต่พวกเขากลับไม่ทำ การตัดสินใจของมัมในครั้งนั้นทำให้อะพอลโลระเบิดความในใจออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด ในขณะที่เขาเองก็ไม่คิดที่จะเอ่ยปากห้ามอะไร คำถามที่เคยสงสัยถูกตอบกลับมาด้วยแววตาที่แสนเศร้าของแม่ คล้ายกับว่า เหตุผลเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย และพวกเขาก็ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ

 

ฝาแฝดบาโธรี่เดินทางจากประเทศฮังการีมายังประเทศอังกฤษหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน นับว่าเป็นโชคดีที่พ่อส่ง มอร์ตัน แอนเดอร์สัน พ่อบ้านคนสนิทมาคอยดูแลพวกเราที่ลอนดอนนี่ด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ไม่รู้เลยว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในวิถีชีวิตที่ไม่คุ้นเคยนี้ได้อย่างไร และในทันทีที่พวกเขาเหยียบประเทศอังกฤษ มอร์ตันก็เจ้ากี้เจ้าการบอกให้พวกเขาไปยื่นเอกสารยืนยันตัวตนที่จุดคัดกรองสำหรับประชากรผู้วิเศษที่สถานีรถไฟคิงส์ครอสก่อนเป็นอย่างแรก 

 

“นี่เป็นเอกสารที่คุณจะต้องยื่นครับ”

 

ดวงตาสีฟ้าซีดละสายตาจากป้ายวงกลมสีทองที่สลักรูปตัว M เหนือประตูโลหะ เหลือบมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของมอร์ตัน เขารับซองนั้นมาแกะเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย

 

 

อูเรียล มิคาเอล บาโธรี่ (Uriel Michael Bathory) 

เกิดวันที่ 24 ธันวาคม 2009 อายุ 11 ปี

สัญชาติฮังกาเรียน สายเลือดบริสุทธิ์

 

 

อูเรียล มิคาเอล บาโธรี่ กวาดสายตามองข้อมูลส่วนตัวที่ระบุไว้บนหน้ากระดาษสั้น ๆ ก่อนจะสอดมันเก็บไว้ในซองตามเดิม อูเรียล เป็นเด็กชายอายุสิบเอ็ดที่มีส่วนสูงมากกว่าเด็กวัยเดียวกันอยู่นิดหน่อย เรือนผมของเขาเป็นสีบลอนด์เข้ม ส่วนดวงตานั้นเป็นสีฟ้าซีด ราวกับสีของน้ำแข็ง ใบหน้าของเด็กชายนั้นหล่อเหล่า แต่กลับดูไร้อารมณ์จนกลายเป็นคำว่าเข้าถึงยาก อาจเป็นเพราะส่วนหนึ่งนั้น มาจากการที่ทายาทตระกูลบาโธรี่ล้วนเติบโตขึ้นท่ามกลางกระแสความเกลียดชังจากชาวบ้านที่ปักใจเชื่อในเรื่องเล่าเมื่อครั้งอดีตกาลก็เป็นได้

 

“ส่งเรามาอยู่ที่นี่ หวังว่าแด๊ดกับมัมจะเตรียมทุกอย่างไว้ให้ ไม่ให้เราต้องลำบากหรอกนะ”

 

น้ำเสียงเย่อหยิ่งถือตัว ทำให้อูเรียลที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หันไปมองทันที สีหน้าของพี่ชายดูไม่สบอารมณ์นักที่ต้องถูกส่งตัวมาลอนดอน ซึ่งอูเรียลเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นดีทีเดียว 

 

“ไม่หรอก” อูเรียลตอบ น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ ในขณะใบหน้าของเขาก็แทบจะไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมา อาจจะเรียกได้ว่า.. เด็กชายไม่เคยยิ้มออกมาเลยนับตั้งแต่วันที่เสียน้องสาวไป เขาเหลือบดวงตาสีฟ้าซีดมองเหล่านักเดินทางที่กำลังยืนต่อแถวอยู่ที่จุดคัดกรอง ก่อนจะวกสายตากลับมามองพี่ชายฝาแฝดอีกครั้ง “เรากลับบ้านทุกปิดเทอมก็ยังได้”

 

"ถ้า กลับได้น่ะนะ" อะพอลโล พี่ชายฝาแฝดของเขาตอบ พลางเหยียดยิ้ม ด้วยรอยยิ้มที่อูเรียลเองก็ไม่แน่ใจว่าพี่ชายกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ 

 

อะพอลโล ไฮเพอเรียน บาโธรี่ -- พี่ชายฝาแฝดของเขา เป็นเด็กผู้ชายรูปร่างผอมสูงพอๆ กันกับเขา เพียงแต่จะต่างกันตรงที่อะพอลโลนั้นมีผมสีบลอนด์ทอง กับดวงตาสีเขียวเข้มแบบที่อูเรียลนึกอิจฉามาตลอด ไม่มีใครที่ไหนที่จะชอบดวงตาสีฟ้าซีดมากไปกว่าสีเขียวเข้ม หรือถ้าหากจะมี.. ก็คงจะมีจำนวนน้อยจนน่าเหลือเชื่อ แถมอูเรียลก็ยังเป็นคนเดียวในบ้านที่มีสีตาที่แปลกกว่าใคร อะพอลโลมีดวงตาสีเขียวแบบเดียวกับแม่ ส่วนไอรีนเองก็มีดวงตาสีฟ้าเข้มเหมือนกับพ่อ มันเลยเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างแปลกแยกอยู่หน่อย ๆ กระมัง

 

เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก ไอรีนเคยบอกกับเขาว่า สีตาของอูเรียลมันแปลกเกินไป.. ซีดจางเกินไป และเย็นชาเกินไป นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาไม่เคยนึกชอบใจในสีตาของตัวเองเลยก็เป็นได้

 

การยื่นเอกสารที่จุดคัดกรองนั้นใช้เวลาไม่นาน เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย อูเรียลกับอะพอลโลจึงเดินลากกระเป๋าเดินทางตามหลังมอร์ตัน สวนกันผู้คนที่กำลังเดินกันขวักไขว่บนทางเท้า ด้วยจำนวนประชากรที่ค่อนข้างเนืองแน่น ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของฤดูร้อนทำให้อูเรียลที่เกลียดอากาศร้อนยิ่งกว่าอะไรรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เด็กชายอดสงสัยไม่ได้ว่า มันจะไม่เป็นการดีกว่าหรือ หากมอร์ตันเรียกแท็กซี่มาเสียตั้งแต่ตอนนี้

 

“คุณไม่ได้เตรียมรถไว้เลยหรือ” อูเรียลถามขึ้นในที่สุด เมื่อรู้สึกว่าตัวเองชักจะทนกับสภาพอากาศร้อนจัดแบบนี้ไม่ไหวแล้ว และเขาก็อยากกลับไปนอนพักที่คอนโดเต็มทน

 

“เห็นว่ามาดามเตรียมรถไว้ให้แล้วครับ เชิญทางนี้”

 

“เห็นว่างั้นเหรอ?” อะพอลโลมองมอร์ตันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ พลางเอนตัวมากระซิบ “นี่ ไมค์ -- ช่วยบอกฉันทีสิ น้องชาย ว่าฉันไม่ได้หูฝาด”

 

“ฉันก็ได้ยินเหมือนกับนายนั่นล่ะ”

 

อะพอลโลกลอกตา และบ่นอะไรสักอย่างที่คล้าย ๆ กับคำว่า ให้ตายเถอะ ออกมาด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่อูเรียลเองก็พูดอะไรไม่ได้มากนัก อยู่ที่นี่มอร์ตันเองก็ไม่ต่างอะไรจากผู้ปกครองที่คอยดูแล เขาคิดว่ามันไม่ใช่วิธีที่ฉลาดเลย ถ้ามอร์ตันเขียนจดหมายไปบอกที่บ้านว่าพวกเขาทำตัวไม่สุภาพอย่างไรบ้างเวลาที่อยู่นอกสายตาของพวกท่าน

 

“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ”

 

แต่แล้ว แรงกระแทกเบา ๆ กับน้ำเสียงหวานใสที่พ่นออกมาเป็นภาษาแปลกแปร่งไม่คุ้นหู ก็ทำให้เด็กชายหันไปขมวดคิ้วใส่อีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ อูเรียลเลิกคิ้วเล็ก ๆ ก่อนจะยกมือห้าม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่โค้งขอโทษเขาไม่หยุด จะทำยังไงล่ะ เธอเอาแต่พูดอะไรก็ไม่รู้ไม่หยุดเลย แล้วเขาก็ไม่ได้โมโหอะไรขนาดนั้นด้วย อูเรียลโบกมือโบกไม้อย่างคนที่กำลังทำอะไรไม่ถูก แต่ก่อนที่เขาจะออกปากห้ามอีกฝ่ายอย่างจริงจัง เธอคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาเสียก่อน

 

เธอ เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก รุ่นราวคราวเดียวกับเขา ผิวขาว และมีส่วนสูงที่ห่างจากอูเรียลประมาณหกถึงเจ็ดเซนฯ เห็นจะได้ เรือนผมของเธอเป็นสีน้ำตาลช็อกโกแลตปล่อยยาวระบ่า และมีดวงตากลมโตสองสี ข้างซ้ายเป็นสีฟ้าแบบอความารีน ส่วนข้างขวานั้นเป็นสีเขียวฮาเซล ซึ่งนับว่าแปลกมากสำหรับอูเรียล เขาไม่เคยเห็นใครมีดวงตาสองสีมาก่อน ถึงอย่างนั้น ใบหน้าน่ารักกับภาษาที่เธอใช้เมื่อครู่ก็ทำให้อูเรียลค่อนข้างแน่ใจว่าเธอคงมีเชื้อสายเอเชียไม่มากก็น้อย

 

เป็นคนประเทศไหนนะ ญี่ปุ่น เกาหลี หรือจีน? 

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ ขอโทษนะที่เดินไม่ทันระวัง” เธอถามเป็นภาษาอังกฤษ สีหน้าแสดงออกถึงความกังวลใจนิดหน่อยที่เดินไม่ระวังจนเผลอสะดุดกระเป๋าเดินทางของเขาเข้า

 

“ไม่เป็นไรครับ” อูเรียลตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะผายมือให้เธอรีบไปทำธุระของเธอต่อ

 

เด็กหญิงมีท่าทางละล้าละลังเล็กน้อย เธอมองหน้าเขาเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วก็เงียบไป และเลือกที่จะโค้งให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังจุดคัดกรองตามลำพัง มาคนเดียวอย่างนั้นเหรอ เก่งเหมือนกันแฮะ เขาคิดอย่างนึกชื่นชมเธอในใจ มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เลยที่จะเดินทางไปไหนมาไหน หรือทำอะไรด้วยตัวเองแบบนี้ ท่าทางจะเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวพอดูเลยนะเนี่ย

 

“มองอะไรของนาย”

 

“เมื่อกี้มีคนวิ่งมาชนกระเป๋าน่ะ” อูเรียลตอบ เขาละสายตาจากเด็กผู้หญิงคนนั้น เมื่อร่างของเธอหายไปในกลุ่มฝูงชน 

 

“พ่อบ้านมานั่นแล้ว ไปกันเถอะ ฉันอยากจะกลับไปนอนพักจะแย่”

 

อูเรียลไม่ตอบ เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชาย ดวงตาสีฟ้าซีดเหลือบมองมอร์ตันที่กำลังช่วยคนขับรถยัดกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบใส่ท้ายรถ ก่อนจะเดินตามพี่ชายขึ้นไปสอดตัวนั่งตรงเบาะหลัง หลังจากนั้น อูเรียลจำได้ไม่ชัดเจนนักว่าเขาเดินทางมาถึงคอนโด ซึ่งเป็นที่พักที่มัมเตรียมไว้ให้อย่างไรบ้าง เด็กชายพาร่างและสติที่ง่วงงุนของตัวเองเดินเข้าไปยังห้องนอนที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีเทาแบบที่เขาชอบ ก่อนจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงกว้าง และหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนในที่สุด..


 

---------------------------------------------------------------------

 

 

 

เรื่องนี้เป็นผลงานเรื่องแรกที่ได้เขียนคู่กับแพทริเซียครับ แล้วก็เป็นเรื่องแรกที่ได้ลงที่นี่ด้วย เลยแอบตื่นเต้นนิดหน่อย (อ่า.. เขินจัง) ก็.. เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องยาว ยังไงก็.. สามารถคอมเม้นติชมกันตามอัธยาศัยนะครับ ฝากเรื่อง snow in summer ไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

 


แก้ไขโดย Uriel M. Bathory (✔) 24 July 2020 - 09:32 PM

  • Pinky Crumble (✔), Mytis Sutherland (✔), Karina Type (✔) และ 11 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

tBorSoq.jpg

 

VejQ9CQ.png


#3 Chatel Yall (✔)

Chatel Yall (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 560 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5524
    • ไม้: มะเดื่อ | ยาว: 10"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: แข็ง

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 09:24 PM

สนุกกกกกกกก ไม่ทำให้ผิดหวังเลยอะ สมกับที่รอมานานแสนนาน(ก็เวอร์ไป๊) แต่ดีจริง อ่าคไปอมยิ้มไป ชอบการใช้ภาษากับรูปประโยค คือดือมากบ่องตง สู้ๆนะค้าาาา เฝ้ารอพาร์ทแพทนะ

 

ปล.เหอะๆๆๆๆๆ พอลยังอยู่ในสายตาอูเรียลอีกป้ะค้าาาาา แหม โฟกัสแต่คนอื่น พี่ชายตัวเองคือค่าตัวแพง ละทำไม ใบหน้าน่ารัก? ภาษาแปลกแปร่งไม่คุ้นหู? ทานโทดนะคะ คุนพรี่อยู่อิ้ง คุยกันด้วยภาษาจีนหรอค้าาาาาา ใช้อิ้งสิๆๆๆ ละงี้จะพูดกับเพิ่ลๆยังไง ใจคอจะคุยแค่กับแพทหรอม หืม???  น่ามคาน!!! ชิส์


  • Uriel M. Bathory (✔) และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

90ZtfLl.png

 

tumblr_inline_o1pkikpdEc1rifr4k_500.gif


#4 Bluebells Sutherland (✔)

Bluebells Sutherland (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 1274 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5614
    • ไม้: แพร์ | ยาว: 10 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 09:39 PM

ไม่รุ้แหละ แค่เห็นว่าใครเขียน และเป็นเรื่องของอูและแพทก็มองบนแล้วอะ ทำไมชั้นต้องมาทนอ่านเรื่องของพวกเธอด้วย แค่ในโรลก็เอียนจะตายแล้วนะ อันนี้ต้องรู้เนื้อเรื่องด้วยหรอ เบื่อออ ลำคัลลลลลลลล

หยอกๆ นะเพื่อนอ่านหมดแหละ รอมาตั้งนานนี่นะเอาจริงๆ ล่ะ 

 

อ่านท่อนแรกมาแล้วมันแบบงงๆ นิดหน่อยด้วยความที่ไม่ได้รู้เรื่องตระกูลบาโธรี่น่ะนะ ก็เลยอ่านทำความเข้าใจวนอยู่หลายครั้งเหมือนกันถึงเหตุผลที่ย้ายมาลอนดอน และเรื่องน้องสาวตายน่ะ มันรู้สึกบับว่าอิหยังว่ะ มากกว่าอยากจะรู้จังเลยว่าเกิดอะไรขึ้น หรืออ่านแล้วงงเองไม่รู้แหละ 5555 เอาเป็นว่าอ่านซ้ำหลายรอบก็พอจะเก็ตมากขึ้นและจะรอดูเฉลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ

แล้วก็วันเกิดน่ะ ทำไมต้องวันเดียวกันกับชั้นด้วยเนี่ย โถ่ะ!!

 

ส่วนฉากเจอกับเด็กสาวหน้าตาน่ารักนั้น ช่างมันล่ะกัน รำคาญ!! รีบลง อยากอ่าน เร็วๆ รีดเดอร์สายเร่ง สายทวง คือฉันเอง


แก้ไขโดย Bluebells Sutherland (✔) 24 July 2020 - 09:42 PM

  • Uriel M. Bathory (✔) และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

O6Nzjk5.gif

NtHYQHe.png

 

ZiLCxKM.png


#5 Jafar (✔)

Jafar (✔)
  • นักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟ
  • 542 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5793
    • ไม้: ฮอว์ทอร์น | ยาว: 8 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 09:51 PM

          ก็คือเจ้าเรื่องนี้ก็คุยกะพิมาตั้งแต่เริ่มเขียนแรกๆละตามตั้งแต่ยังไม่ปิดเทอม จนในที่สุดวันนี้ฟาร์ได้อ่านเต็มๆซักทีสมกับที่ตั้งตารอไว้เลยนะค้าบเนี่ยก็คือส่วนใหญ่ในโรลเพลย์จะไม่ค่อยได้เห็นเกี่ยวกับประวัติหรืออะไรซักเท่าไหร่ จะเป็นเรื่องของปัจจุบันมากกว่า ส่วนในนิยายมีการย้อนไปถึงตอนอยู่ที่บ้านบาโธรี่ด้วยนี่สิ

 

          แล้วก็เรื่องฟามหวานจนต้องมวองบนก็คือชินละค้าบ จัดมาเลยจะในโรลเพลย์หรือในนิยายเกียมซื้อคอร์สตรวจเบาหวานที่โรงพยาบาลเซนต์มังโกละงับ ตอนต่อไปเจ้าแพทเขียนสินะรอติดตามนะทั้งสองคน


  • Uriel M. Bathory (✔), Aqua Woods และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

giphy.gif

giphy.gif

8452c6b59c543701.gif

KUvmgkY.png

พรานป่า I พ่อค้าเลือด I มนุษย์ I ทาสแมว I FLORA04A


#6 Serenity Ackerman (✔)

Serenity Ackerman (✔)
  • นักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์
  • 1599 โพสต์
  • เลขประจำตัว 3625
    • ไม้: แบล็คทอร์น | ยาว: 11"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 10:28 PM

กรุ้ว พี่สาวบ้านกริฟตามมาอ่านแล้วจ้า คาดหวังเล็กๆ นะว่าพ้มจะมีบทบาทในเรื่องนี้บ้าง ขอเป็นคนนั่งแทะซี่โครงแกะในห้องโถงใหญ่เวลาพวกเธอเดินผ่านก็ยังดี งอง อะไรขนาดนั้นก่อน 55555555555 แซวๆ หยอกๆ น้าาาค้าบ อิอิ แอบคาดหวังนิดนึงแหละว่าต้องออกมาดี เพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็นไรเตอร์ พอได้อ่านก็เป็นไปอย่างที่คาดจริงๆ สำนวนในการใช้มันชั้นสูงกว่าคนอื่นโรลปกติทั่วไปในนี้ เห็นร่างประวัติมาตั้งแต่ก่อนมาลอนดอน แบบนี้คาดหวังประวัติตระกูลตอนส่งการบ้านศอโค้วเลยนะ น่าจะได้เต็มแหง แน่นเปรี๊ยะขนาดนี้

 

สำหรับโมดม้นของอู่เรือกับแพทก็รู้อยู่แล้วนะ คนอื่นเขานั่งเรียนกันเครียดๆ นี่หนุงหนิงกันอยู่สองคน งงปะ คิดว่าพาร์ทต่อไปที่ทั้งคู่เริ่มมาสนิทกันต้องหวานมดไต่แน่อะ เกียมยาฉีดไว้แล้วแหละไม่ต้องเป็นห่วง อิอิ รอติดตามพาร์ทของแพทเรยฮ้าบ จู้วๆ 


  • Uriel M. Bathory (✔) และ Kathie Chang (✔) ถูกใจสิ่งนี้

lsIEVGq.gif

nuxXvef.png

Lucy Stanfield | Baby Werewolf | INNER01A


#7 Aqua Woods

Aqua Woods
  • นักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟ
  • 1558 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5488
    • ไม้: ซิลเวอร์ไลม์ | ยาว: 11"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: แข็ง

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 10:28 PM

ทำไมรู้สึกเขิน .. บ้าบอ .. -//-
ไปดีกว่า แอบหนีไปหวีดคนเดียวเงียบ ๆ 

 

รีบเอามาลงนะงับ รออ่านต่อน๊าาาา 


  • Uriel M. Bathory (✔) ถูกใจสิ่งนี้

keithgif.gif

BvwlGx0.png

 

55327a105a4824bd768982a6e4641143.png


#8 Ophelia W. Sutherland (✔)

Ophelia W. Sutherland (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 1892 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5458
    • ไม้: ฮอลลี่ | ยาว: 9 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: โค้งงอ

โพสต์เมื่อ 24 July 2020 - 10:38 PM

           เหย ในที่สุด! หลังจากเปรยๆ มาได้สองปีกว่าแล้ว อ่ะ ม่ายช่ายย จริงๆ ก็เปรยๆ มาตั้งแต่ช่วงก่อนจะปิดเทอมแล้ว ดีใจด้วยนะค้าบ ในที่สุดผลงานก็เริ่มออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งๆ ที่คูมไรต์คนเก่งก็งานรัดตัวซะเหลือเกิน มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าเรื่องนี้น่ะนะ ทำจากใจแค่ไหน โดยเฉพาะ (อ่า...เขินจัง) นั่นน่ะ อ่านแล้วเบาหวานจะขึ้นตาเลยค้าบ 

 

          จะบอกว่าการเรียบเรียงภาษาทำได้ดีมั่กๆ เปิดเรื่องมาได้น่าสนใจเลย คาดหวังกะตอนต่อไปเลยนะเนี่ย บรรยายออกมาซะเห็นภาพ สัมผัสได้ถึงความเศร้าตอนที่ไอรีนเสียชีวิต แต่ตอนที่เจอแพทก็อดมองบนไม่ได้เลยเหมือนกัน หมั่นไส้นะ แต่ก็อ่านแหละ นี่ขนาดยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย พี่นี่เตรียมยาแก้เบาหวานรออ่านตอนต่อไปเลย แต่ไม่น่าจะ พอสงสัยต้องไปเหมาคอร์สเดียวกะจาฟาร์ล่ะ 

 

ปล. แอบเป็นเอ้บตีอะพอลอยู่กงนี้ง้าบ ใครจะตามมาก็มาต่อแถวด้านนี้เลย แจกบัตรคิวง้าบ   


  • Uriel M. Bathory (✔) ถูกใจสิ่งนี้

PhvsFYw.png

 

 

gKD3YQB.gif


#9 Karina Type (✔)

Karina Type (✔)
  • นักเรียนบ้านสลิธีริน
  • 18053 โพสต์
  • เลขประจำตัว 530
    • ไม้: แอช | ยาว: 9 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี

โพสต์เมื่อ 25 July 2020 - 01:03 AM

เห ทำไมถึงเห็นมดเดินต่อกันเป์นขบวนเลยยบบ แต่ว่าชอบการเรียบเรียงแล้วก้ภาษาที่ใช้นะคะ แบบว่ามันดีย์ต่อใจ น่าสนใจๆค่ะ ยังไงก้จะรออ่านนะคะ แอบซึมกับฟามมาม่าตระกูล ลูบๆ โอ๋ๆนะคร้าบ
  • Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

PicsArt_05-28-03.27.39.jpg

Q8V3aBC.png

V8xGe4F.png

 


#10 Orga Dearg​ Due

Orga Dearg​ Due
  • นักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟ
  • 291 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5632
    • ไม้: ป๊อปลาร์ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: แข็ง

โพสต์เมื่อ 25 July 2020 - 01:08 AM

ติด ติด ติด ติด ติด พ้ม

 ติด รอ มะ ไหว แน้ว

หงุงงงงงงงงงพ้มชอบการใช้ภาษามากกกกแค่การใช้ภาษามันก็ทำให้พ้มอยากอ่านเรื่องนี้ไป50เปอร์ลิ้วววอ่าาาา ไม่พูดเยอะแค่อ่านบรรทัดแรกก็น่าจะรู้เนอะ5555555


แก้ไขโดย Orga Dearg​ Due 25 July 2020 - 01:09 AM

  • Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

59ba607cccafbce5db7c960e24c9edf9.png

 

HUFFLEPUFF | YEAR 1 | SAFE NO.2226

 

3e0d49084fd9f4bec52e3d2be1a47f25.png


#11 Uriel M. Bathory (✔)

Uriel M. Bathory (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 732 โพสต์
  • เลขประจำตัว 526
    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ดีดตัว

โพสต์เมื่อ 25 July 2020 - 07:46 PM

 

 

 

 

SNOW IN SUMMER.

- 2 -

 

Patricia Part

 

“จากโตเกียวสู่ลอนดอน”

 

By Patricia Kamei B.

 

 

 

ความจริงแล้วพ่อมดจากตระกูลอิซุมิไม่น่าเลือกเส้นทางแบบนี้เลย..

 

"หากเป็นเช่นนี้แล้ว เราจะทำอย่างไร? ในเมื่อฝั่งนั้นเป็นคนทรยศหักหลังและตัดสายสัมพันธ์ของเราจนขาดสะบั้นด้วยน้ำมือของตนเอง"

 

สุ่มเสียงทุ้มที่ฟังดูน่าเกรงขามของชายชราดังขึ้นภายในห้องสี่เหลี่ยมแบบญี่ปุ่น สีหน้าของเขาดูตึงเครียดเสียจนผู้เข้าร่วมประชุมอีกห้าคนก็ไม่อาจกล้าปริปากพูดอะไรได้ ทั้งหมดต่างปล่อยให้ควันบุหรี่สีขาวขุ่นลอยฟุ้งมาจากมวนยาสูบเป็นเวลาหลายชั่วโมง ในขณะที่ชาสีอำพันในถ้วยเองก็ยังคงสงบแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะกลมตัวเตี้ยและไม่ได้ถูกแตะต้องแต่อย่างใด ในที่สุด..หัวหน้าประจำตระกูล เจ้าของเรือนผมสีขาวยาวเลยบ่าก็ทอดถอนใจออกมา ก่อนจะนำสองมือสอดประสานกันไว้ที่ใต้คาง ร่องรอยความอ่อนล้าและเคร่งเครียดสะท้อนผ่านสีหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความชรา เมื่อเรื่องราวที่กำลังหารือกันในที่ประชุมนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากทีเดียว 

 

อีกฟากของบานประตู ร่างของเด็กหญิงที่สูงมากกว่าเด็กชาวญี่ปุ่นวัยเดียวกันนิดหน่อย ค่อย ๆ แง้มบานประตูโชจิ (ประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่น) ออกอย่างเบามือ เพื่อที่จะแอบสอดส่องสถานการณ์ภายในห้องได้อย่างถนัดถนี่ขึ้น เธอหรี่ดวงตาสีฟ้าอความารีนและสีเขียวเฮเซลที่ดูแปลกตามองลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของบานประตู พลางเงี่ยหูฟังบทสนทนาภายในห้องด้วยความลุ้นระทึก ทว่า ในตอนนั้นเอง สัมผัสเบา ๆ ที่แตะลงบนหัวไหล่ก็ทำให้เด็กหญิงสะดุ้งตัวโยน ก่อนที่เธอจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้นั้นอย่างหวาด ๆ และเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่มาเงียบ ๆ ไม่ได้บอกกล่าวอะไรกันเลย ก็ทำให้ต้องทอดถอนหายใจพรืดใหญ่เสียไม่ได้ ให้ตายสิ -- เมื่อครู่น่ะเกือบหวีดร้องออกไปแล้ว

 

"ชู่ว..ทำไมเธอมาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ตลอดเลยนะ โยชิน -- เมื่อกี้ฉันเกือบร้องแล้วเชียว เดี๋ยวก็ถูกจับได้กันพอดี"

 

เธอว่าอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะมองหญิงรับใช้ภายในตระกูลคาเมอิที่เธอสนิทสนมด้วยที่สุด เจ้าหล่อนกล่าวขอโทษเสียงค่อยพลางยิ้มเจื่อน ๆ ให้แล้วว่าต่อ

 

"ขออภัยนะคะคุณหนู แต่ว่ามาแอบฟังแบบนี้มันจะดีหรือคะ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวคุณท่านมาเห็นก็ลงโทษคุณหนูของโยกันพอดี"

 

แพทริเซียส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับโยชิโกะ หรือที่เธอชอบเรียกว่า โยชิน แทนคำตอบ อันที่จริง เธอก็แอบหวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองอาทิตย์ก่อนน่ะ ถึงแม้เธอจะไม่ทราบรายละเอียดชัดเจน แต่มันก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นคลอนระหว่างสามตระกูลได้เป็นอย่างดี 

 

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน เมื่อการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในเครือตระกูลยูกิมูระได้ถูกจัดขึ้น -- ซึ่งตระกูลยูกิมูระนั้น เป็นตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลฟูจิวาระ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ยูกิมูระจะเป็นตระกูลผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลระดับต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อถึงการผลัดเปลี่ยนอำนาจ ยูกิมูระ ฮิโรโตะ จึงเข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นในฐานะประธานบริษัท และตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ คาเมอิ เร็น -- ผู้เป็นมือขวาของเขามาอย่างยาวนานเเป็นผู้ถือหุ้นหลัก รวมถึงตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากเขา

 

ฟังดูแล้วเรื่องทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปได้สวย จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น เมื่อจู่ ๆ คาเมอิ เร็น เสียชีวิตไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ และเหตุการณ์นั้นก็ได้นำพากระแสความโศกศัลย์มาสู่ตระกูลคาเมอิอย่างแสนสาหัส การสูญเสียอย่างเป็นปริศนาและไม่มีที่มาที่ไปแน่ชัด ทำให้คาเมอิเลือกที่จะสืบหาต้นตอสำคัญของเรื่องนี้ และสองอาทิตย์ถัดจากนั้นกลับพบความจริงที่น่าตกใจ เมื่อเบื้องหลังการตายนั้นมาจากพ่อมดของตระกูลอิซุมิ ที่เป็นเหมือนตระกูลเพื่อนร่วมสาบานด้วยกันมาอย่างยาวนาน ความสัมพันธ์ของสามตระกูลนั้นแน่นแฟ้น ตั้งแต่สายตระกูลหลักของเราอย่างไทระ มินาโมโตะ และฟูจิวาระนั้นเริ่มปรองดองกัน แต่ในเวลานี้กลับพลิกผันจนไม่อาจเชื่อใจซึ่งกันและกันได้อีก เมื่ออิซุมินั้นเลือกที่จะทรยศหักหลังฝั่งคาเมอิ นั่นก็แสดงให้เห็นแน่ชัดแล้วว่าอีกฝ่ายต้องการเป็นปรปักษ์กับเรา -- และดูท่าว่าเรื่องนี้จะทำให้ถึงคราวแตกหักจริง ๆ เสียแล้ว..

 

ฟุ้บ..

 

โอ๊ะ!!

 

เด็กหญิงวัยสิบเอ็ด เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลช็อกโกแลตหันกลับไปมองประตูโชจิแทบจะทันที เมื่อได้ยินเสียงมันปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมลงกลอนอย่างแน่นหนา -- อ่า แย่จัง เหมือนจะใช้เวทมนตร์ล็อกสินะมันถึงได้เปิดไม่ออกอีกแล้ว แบบนี้ท่านปู่ก็รู้แล้วสิว่าเธอแอบฟังอยู่

 

"ตามที่โยบอกเลยค่ะ คุณท่านรู้จนได้.. ทางที่ดีคุณหนูอาคาริรีบไปนอนเสียจะดีกว่านะคะ"

 

"โธ่.. ก็ได้ ๆ แต่บอกแล้วไงว่าให้เรียกว่าแพทริเซีย"

 

แพทริเซียบ่นอุบอิบอย่างไม่จริงจัง เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่เรียกเธอด้วยชื่อญี่ปุ่นตลอด ในขณะที่โยชิโกะเองก็พูดขมุบขมิบไล่หลังมาว่า ก็มันไม่ชินกับชื่อฝรั่งจ๋านี่คะ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะว่าอะไรเสียหน่อยนี่นะ แพทริเซียไหวไหล่ และเดินออกจากเรือนใหญ่ เดินลัดเลาะผ่านสวนคาเระซันซุย หรือสวนเซน ซึ่งเป็นสวนหินของญี่ปุ่น แม้ในยามวิกาลแบบนี้ เธอก็ยังได้ยินเสียงจากน้ำพุขนาดย่อม เสียงสายน้ำลำเล็กไหลลอดผ่านกระบอกไม้ไผ่ที่ส่งเสียงดัง ป๊อก! เป็นจังหวะ ก่อนจะเคลื่อนตัวผ่านริมระเบียงทางเดินไม้ ก้าวเข้าสู่ตัวบ้านอีกหลังที่เชื่อมกับเรือนใหญ่ ซึ่งตกแต่งเป็นสไตล์โมเดิร์นผสมผสานกับแนวตะวันตกที่ให้ความรู้สึกต่างกันสุดขั้ว แต่ก็ดีไปคนละแบบ

 

"ดูเหมือนเรื่องนี้จะส่งผลกระทบกับฉันด้วยนะ เมื่อวันก่อนคุณแม่มาบอกไว้แล้วด้วย ว่าฉันอาจจะต้องดรอปเรียนที่มาโฮโทะโกะโระก่อน -- นี่มันบ้าไปแล้วชัด ๆ เรื่องของผู้ใหญ่แท้ ๆ พาลซวยไปด้วยเลย" แพทริเซียว่าอย่างหัวเสียก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องนอนส่วนตัว

 

"พวกเขาคงเป็นห่วงคุณหนูนั่นแหละค่ะ ที่มาโฮโทะโกะโระมีทายาทของอิซุมิเรียนอยู่ด้วยไม่ใช่หรือคะ" โยชิโกะยืนพูด อยู่หน้าห้อง พลางลูบแขนเธอเบา ๆ คล้ายกับจะให้ใจเย็นลง

 

แน่นอนว่าคำพูดนั้นทำให้แพทริเซียหงุดหงิดไม่น้อยเลยทีเดียว 

 

"ใช่ -- แต่ไม่ต้องพูดถึงหมอนั่นมากนักนะ ฉันไม่อยากจะได้ยิน คนอะไรนิสัยแย่ชะมัด"

 

จริงอย่างที่ปากบอกไปนั่นแหละ แค่ชื่อก็ไม่อยากจะได้ยินแล้ว ฟังแล้วพาลจะคลื่นไส้ คนอะไรน่ารังเกียจเหลือเกิน ทั้งโอ้อวด ทะเยอทะยาน ชอบเหยียดคนอื่นเป็นชีวิตจิตใจ ผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกนั้นที่ถูกฉาบไว้ด้วยมาดคุณชายน้อยแสนสุภาพ ใสซื่อและนอบน้อมเหมือนผ้าพับไว้ จนใครต่อใครต่างเอ็นดูรักใคร่และเอ่ยปากชม คิดว่าจะมองไม่ออกอย่างนั้นเหรอ เหอะ เธอน่ะไม่ชอบหมอนั่นเอามากๆ เลยล่ะ สมัยเรียนด้วยกันเป็นไปได้ก็ขออยู่ห่างๆอีกฝ่ายจะดีเสียกว่า

 

"เข้าใจแล้วค่ะคุณหนู รีบเข้านอนดีกว่านะคะ นี่ก็จะตีหนึ่งแล้ว"

 

แพทริเซียไม่ได้ตอบอะไรกลับไปอีก แล้ว เธอเพียงแค่พยักหน้าหงึกหงักตามคำพูดของโยชิโกะ ก่อนจะปิดประตูห้อง และเดินไปทิ้งตัวนอนบนเตียงควีนไซส์สี่เสา ในขณะที่สมองของเธอก็ัยังคงคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องนั้น จะทำยังไงดี เธอน่ะ ตั้งแต่ค้นพบว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ ก็ได้เข้าร่ำเรียนที่นี่มาได้เกือบๆสี่ปี จะว่าผูกพันก็ใช่ แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็เหมือนกับความหวังที่จะเรียนจบพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาอย่างไรอย่างนั้น เด็กหญิงถอนหายใจอย่างอับจนหนทาง ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนอีกทีก็เมื่อตะวันลอยขึ้นฟ้าบ่งบอกถึงการเริ่มต้นของเช้าวันใหม่แล้ว..

 


 

...กลับกลายเป็นว่า โชคร้ายที่เธอกำลังเผชิญอยู่นั้นก็ไม่ได้ย่ำแย่ไปหมดเสียทีเดียว เมื่อคุณพ่อที่ปกติจะชอบตระเวนเที่ยวรอบโลกนั้นกลับมาที่ญี่ปุ่น และเข้าเจรจากับท่านปู่ทันทีที่รู้เรื่องการตายของเร็น และอีกเรื่องก็ไม่ใช่อะไรเลย นอกเสียจากคุณพ่อมีเจตนาจะส่งเธอไปเรียนที่ประเทศอังกฤษแทนอย่างไรล่ะ แต่คนอย่างท่านปู่น่ะนะ ไม่มีทางยอมให้เธอไปเรียนที่อื่นนอกจากมาโฮโทะโกะโระเสียหรอก เพราะผู้วิเศษตระกูลคาเมอิที่สืบเชื้อสายจากตระกูลมินาโมโตะนั้นล้วนแต่ร่ำเรียนที่มาโฮโทะโกะโระกันมาอย่างช้านานทั้งนั้น แพทริเซียจำได้ว่า ตอนวันเกิดปีที่เจ็ด ท่านปู่ถึงกับให้เธอย้ายจากฟูกุชิม่า มาอยู่ที่โตเกียวเป็นการถาวร เพื่อให้สะดวกกับอะไรหลาย ๆ อย่างในการเรียนเลยทีเดียว แต่ก็นั่นล่ะ ต่อให้ท่านปู่จะค้านหัวชนฝาอย่างไร คนอย่าง เฮอร์เบิร์ต เบตติช ก็ยังสามารถยกเหตุผลล้านแปดมาต่อรองกับท่านปู่ได้อย่างสบายๆ จนกระทั่งท่านปู่ยอมให้เธอไปเรียนที่อังกฤษจนได้นั่นแหละ ซึ่งความสามารถโน้มน้าวใจคนเก่งตั้งแต่สมัยที่ยังไม่ได้คบกับคุณแม่ของเธอ ก็ทำให้แพทริเซียอยากจะมีเหมือนกับเขาบ้าง.. เพราะไม่อย่างนั้น คุณพ่อก็คงไม่ได้แต่งงานกับคุณแม่หรอก เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่ากฏของคาเมอิน่ะ เคร่งจะตายไป และพนันได้ว่าทั้งเธอและท่านปู่ก็ไม่รู้เช่นกันว่าเขาทำได้อย่างไร แต่ถึงอย่างนั้น ก็ใช่ว่าข้อต่อรองของคุณพ่อจะเป็นไปตามใจนึกเสียทุกอย่าง -- เพราะมีข้อแม้ว่าคุณพ่อจะต้องดูแลและช่วยเหลือเธอเหมือนตอนเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นทุกประการ ประหนึ่งเป็นคุณหนูเลยทีเดียว และที่สำคัญ แพทริเซียจะต้องไปเรียนที่ฮอกวอตส์ด้วยความสมัครใจ ไม่ใช่โดนบังคับ

 

"ฮอกวอตส์หรือคะ?"

 

นานมากแล้วที่เธอไม่ได้พูดคุยกับคุณพ่อ เพราะโดยส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับคุณแม่เสียมากกว่า คุณพ่อในภาพจำของเธอเป็นคนที่เข้าถึงยากและชอบทำตัวเองให้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันก็ดูอัธยาศัยดีจนน่าเหลือเชื่อในบางเวลา ช่างเป็นคนที่ซับซ้อนและประหลาดเกินกว่าเธอจะเข้าใจได้.. และนั่นอาจเป็นสาเหตุ ว่าทำไมเธอถึงไม่ค่อยสนิทกับเขานัก

 

"ใช่แล้วลูกรัก -- โอ้ สกิลภาษาอังกฤษของลูกยังใช้ได้นี่นา แต่ยังติดสำเนียงคนญี่ปุ่นมาหน่อย ๆ นะ"

 

ชายวัยกลางคน เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไหม้พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะชื่นชมอยู่กลาย ๆ และคำพูดทีเล่นทีจริงของเขายังคงเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้แพทริเซียลืมไม่ลง เด็กหญิงเขยิบตัวนั่งในท่าทางสบาย ๆ บ้านหลังนี้น่ะดีตรงที่ไม่ต้องมานั่งคุกเข่าบนเบาะนั่งพื้นหลาย ๆ ชั่วโมงเหมือนในเรือนใหญ่ที่เป็นเรือนของญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เพราะแบบนี้นี่แหละ เธอถึงชอบหมกตัวอยู่ที่นี่มากกว่าไปเดินเตร่แถว ๆ เรือนใหญ่

 

"หนูเคยได้ยินมาบ้าง -- แต่ไม่คิดว่าจะสามารถปรับตัวได้เร็วขนาดนั้นนะคะ"

 

อาจเพราะเธอเทใจให้มาโฮโทะโกะโระไปแล้วตั้งแต่แรก แพทริเซียเลยได้แต่ตอบกลับไปอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ มาโฮโทะโกะโระน่ะ เป็นโรงเรียนเวทมนตร์ชื่อดังในญี่ปุ่น มีชื่อเสียงมาอย่างช้านาน และเธอก็ร่ำเรียนมาได้หลายปีแล้ว อยู่ ๆ จะให้กลับลำไปเรียนที่โรงเรียนฮอกวอตส์ สถานที่ที่เธอไม่รู้จัก แถมยังห่างไกลอยู่ตั้งอีกซีกหนึ่งของโลก มันดูแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย คุณพ่อกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ

 

“พ่อเชื่อว่าลูกจะปรับตัวได้อย่างแน่นอน ลูกรัก.. มันอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย ลูกก็รู้ว่าคนอังกฤษกับคนญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก และนั่นอาจจะทำให้ลูกกังวล แต่ลองคิดกลับกันสิ มันจะไม่ดีกว่าหรือ ถ้าลูกจะได้ค้นพบประสบการณ์และสังคมใหม่ ๆ หากได้ไปเรียนที่นั่นน่ะ”

 

แพทริเซียเงียบไปอย่างครุ่นคิด ในขณะที่พ่อใช้ช้อนเงินคันเล็กคนกาแฟดำในแก้วเซรามิกเป็นจังหวะ อันที่จริง.. พอมาคิดตามแล้ว สิ่งที่คุณพ่อบอกมันก็น่าตื่นเต้นดีไม่น้อย การได้ออกไปเผชิญกับโลกกว้าง สังคมต่างแดน และสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ไม่จำเจมันก็เป็นอะไรที่น่าลิ้มลองอยู่เหมือนกัน เพราะยอมรับว่าเธอชักจะหน่ายกับสังคมและกฏเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามทุกสิ่งอย่างเคร่งครัดของที่นี่ จนบางที แพทริเซียก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เธอจะติดนิสัยชอบตะลอนไปทั่วโลกมาจากชายตรงหน้าเข้าสักวันหรือเปล่าหนอ

 

"อีกสองอาทิตย์.."

 

เรียวคิ้วของเด็กหญิงเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม เมื่ออยู่ ๆ คุณพ่อก็เปรยขึ้นมา หลังจากทิ้งให้บรรยากาศอยู่ในความเงียบมาราวๆ สิบนาที

 

"อะไรนะคะ -- "

 

"อีกสองอาทิตย์เตรียมตัวไปฮอกวอตส์นะ"

 

ห้ะ!!!!???



 

และนี่เลยเป็นสาเหตุให้ แพทริเซีย คาเมย์ (สำเนียงฝรั่ง) เบตติซ มายืนเคว้งอยู่ที่สถานีรถไฟคิงส์ครอสในเวลาบ่ายแก่ ๆ และที่บอกว่าเคว้ง.. ก็เป็นเพราะคุณพ่อที่เพิ่งปลีกตัวจากไปมั่นอกมั่นใจนักหนาว่า ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนจะสามารถไปรายงานตัวที่จุดคัดกรองได้เอง โดยไม่ต้องมีผู้ปกครอง ก่อนจะหายตัวไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ออกปากท้วงเลยสักนิด ให้ตายเถอะ แพทริเซียอยากจะบ้า มีพ่อที่ไหนทิ้งลูกไว้แบบนี้กัน ไปคนเดียวครั้งแรกน่าจะตื่นเต้นกว่าอย่างนั้นเหรอ น่าเชื่อตายล่ะ! เด็กหญิงกุมขมับตัวเอง แต่ก็แปลกดี ทั้งที่ควรจะบ่นหรือรู้สึกหงุดหงิดยิ่งกว่านี้ แพทริเซียกลับคิดว่านี่มันดีกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย อิสระน่ะ ใช่ว่าจะหาไดับ่อย ๆ ..และเธอก็เบื่อกับการถูกประคบประหงมราวกับไข่ในหินตอนอยู่ประเทศเกาะจะแย่อยู่แล้ว 

 

อีกอย่าง หากเธอไม่มาเรียนที่ลอนดอน ท่านปู่คงรอจัดการธุระกับฝั่งอิซุมิให้เสร็จสิ้นก่อนกระทั่งแน่ใจว่าเทอมถัดไปที่มาโฮโทะโกะโระ แพทริเซียจะเรียนกับลูกหลานอิซุมิได้อย่างปลอดภัย -- ซึ่งถึงตอนนั้นเธอก็คงเป็นเด็กที่อายุเยอะมากที่สุดในชั้นปีเป็นแน่ แหงล่ะปีนี้เธออายุครบสิบเอ็ดแล้ว และหากเทอมหน้าเธอไม่ได้เรียนพร้อมกับเพื่อน ๆ แล้วรอเรียนกับรุ่นน้องทั้ง ๆ ที่เธอมีอายุมากกว่า นั่นก็สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้แพทริเซียไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเดินทางมาเรียนยังฮอกวอตส์ตามคุณพ่อดีกว่ารอเรียนต่อที่ญี่ปุ่นซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกกี่ปีกันแน่ มันจึงกลายเป็นความยินยอมที่เธอไม่มีทางเลือกไปโดยปริยาย..กระนั้นก็ได้แต่หวังว่าทางที่เธอเลือกมันจะถูกต้องแล้วล่ะนะ

 

เด็กหญิงลากกระเป๋าเดินทางใบโตเดินตรงไปยังจุดคัดกรอง และจัดแจงยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ พร้อมกับใช้เวลาระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารมองสำรวจป้ายโลหะสีทองที่สลักเป็นตัวอักษร M ไปพลาง 

 

 

แพทริเซีย คาเมย์ เบตติซ (Patricia Kamei Bettis) 

เกิดวันที่ 31 ตุลาคม 2009 อายุ 11 ปี

สัญชาติอังกฤษ เชื้อชาติ อังกฤษ-ญี่ปุ่น สายเลือดบริสุทธิ์

 

 

“เรียบร้อยแล้วครับ”

 

“ขอบคุณค่ะ” แพทริเซียว่า พลางหยิบซองเอกสารที่ถูกตรวจสอบแล้วใส่กระเป๋าตามเดิม เธอเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากชานชาลา เตรียมจะโบกแท็กซี่กลับไปยังที่พักตามรายละเอียดที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเผลอลืมปากกาทิ้งไว้ที่จุดคัดกรอง เลยรีับลากกระเป๋าย้อนกลับไปอย่างหัวเสีย และด้วยความเร่งรีบนั้นเองทำให้เธอไม่ระวังจนเผลอเดินชนกับเด็กชายอีกคนเข้า

 

“โอ๊ะ ขอโทษค่ะ”

 

เธอเผลอขอโทษอีกฝ่ายด้วยสำเนียงภาษาญี่ปุ่นที่ติดมาอย่างลืมตัว พร้อมกับโค้งหัวขอโทษขอโพยหลายต่อหลายครั้ง และพึมพำว่าไม่ได้ตั้งใจหลายรอบ โดยลืมนึกไปเลยว่านี่คืออังกฤษไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่นที่เธอคุ้นเคย แพทริเซียไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาได้ยินไหม กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็ตอนที่เธอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขากำลังโบกไม้โบกมือเชิงว่าไม่เป็นไรให้เธอนั่นแหละ

 

เขา -- เป็นเด็กผู้ชายที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ และมีส่วนสูงที่ดูจะสูงกว่าเธอเล็กน้อย เขามีผิวขาวซีด และนัยน์ตาสีฟ้าอ่อนจัดราวกับสีของน้ำแข็ง ทั้งเยือกเย็น และดูเข้าถึงยาก เรือนผมของเขาเป็นสีบลอนด์เข้ม ใบหน้าคมสันเป็นเอกลักษณ์คล้ายชาวยุโรป แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่เสียทีเดียว เขาเป็นคนที่ไหนกันนะ แล้วท่าทางเงียบขรึมกับใบหน้าเฉยชานั่นอีก จนแพทริเซียอดเป็นกังวลไม่ได้เลยว่าเขาจะไม่พอใจหรือเปล่า จึงเอ่ยขอโทษไปอีกรอบ

 

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ ขอโทษนะที่เดินไม่ทันระวัง” เธอถามอย่างเป็นกังวล พร้อมก้มมองว่ากระเป๋าเดินทางของเขายังอยู่ดีหรือเปล่า หวังว่าคงจะไม่ไปทำลายทรัพย์สินของอีกคนเข้าให้หรอกนะ

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะผายมือให้เธอเดินไปทำธุระต่อ อ่า ดูเย็นชาจังนะ นายคนนี้ แต่เหมือนเขาเห็นเธอไม่ไปไหนเสียทีกระมังถึงได้ทำหน้าฉงนใส่ แพทริเซียจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากสาวเท้าวิ่งไปเอาปากกาที่ลืมไว้ตรงจุดคัดกรองทันที.. หวังว่ามันจะยังไม่หายไปไหนเสียล่ะ!

 

 

 

 

---------------------------------------------------------------------

 

 

อ่า สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ แพทเองนะคะ ขอบอกก่อนเลยว่างานเขียนนี้เป็นงานเขียนแรกที่ลงจริงจังและได้โคกับไรต์เตอร์ในดวงใจค่ะ ตื่นเต้นมาก ๆ ค่ะทุกคน แงแออออ และก็ดีใจกับฟีดแบคสำหรับตอนแรก พาร์ทของไมค์ คำโปรโมตที่ไม่ต้องเสียค่าจ้างเลยสักแอะ 55555 ยังไงก็ขอฝาก Snow In Summer ไว้ ณ ที่นี้นะคะ สามารถคอมเมนต์ติชมหรือพูดคุยเกี่ยวกับฟิคชั่นเรื่องนี้ได้เลยนะคะ เพราะเป็นเรื่องยาว กว่าจะจบพวกเราก็อาจเรียนจบแล้ว (จบไปด้วยกันค่ะ!) ฮาาา

 

เกร็ดความรู้: เผื่อบางคนยังไม่รู้นะคะ แพทริเซียที่มีตาสองสีในเรื่องนี้ นั่นก็คือตาซ้ายสีฟ้าอความารีน กับตาขวาสีเขียวเฮเซล เป็นความผิดปกติของค่าเม็ดสีเมลานินในม่านตาที่มีไม่เท่ากัน ซึ่งมีโอกาสเกิดเป็นสีใดก็ได้ตามสายพันธุ์นะคะ เรียกง่าย ๆ ว่าโรค Odd Eye ไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อการดำรงชีวิต (มีก็แค่เก๋และเท่ดี) ซึ่งของน้องแพทเป็นประเภทที่ 2 Partial heterochromia ก็คือนัยน์ตามีสีอื่นเจือปนอยู่ในม่านตาค่ะ (เขียวเฮเซล) เป็นข้างเดียว เพราะอีกข้างฟ้าล้วนค่ะ

 

 


แก้ไขโดย Uriel M. Bathory (✔) 25 July 2020 - 09:28 PM

  • Mytis Sutherland (✔), Karina Type (✔), Felicia Hoffman (✔) และ 8 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

tBorSoq.jpg

 

VejQ9CQ.png


#12 Karina Type (✔)

Karina Type (✔)
  • นักเรียนบ้านสลิธีริน
  • 18053 โพสต์
  • เลขประจำตัว 530
    • ไม้: แอช | ยาว: 9 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี

โพสต์เมื่อ 25 July 2020 - 07:57 PM

โอ้ พาร์ทของแพทดูจะมีเรื่องหนักๆนะคะเนี้ย ประวัติครอบครีวแน่นเชียบ แต่ก้น่าสนใจดีค่ะ ว่าแต่มาโฮโทโคะโระเนี้ย เริ่มเรียนตั้งแต่เจ็ดขวบไม่ใช่หรอคะ พอดีว่าตัวคารินเองก้เคยเรียนที่นั่นมาก่อนจะย้ายมาฮอกวอตส์น่ะค่ะ  

ปล.ย้อนขึ้นไปสองย่อหน้าจากชื่อทางเข้าเหมือนจะขาดๆอยู่นะคะ ไม่แน่ใจว่ายังไงกัน แต่ว่าจะรออ่านแล้วกันค่ะ


  • Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

PicsArt_05-28-03.27.39.jpg

Q8V3aBC.png

V8xGe4F.png

 


#13 Patricia Kamei B.

Patricia Kamei B.
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 713 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5564
    • ไม้: เอลเดอร์ | ยาว: 11 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี

โพสต์เมื่อ 25 July 2020 - 08:40 PM

โอ้ พาร์ทของแพทดูจะมีเรื่องหนักๆนะคะเนี้ย ประวัติครอบครีวแน่นเชียบ แต่ก้น่าสนใจดีค่ะ ว่าแต่มาโฮโทโคะโระเนี้ย เริ่มเรียนตั้งแต่เจ็ดขวบไม่ใช่หรอคะ พอดีว่าตัวคารินเองก้เคยเรียนที่นั่นมาก่อนจะย้ายมาฮอกวอตส์น่ะค่ะ  

ปล.ย้อนขึ้นไปสองย่อหน้าจากชื่อทางเข้าเหมือนจะขาดๆอยู่นะคะ ไม่แน่ใจว่ายังไงกัน แต่ว่าจะรออ่านแล้วกันค่ะ

 

แงง ขอบคุณพี่คารินมากๆเลยนะคะที่ทักตรงเรื่องอายุ ส่วนตัวแพทลืมคิดไปเลยค่ะ เกี่ยวกับอายุการเข้าเรียนของที่นี่ มีเอ้ะๆอยู่แต่สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ ขอน้อมรับผิดตรงนี้เลยค่ะที่ไม่ได้เช็คให้ดีก่อน;-; ขอบคุณพี่คารินที่ช่วยบอกตรงจุดนี้นะคะ เดี๋ยวจะทำการแก้ไขให้ไม่กระทบกับสตอรี่หลักค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะค้าาาา _/\_ แล้วก็ ขอบคุณมากๆที่เข้ามาอ่านค่าาาาา<3


แก้ไขโดย Patricia Kamei B. 25 July 2020 - 08:40 PM

bloggif-5f1d1ac1cbc33.gif

e555900097231a1a4a85260cd443391e.jpg

vyI8rqF.jpg

MSeXCpk.png

 


#14 Kelly Brooke

Kelly Brooke
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 1700 โพสต์
  • เลขประจำตัว 1227
    • ไม้: ฮอว์ทอร์น | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี

โพสต์เมื่อ 26 July 2020 - 07:00 AM

มาอ่านแล้ววววววววววว หิมะหน้าร้อนนน พ้มน่ะในตอนแรกที่ได้ยินว่าเป็นเรื่องของอูเรียลกับแพทก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นรักใสๆ อ้าว เปิดมาตอนแรกมันไม่ใช่อ่า... ๕๕๕๕๕๕๕๕​ ไม่คิดเลยว่าจะมีเนื้อเรื่องประวัติของแต่ละคนด้วยแถมยังดูเป็นปมให้ติดตามอีก ชอบๆๆๆ

 

อีกเรื่องคือเรื่องภาษาค่ะ สวยมากกกก อ่านลื่นปรื้ดดดด เห็นโรลยาวๆ ของทั้งคู่แล้วมาอ่านฉบับนิยายก็คือไม่แปลกใจ ชอบภาษามากค่ะ สวยยย 

 

อาจจะหวีดรวมๆ กันระหว่างพาร์ทของอูเรียลกับพาร์ทของแพทนะงับ เพราะว่าพ้มน้ะ เพิ่งได้อ่านยังไงล่ะ ; -​ ; ชอบทั้งคู่เลย รออ่านตอนต่อไปเลยค้าบบบบ เอฟตี ติดตามมม


  • Uriel M. Bathory (✔) และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

b0869ddf21cd71c1.png

Cora2.png


#15 Chatel Yall (✔)

Chatel Yall (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 560 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5524
    • ไม้: มะเดื่อ | ยาว: 10"
      แกนกลาง: ขนหางนกฟินิกซ์
      ความยืดหยุ่น: แข็ง

โพสต์เมื่อ 26 July 2020 - 08:59 AM

อ่า..ท่าจะหนักนะเนี่ยฝังคาเมอิ ตอนแรกที่ฟังไมค์เกริ่นๆมาก็นึกว่าปมจะมีแค่ฝั่งบาโธรี่ ทำไมไปๆมาๆฝั่งคาเมอิจะเยอะกว่าเนี่ยยย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา555555555 แต่ก็ชอบนะ มันดูมีอะไรดี(เออ มีอะไรอะ) ภาษาก็ยังคงงดงามอยู่เสมอ//ปาดน้ามตาที่ไหลพราก เฝ้ารอตอนต่อไปจ้าาา 

 

ปล.ถึงไม่ค่อยมีอะไรเหม็นก็จะมาเหม็น 'ท่าทางเงียบขรึมและเฉยชา' แหมมมมมมมมมมมม ถัมจีง ละรู้ป้ะ ปากกาแท่งเดียวเป็นพี่พี่ไม่ย้อนกลับไปเอานะคะน้อง ต้องแหมอีกกีที งอง เย็นชามากมั้ง <_< โว๊ะ...ยิ่งพูดยิ่งน่ามคาน ถ้าตอนหน้ามันยังเป็นงี้อยู่นะ ชั้นจะฉาปแก๊!!


  • Uriel M. Bathory (✔) และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

90ZtfLl.png

 

tumblr_inline_o1pkikpdEc1rifr4k_500.gif


#16 Jafar (✔)

Jafar (✔)
  • นักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟ
  • 542 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5793
    • ไม้: ฮอว์ทอร์น | ยาว: 8 3/4"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว

โพสต์เมื่อ 26 July 2020 - 03:31 PM

อั้ยฉ่า ตอนสองมาแล้วอ่ะคับ อ่านตั้งแต่เมื่อคืนละแต่ว่าลืมมาเม้นฝั่งตระกูลทางเจ้าแพทเมื่อจะมีเรื่องอะไรซักอย่างนะเนี่ย แต่รี่คิดว่าเรื่องทั้งสองตระกูลอ่ะต้องมีอะไรเกี่ยวพันกันแน่เลยต่อไปอ่ะ ก็ต้องติดตามดูว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน ตาแพทสองสีมีเขียวฮาเซลเดียวสินะ สีเขียวเหมือนจาฟาร์แต่คนละโทนแฮะ ส่วนเจ้าไรท์เตอร์หน้าใหม่เขียนดีมากเลยนะภาษาที่แพทใช้ไม่ขัดกับพี่จ๋าเท่าไหร่ ไปในทิศทางเดียวกันเก่งมากนะ สู้ๆนะทั้งสองคนพ้มติดตามอยู่ ส่วนเรื่องฟามหวานนานๆไปมันก็ชินอ่าคับงดกินของหวานเพราะในนิยายก็หวานในโรลก็หวานอ่าค้าบบบบบบบ


  • Uriel M. Bathory (✔) และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

giphy.gif

giphy.gif

8452c6b59c543701.gif

KUvmgkY.png

พรานป่า I พ่อค้าเลือด I มนุษย์ I ทาสแมว I FLORA04A


#17 Serenity Ackerman (✔)

Serenity Ackerman (✔)
  • นักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์
  • 1599 โพสต์
  • เลขประจำตัว 3625
    • ไม้: แบล็คทอร์น | ยาว: 11"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: อ่อนตัว

โพสต์เมื่อ 26 July 2020 - 03:43 PM

อ่าา ดูเย็นชาจังนะนายคนนั้น ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ เขินประโยคนี้ได้ป่ะค้าบบบ เอ๊อะ งอง มีอะไรให้เขิน 5555555 รู้สึกว่าตระกูลของแพทดูลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนมากกว่าบาโทรี่อีกนะเนี่ยนะ แอบเห็นนามสกุลหลายตระกูลโผล่ออกมาเยอะแยะเลย ทั้งที่ชินกับชื่อญี่ปุ่นเพราะอ่านมังงะดูอนิเมะมาเยอะก็ยังงงอยู่ดี เนี่ย ตอนแรกนึกว่าจะมีแต่ฟามหวาน สรึปมีดราม่าด้วย ได้นะ เอาไว้ตัดความหวานในอนาคต อริอริ รอพาร์ทสามเรยค้าบบ อยากเห็งตัวละคนอื่นๆแน้วว


  • Uriel M. Bathory (✔) และ Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

lsIEVGq.gif

nuxXvef.png

Lucy Stanfield | Baby Werewolf | INNER01A


#18 Kathie Chang (✔)

Kathie Chang (✔)

    พนักงานร้านแผ่นเสียง

  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 2002 โพสต์
  • เลขประจำตัว 1344
    • ไม้: แอปเปิ้ล | ยาว: 9 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ปานกลาง

โพสต์เมื่อ 26 July 2020 - 08:37 PM

ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นแนวหวานใส แต่ไหง๊สองตอนแรกดูดาร์คกันทั้งคู่ ของแพทดูจะดาร์คหนักด้วยซี้เนี้ย ๕๕๕๕ ตื่นเต้นนน น่าติดตามมากกกค้าบ เป็นกำลังใจให้ทั้งแพทกับอูเรียลเลย เป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน อัพรวดเดียวเลยไม่ได้อ่อ อยากอ่านทีเดียวเลย รอให้ถึงวันศุกร์เสาร์หน้าไม่ไหวแล้วซีเนี้ยหึ้ยยยยย รอติดตาม ขนาดมีแค่ไม่กี่ตัวละครยังสนุกขนาดนี้ ถ้าเข้าไปฮอกวอตส์คงจะเจ้มจ้นน่าดูเลย เป็นกำลังใจให้คนเก่งของเคธี่ทั้งสองคนเลย ฮึ้บๆ
  • Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

original.gif

 

 | 3313 | President of Chorus Club | DJofTWCRadio | #ProudtobeRavenclaw


#19 Aqua Woods

Aqua Woods
  • นักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟ
  • 1558 โพสต์
  • เลขประจำตัว 5488
    • ไม้: ซิลเวอร์ไลม์ | ยาว: 11"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: แข็ง

โพสต์เมื่อ 28 July 2020 - 04:02 PM

ปมครอบครัวอันหนักอึ้งสินะ .. ไหนล่ะ ความโรแมนติกที่วาดฝันเอาไว้ อุแง 55555555555 

ติดตามอยู่นะคะ จะรออ่านจนกว่าจะถึงซีนจิกหมอนที่รอคอย <3 


  • Patricia Kamei B. ถูกใจสิ่งนี้

keithgif.gif

BvwlGx0.png

 

55327a105a4824bd768982a6e4641143.png


#20 Uriel M. Bathory (✔)

Uriel M. Bathory (✔)
  • นักเรียนบ้านเรเวนคลอ
  • 732 โพสต์
  • เลขประจำตัว 526
    • ไม้: เชอร์รี่ | ยาว: 11 1/2"
      แกนกลาง: ขนหางยูนิคอร์น
      ความยืดหยุ่น: ดีดตัว

โพสต์เมื่อ 31 July 2020 - 08:06 PM

 

 

 

 

SNOW IN SUMMER.

- 3 -

 

Uriel Part

 

“แพทริเซีย คาเมย์ เบตติซ”

 

By Uriel M. Bathory

 

 

 

หลังจากที่ย้ายจากเมืองเอสเตอร์กอมมายังลอนดอนได้ราว ๆ หนึ่งสัปดาห์ ปรากฏว่า อูเรียลเป็นเพียงคนเดียวที่เริ่มจะชินกับถนนหนทางต่าง ๆ บ้างแล้ว เด็กชายเรียนรู้วิธีการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะของมักเกิ้ลรวมถึงวิถีชีวิตของคนอังกฤษผ่านการสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวในแต่ละวัน ซึ่งสำหรับคุณชายบาโธรี่ที่วัน ๆ เอาแต่ขลุกตัวอยู่แต่ในบ้าน และเข้าไปเที่ยวในตัวเมืองเพียงแค่เดือนละสองครั้งนั้น การได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตที่แตกต่างจากประเทศบ้านเกิดของเขานั้นนับเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มากทีเดียว

 

ร่างสูงของเด็กชายวัยสิบเอ็ดก้าวไปตามทางเท้าอย่างไม่เร่งรีบ ผ่านตรอกซอยเล็ก ๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าร้านขายเหล้าขายอาหารที่ดูมอซอและเก่าคร่ำครึ หลายครั้งหลายหน อูเรียลก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าไม่มีมักเกิ้ลคนไหนสังเกตเห็นร้านนี้บ้างหรืออย่างไร ไม่สิ.. สังเกตเห็นก็แปลกแย่แล้ว มอร์ตันบอกว่าร้านนี้เป็นแหล่งรวมตัวของพ่อมดแม่มด พวกมักเกิ้ลที่เดินสัญจรไปมาจะไม่มีทางสังเกตเห็น ช่างเถอะ.. มันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรสักหน่อย และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาเยือนร้านหม้อใหญ่รั่วตามลำพังด้วย อูเรียลชอบมาขลุกตัวอยู่ที่นี่อาทิตย์ละสองถึงสามครั้ง ใช้เวลาส่วนใหญ่เฝ้ามองวิถีชีวิตของพ่อมดแม่มดที่มานั่งดื่มและแลกเปลี่ยนข่าวสารกันที่นี่ หมายถึง -- จะมานั่งฟังข่าวสารต่าง ๆ ของพวกเขาแค่สัปดาห์ละครั้งน่ะ เพราะส่วนใหญ่เขาจะชอบไปเดินเตร่ในตรอกไดแอกอน และหมกตัวอยู่ที่ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกเป็นวัน ๆ มากกว่า

 

"คลับแซนด์วิชกับช็อกโกแลตร้อนแก้วหนึ่งครับ"

 

อูเรียลวางเงินลงบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะจัดแจงยกถาดอาหารของตัวเองไปจับจองที่นั่งที่ริมหน้าต่าง เขามักจะมานั่งที่นี่เป็นประจำเพราะมันค่อนข้างจะเป็นส่วนตัว เด็กชายหยิบแซนวิชที่ใส่เครื่องมาจนล้นกินอย่างระมัดระวัง พลางคิดไปว่าอะพอลโลที่ยังคงนอนหลับเป็นตายจะได้กินอะไรเป็นมื้อเช้าบ้างหรือยัง แต่มอร์ตันอยู่ที่คอนโดนี่ คงไม่น่าเป็นห่วงอะไรหรอกมั้ง อูเรียลคิดอย่างนั้น ก่อนจะจัดการอาหารในจานหมด เด็กชายนั่งฟังข่าวซุบซิบจากแม่มดสองคนที่นั่งห่างจากเขาไปแค่โต๊ะเดียว และเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสนใจอีก เขาจึงลุกจากโต๊ะ เพื่อตรงไปยังหลังร้าน มุ่งตรงสู่ตรอกไดแอกอนเหมือนทุกวันแทน

 

"แนวตั้งสาม -- แนวนอนสอง" เด็กชายพึมพำ ขณะแตะไม้กายสิทธิ์เชอร์รี่ (เขามาซื้อกับมอร์ตันตั้งแต่ย่างเข้าเช้าวันใหม่ในลอนดอน) ลงบนกำแพงอิฐเก่า ๆ สองมือซุกในกระเป๋าแจ็กเก็ตยีนส์ของตัวเอง ระหว่างรอให้กำแพงค่อย ๆ หดตัวเป็นทางเข้าทอดสู่ตรอกไดแอกอน


 

ว่าแต่.. วันนี้จะทำอะไรดีนะ อูเรียลคิด ระหว่างเดินทอดน่องไปตามตรอกที่แน่นขนัดไปด้วยผู้วิเศษที่พาลูกหลานมาจับจ่ายซื้อของ เพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ เด็กชายใช้เวลาสั้น ๆ ไปกับไอศกรีมแมคคาเดเมียโรยด้วยเกล็ดน้ำตาลรสช็อกโกแลตและวัฟเฟิลกรอบอร่อยที่ร้านไอศกรีมของฟลอเรียน ฟอร์เตสคิวเพื่อดับร้อน ก่อนที่อูเรียลจะมุ่งหน้าไปยังร้านตัวบรรจงและหยดหมึก ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางในช่วงบ่ายวันนี้

 

เป็นความจริงที่ว่า ร้านตัวบรรจงและหยดหมึกนั้น เป็นร้านที่อูเรียลชื่นชอบมากที่สุดในบรรดาร้านรวงต่าง ๆ ของตรอกไดแอกอน เด็กชายพบว่าที่นี่มีหนังสือทุกประเภทที่เท่าจะนึกออก ตั้งแต่หนังสือเล่มโตขนาดเท่าแผ่นหินไปจนถึงหนังสือเล่มเล็กจิ๋วเท่าแสตมป์ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ที่สามารถดึงดูดคนที่หลงใหลในการอ่านอย่างอูเรียลได้เป็นอย่างดีทีเดียว 

 

อูเรียลก้าวไปดูตรงหมวดวรรณกรรม เขาไล้ปลายนิ้วไปตามสันปก ขณะที่ดวงตาสีฟ้าอ่อนจัดก็ไล่อ่านรายชื่อที่ปรากฏบนสันไปพลาง ในตอนนั้นเอง เขาก็สังเกตเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูจะคุ้นหน้าคุ้นตาชอบกล เพราะส่วนสูงที่ห่างกันไม่เท่าไหร่ ประกอบกับเสี้ยวหน้าที่ค่อนไปทางเอเชียของเธอ ส่งผลให้อูเรียลจำอีกฝ่ายได้ทันที 

 

นั่นเด็กผู้หญิงที่เดินมาชนเมื่อหลายวันก่อนนี่ ดูเหมือนเธอจะมีปัญหานะ อูเรียลแอบเหล่มองอีกฝ่ายที่ดูจะมีปัญหากับการหารายชื่อหนังสือบนชั้น สังเกตจากคิ้วที่แทบจะผูกกันเป็นปมก็พอจะเดาได้น่ะ เอายังไงดีล่ะ จะเข้าไปช่วยดีไหม เด็กชายคิดอย่างลังเลใจเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดสินใจได้ 

 

“หาหนังสืออะไรอยู่” 

 

“หา อ๋อ คือ -- ” เด็กผู้หญิงคนนั้นทำหน้าเหรอหราใส่เมื่อโดนถามอย่างนั้น เธอดูทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย แต่ก็ยอมตอบคำถามของเขา “ฉันกำลังหาอะไรไปอ่านที่ฮอกวอตส์น่ะ แต่ปัญหาคือฉันไม่รู้จะอ่านอะไรดี”

 

อูเรียลพยักหน้า “ฮอกวอตส์เหมือนกันเหรอ ชอบอ่านแนวไหนล่ะ”

 

เธอมีสีหน้าแปลกใจนิดหน่อยเมื่อได้ยินเขาถามว่า ฮอกวอตส์เหมือนกันเหรอ แต่กระนั้น เธอกลับไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเขา นอกจากบอกแนวหนังสือที่เธอชอบเพียงเท่านั้น

 

เราคุยกันไม่มากนักระหว่างที่อูเรียลช่วยเธอเลือกหนังสือ และไม่ลืมที่จะแนะนำแนวอื่นนอกเหนือจากแนวที่เธอชอบให้ด้วย เด็กชายดึงหนังสือนิยายแปลเล่มหนึ่งออกจากชั้น ตามด้วยหนังสือรวมเรื่องสั้นของนักเขียนชาวญี่ปุ่นออกมาจากชั้นอีกหนึ่งเล่ม จะว่าไป.. เมื่อกี้เขาก็ทันจับสังเกตได้นิดหน่อยนะ ว่าดวงตาสองสีของเด็กคนนั้นแอบมองปกหนังสือในมือของเขาด้วยท่าทางสนอกสนใจเหมือนกัน อูเรียลไม่ได้ว่าอะไรเธอ แต่เลือกที่จะเดินหนีไปจ่ายเงินค่าหนังสือของตัวเองแทน 

 

“นี่ เดี๋ยวก่อนสิ”

 

เสียงของเธอเรียกไว้ก่อนที่อูเรียลจะทันได้ก้าวออกจากร้าน เด็กชายชะงักฝีเท้า พร้อมทั้งหันไปมองอย่างแปลกใจ เขาเห็นเธอส่งยิ้มกว้าง ขณะที่เดินตรงเข้ามาหา

 

“นายก็จะไปฮอกวอตส์เหมือนกันใช่ไหม” 

 

“ใช่ มีอะไร”

 

“ฉัน แพทริเซีย -- แพทริเซีย คาเมย์ เบตติซ กำลังจะเข้าฮอกวอตส์ปีนี้เหมือนกัน”

 

ดวงตาสีฟ้าซีดมองหน้าของเด็กหญิง ก่อนจะเลื่อนมองมือเล็กที่ยื่นออกมา ราวกับอยากจะทำความรู้จัก วินาทีนั้น อูเรียลไม่แน่ใจนักว่า ตัวเองควรจะรู้สึกดีใจหรือไม่ที่อีกฝ่ายแนะนำตัวเองอย่างนั้น ไม่ใช่ว่ามันเป็นเรื่องที่แย่ หรือชื่อของเธอมันแปลกพิกลหรอกนะ แต่เขาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องมาแนะนำตัวกับใครเพื่อผูกมิตรมาก่อนต่างหาก มันเลยค่อนข้างจะทำตัวไม่ถูกอยู่สักหน่อย ว่าแต่ในโลกนี้มีคนที่อยากจะทำความรู้จักกับคนที่ช่วยแนะนำหนังสือให้ด้วยอย่างนั้นหรือเนี่ย แปลกจริง ๆ 

 

“อูเรียล มิคาเอล บาโธรี่” เด็กชายตอบอย่างไว้เชิง เขายื่นมือไปจับมือกับเธอ ระหว่างนั้นก็คอยลอบสังเกตไปด้วยว่า อีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หากได้ยินนามสกุลของเขาเข้า หวังว่าจะไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือมองด้วยสายตาเกลียดชังแบบที่เขาเคยเจอมาตลอดหรอกนะ 

 

“บาโธรี่เหรอ นามสกุลแปลกจัง”

 

โชคดีที่เธอไม่รู้.. อูเรียลถอนหายใจอย่างโล่งอก บางทีเขาอาจจะคิดระแวงไปเองก็ได้ว่าทุกคนจะต้องมีปฏิกิริยาบางอย่างกับนามสกุลของเขา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว อาจจะมีคนอีกมากมายที่ไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าแปลก ๆ ที่เกี่ยวกับพวกบาโธรี่ และไม่ได้มองครอบครัวของเขาว่าเป็นพวกตัวประหลาด ลูกหลานของฆาตกร สายเลือดของแม่มดปีศาจ อะไรทำนองนั้น ซึ่งนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อย ๆ อูเรียลก็ไม่ต้องเสียเพื่อนใหม่ที่กำลังส่งยิ้มกว้างจนตาหยีมาให้ ทั้งที่เราเพิ่งจะทำความรู้จักกันไม่ถึงยี่สิบนาทีไป

 

“เธอก็ด้วย”

 

“ฉัน?” เด็กผู้หญิงที่ชื่อ แพทริเซีย เลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ แล้วหัวเราะออกมา “ใคร ๆ ก็บอกแบบนั้น ตอนได้ยินชื่อของฉันน่ะ ชื่อกับหน้าตาของฉันมันไปคนละทางเลยใช่ไหมล่ะ”

 

อูเรียลพยักหน้า แต่ไม่ได้ออกความเห็นอะไร

 

"ฉันเพิ่งมาจากญี่ปุ่นน่ะ อ้อ -- ว่าแต่นายซื้อของครบหรือยัง ฉันยังเลย ถ้าไม่ติดอะไรช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม ฉันยังงง ๆ กับที่นี่นิดหน่อยน่ะ"

 

"..."

 

“เดี๋ยวฉันเลี้ยงไอศกรีมเป็นการตอบแทนก็ได้ ไม่มีอะไรที่เหมาะกับอากาศแบบนี้ไปมากกว่าไอศกรีมแล้ว จริงไหม”

 

ว่าแล้ว แพทริเซียก็กึ่งลากกึ่งจูงเขาออกไปจากร้าน โดยที่ไม่คิดจะหยุดรอฟังคำตอบจากเขาเลยแม้แต่น้อย และแม้จะรู้สึกงุนงงปนไม่คุ้นชินอยู่บ้าง กับการโดนคนอื่นแตะเนื้อต้องตัวกันอย่างสนิทสนม แต่ถึงอย่างนั้น อูเรียลก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเป็นกันเอง และความสดใสของแพทริเซียนั้นทำให้เขารู้สึกประทับใจมากทีเดียว

 

เพื่อนคนแรก -- จะเรียกแบบนี้ได้หรือเปล่านะ เธอจะยอมเป็นเพื่อนกับเขาต่อไหม ถ้าวันหนึ่ง เธอรู้ว่าเขาย้ายมาอยู่ที่ลอนดอนด้วยเหตุผลอะไร อยู่ ๆ ความหวาดระแวงที่ไม่รู้สาเหตุก็ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในใจของเขา ปฏิกิริยาที่แสดงออกถึงความเกลียดชังชัดเจนจากชาวบ้านที่เขาเคยเห็น ส่งผลให้อูเรียลรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ถ้าเธอรู้ล่ะ เธอจะมีปฏิกิริยาแบบเดียวกับคนพวกนั้นไหม ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นจริง ๆ ล่ะก็ -- ความคิดนั้นทำให้เด็กชายเผลอกระตุกมือที่กำลังโดนจับจูงเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่าแพทริเซียจะไม่ได้สนใจอะไรนัก เธอยังคงจับมือเขาไว้แน่น และเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด 

 

“นี่ เป็นอะไรไปน่ะ” แพทริเซียหันมาถาม เธอลดความเร็วของฝีเท้าในการเดินนำหน้า เพื่อเปลี่ยนมาเดินข้าง ๆ กันแทน “ฉันทำให้นายอึดอัดหรือเปล่าน่ะ โทษทีนะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่มีเพื่อนเลย ฉันก็เลยดีใจมากเกินไปหน่อย แต่ถ้านายไม่สบายใจ -- ”

 

“ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกว่าอากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่” อูเรียลตอบ หลังจากพยายามสลัดความวิตกกังวลเหล่านั้นออกไปจากสมองแล้ว

 

“แสดงว่านายไม่ชอบอากาศร้อนสินะ งั้นเราแวะไปทานไอศกรีมกันก่อนแล้วกัน”

 

แพทริเซียสรุปทั้งหมดเอาเองเสร็จสรรพ ก่อนที่เธอจะตั้งหน้าตั้งตาลากอูเรียลตรงไปยังร้านไอศกรีมของฟลอเรียนฟอร์เตสคิวตามที่ตั้งใจเอาไว้ พวกเขาสั่งไอศกรีมมาคนละถ้วย (ซึ่งสำหรับอูเรียลนั้น ถือว่าเป็นถ้วยที่สองของวันแล้ว) ก่อนจะนั่งทานด้วยกันภายใต้สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ในคราวแรกนั้น บทสนทนาออกจะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยุ่งยากใจอยู่สักหน่อย แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่นาที ทั้งอูเรียลและแพทริเซียก็ผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น พวกเขาพูดคุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของฮอกวอตส์ตามที่เคยได้ยินมา

 

“พ่อบอกว่าเป็นโรงเรียนเวทมนตร์ที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษ แต่ก็นะ.. เราจะยังไม่รู้หรอก จนกว่าจะได้เห็น” แพทริเซียพูด พลางตักไอศกรีมช็อกโกแลตเข้าปากคำโต “ว่าแต่นายมาจากไหนน่ะ ไม่ได้เป็นคนอังกฤษใช่ไหม”

 

“ฉันเป็นคนฮังการี”

 

“แล้วทำไมถึงย้ายมาล่ะ”

 

คราวนี้เด็กชายกลับไม่ยอมตอบคำถามนั้น เขาจัดการตัดบทเธอด้วยการตักไอศกรีมแมคคาเดเมียเข้าปากแทน โชคดีที่แพทริเซียเองก็ไม่ได้เป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบซักถาม เธอก้มหน้าทานไอศกรีมของตัวเองต่อ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบเกินไป 

 

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันในตรอกไดแอกอนดูจะผ่านไปเร็วกว่าที่คิดเอาไว้มาก อูเรียลพาแพทริเซียไปซื้อของใช้ที่ระบุไว้ในใบรายการโรงเรียนจนครบ กว่าจะรู้ตัวอีกที เวลาก็ล่วงเลยจนมาถึงสี่โมงเย็นเสียแล้ว เด็กชายเดินนำเธอกลับมาที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว เพื่อที่จะเตรียมตัวแยกย้ายกันกลับที่พัก ตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงอ่อนแล้ว และอีกไม่กี่ชั่วโมงมันคงจะลาลับขอบฟ้า ก่อนที่ยามค่ำคืนจะเข้าแทนที่ 

 

“นายกลับยังไงเหรอ อูเรียล”

 

เด็กชายละสายตาจากท้องฟ้า ผันมองแพทริเซียที่กำลังมองเขาด้วยเหมือนกัน อูเรียลไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเธอ แต่กลับเลิกคิ้วใส่อีกฝ่าย อย่างต้องการจะถามว่า ‘ห่วงตัวเองก่อนไม่ดีกว่าหรือไง’ ให้อีกคนได้ทำหน้ายุ่งใส่กันเสียอย่างนั้น โชคดีที่อูเรียลฉลาดพอที่จะรู้ว่าไม่ควรจะทำตัวบื้อใบ้ และตอบคำถามของเธอเสีย

 

“คอนโดฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เดินไปนิดหน่อยก็ถึงแล้ว”

 

“งั้นนายก็ไปมาที่นี่สะดวกเลยสิ ดีจังนะ บ้านของฉันก็อยู่ใกล้ ๆ เหมือนกัน”

 

“อือ” อูเรียลรับคำสั้น ๆ เขาถอนสายตาจากเธอเหมือนคนไม่ใส่ใจ และเลือกที่จะหันไปมองท้องฟ้าที่กว้างใหญ่นั้นแทน

 

บทสนทนาของเราเงียบลงอีกครั้ง เมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ ดวงตาสีฟ้าซีดของอูเรียลเฝ้ามองการจราจรบนถนน และประชากรชาวเมืองลอนดอนที่พากันเดินขวักไขว่บนทางเท้า รถบัสสาธารณะแล่นผ่านเด็กทั้งสองไปสายแล้วสายเล่า แต่กลับไม่มีใครคิดที่จะบอกลาอีกฝ่ายก่อนเลย แพทริเซียคงรอให้เขาแยกตัวจากไปก่อน ในขณะที่อูเรียลเองก็อยากรอจนกว่าจะแน่ใจว่าอีกฝ่ายขึ้นรถกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้วจริง ๆ เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวในต่างที่ต่างแดนแบบนี้มันอันตรายจะตายไปนี่นา

 

เห็นแบบนี้ เขาก็เป็นห่วงคนอื่นเป็นเหมือนกันนะ..

 

“พรุ่งนี้จะมาที่นี่อีกหรือเปล่าล่ะ”

 

อยู่ ๆ เธอก็ถามขึ้น น้ำเสียงสบาย ๆ และท่าทางเป็นกันเองทำให้อูเรียลหันไปมองแพทริเซียอีกครั้ง และไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรเหมือนอย่างเคย ชั่ววูบหนึ่ง อูเรียลคิดว่าแพทริเซียจะมองว่าเขาเป็นเพื่อนที่น่าเบื่อหน่ายหรือเปล่านะที่ไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุยอะไร

 

“ฉันเองก็ไม่มีเพื่อนที่ไหน มันคงจะดีถ้ามีนายอยู่ด้วยน่ะ ว่าไงล่ะ” 

 

“อืม เอาสิ”

 

“เยี่ยม -- เราจะเจอกันกี่โมงดี ปกตินายมากี่โมงน่ะ”

 

“คงสาย ๆ ล่ะมั้ง” เด็กชายตอบ พลางลอบสังเกตสีหน้าเบิกบานใจของอีกฝ่ายไปด้วย เขาไม่ได้คิดไปเองหรอกว่าแพทริเซียกำลังดีใจมากที่เขาตอบตกลงไปแบบนั้น ปฏิกิริยาของเธอทำให้อูเรียลอดสงสัยไม่ได้ว่า แค่ตอบตกลงว่าจะมาอยู่เป็นเพื่อน ทำไมเธอต้องดีใจขนาดนั้นด้วยนะ เด็กผู้หญิงที่ชื่อ แพทริเซีย คนนี้ช่างเป็นคนที่คาดเดายากจริง ๆ 

 

“งั้นเจอกันพรุ่งนี้ตอนสิบเอ็ดโมงแล้วกัน หวังว่านายจะมาทานมื้อเที่ยงเป็นเพื่อนฉันนะ” 

 

ดวงตาสีฟ้าซีดเหลือบมองคนที่กำลังส่งยิ้มกว้างมาให้ ในตอนนั้น อูเรียลไม่แน่ใจนักว่า สาเหตุที่ทำให้เขารู้สึกตาพร่าจนต้องเผลอหรี่ตานั้น เป็นเพราะแสงแดดในช่วงสี่โมงเย็นมันส่องกระทบลงมาอย่างพอดิบพอดี หรือเป็นเพราะรอยยิ้มสดใสของคนตรงหน้ากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความเป็นกันเองของอีกฝ่ายก็ทำให้เขานึกอยากจะรักษาเพื่อนคนแรกไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และการตอบรับคำชวนของเธอ คือสิ่งที่เขาจะทำโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด

 

“ฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกัน นายก็กลับบ้านดี ๆ ล่ะ”

 

แล้วเจอกัน.. อย่างนั้นเหรอ อูเรียลไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าจะได้ยินคำนี้จากคนอื่นบ้าง เมื่อสมัยที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนของมักเกิ้ล อูเรียลคาดหวังมาตลอดว่าจะได้ยินประโยคพวกนี้จากคนอื่น ๆ บ้าง แน่นอนว่า นามสกุลที่ตราอยู่บนหน้าผากไม่เคยทำให้อูเรียลและพี่น้องฝาแฝดของเขาได้รับคำนี้จากเด็กรุ่นเดียวกันเลย พอมาได้ยินจริง ๆ เด็กชายก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่ได้ มันไม่ได้แย่ แต่จะเรียกว่าอย่างไรดีล่ะ เหมือนกับ.. มีลูกโป่งกำลังพองตัวอยู่ในใจของเขา อะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง 

 

แล้วอย่างนี้เขาควรจะพูดอะไรกับเธอดีนะ เธอก็กลับบ้านดี ๆ นะ แล้วเจอกันวันพรุ่งนี้ แบบนั้นหรือเปล่า ทั้งที่อยากจะพูดอะไรกับเธอบ้างสักประโยค แต่ปากของเขากลับหนักเกินกว่าที่จะพูดอะไรได้ และกว่าจะรู้ตัวอีกที แพทริเซียก็โบกมือลาเขา และหมุนตัวหันหลัง เดินจากไปเสียแล้ว 

 

เป็นคนที่คิดเร็วทำเร็วจังนะ

 

อูเรียลกระพริบตามองตามแผ่นหลังเล็กจนกระทั่งเธอหายเข้าไปในฝูงชน เขาจึงยอมถอนสายตาจากเธอ และหมุนตัวเดินกลับไปอีกทาง ร่างสูงของเด็กชายเดินไปตามทางเท้า ระหว่างนั้นก็คิดใจลอยถึงคนที่เพิ่งจะแยกกันไป แพทริเซีย คาเมย์ เบตติซงั้นเหรอ ดูเป็นคนที่หลายบุคลิกดีจัง นอกจากจะเป็นคนที่ร่าเริงและยิ้มง่ายแล้ว ยังเป็นเด็กผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แถมยังมีพลังงานเต็มเปี่ยมอีกด้วย ถือว่าเป็นเสน่ห์แบบแปลก ๆ ดี อยู่ด้วยกันคงจะไม่เหงาเท่าไหร่ 

 

หวังว่าเราจะได้อยู่บ้านเดียวกันนะ 

 

ไม่สิ.. อูเรียลขอภาวนาต่างหาก..

 

 

 

 

---------------------------------------------------------------------

 

 

อ่า.. สวัสดีทุกคนอีกครั้งฮะ ก่อนอื่นผมกับแพทต้องขอขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ชอบเรื่องนี้กัน คือตกใจมากเพราะไม่คิดว่าฟีดแบคจะดีขนาดนี้ 555555 อ่านแต่ละคอมเม้นแล้วรู้สึกใจฟู แบบ.. ทำไมทุกคนน่ารักกันจังเลยนะ (._.) แล้วเพื่อนๆ อีกหลายคนยังมาช่วยโปรโมตเรื่องนี้กันอีก แถมพี่เคธี่กับพี่ปลาวาฬยังเอาไปโปรโมตบนวิทยุให้ด้วย แอบเซอไพรส์ 555555 ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจาก ขอบคุณมากๆ สำหรับกำลังใจที่ทุกคนฝากมากับตัวอักษรนะฮะ  :wub:

 

ไหนๆ แล้วก็ถือโอกาสเปลี่ยนเพลงไปด้วยเลย เสียงเวนดี้มันเป็นนุ่มที่หัวใจ เหอ (กุมใจ) เช่นเคยฮะ สามารถคอมเม้นติชมมาได้เช่นเคยฮะ เพราะอย่างที่แพทบอก กว่าจะจบคงอีกนานเลย ฮ่าาา

 

Ps. ขอบคุณพี่คารินมากๆ เลยครับที่ทักเรื่องอายุตอนเข้าเรียนมาโฮโทโคะโระ ผมเองก็ผิดที่ไม่ได้ตรวจสอบรอบสุดท้าย ขอน้อมรับความผิดพลาดไว้ ณ ที่นี่ และจะเช็คเนื้อหาให้รอบคอบขึ้นครับ ขอบคุณมากนะคร้าบ

.

.

 

ที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ feel good กับหลายๆ คนน่ะ.. คือจะบอกว่า ผมล้อเล่นน่ะ.. แหะ..

 

 

 

 

 

 

---------------------------------------------------------------------


แก้ไขโดย Uriel M. Bathory (✔) 31 July 2020 - 08:12 PM

  • Mytis Sutherland (✔), Karina Type (✔), Felicia Hoffman (✔) และ 9 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

tBorSoq.jpg

 

VejQ9CQ.png





1 สมาชิกกำลังอ่านกระทู้นี้

1 สมาชิก, 0 ผู้เยี่ยมชม, 0 สมาชิกที่ล่องหน


    Scarlett Perry