ไปที่เนื้อหา


รูปภาพ

ด้วยรัก...อัลแตร์ by Wendolen Drangliex


  • กระทู้นี้ถูกล็อค กระทู้นี้ถูกล็อค
มี 1 โพสต์ตอบกลับกระทู้นี้

#1 Wendolen Drangliex

Wendolen Drangliex
  • นักเรียนบ้านสลิธีริน
  • 699 โพสต์
  • เลขประจำตัว 916
    • ไม้: แบล็คทอร์น | ยาว: 10 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: แข็ง

โพสต์เมื่อ 03 November 2019 - 01:33 AM

 
ด้วยรัก...อัลแตร์ 
 
 
ฉันยืนอยู่บนตึกสูงกว่าห้าสิบชั้น 
 
แรงลมปะทะหน้าบาดผิวจนเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจ แต่ฉันไม่ได้ ‘ตื่น’ ขึ้นเลย มันเป็นความสงบอย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัสมานาน ปลายเท้าเปลือยเปล่าปีนเหนือปูนซีเม้นต์ 
 
ฉัน ‘รู้’ พวกคุณคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด 
 
แต่ฉัน ‘พอ’ แล้ว 
 
ฉันเหนื่อยยากกับการประคับประคองจิตใจที่ถูกผูกติดอยู่กับคนอื่นให้ก้าวผ่านไปในแต่ละคืนวัน ถึงมั่นใจว่าฉันตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่ก็ยังไม่อาจสลัดความกลัวสุดท้ายออกไปได้ 
 
เพราะขึ้นชื่อว่าเตรียมใจตาย อย่างน้อยก็อยากตายด้วยความตั้งใจของตัวเอง ถึงได้เหลือรองเท้าเอาไว้ข้างล่าง ถ้าลื่นเพราะรองเท้าและพลาดตกลงไป ฉันอาจคิดว่าตัดสินใจผิด อย่างที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นมาก่อน 
 
เบื้องล่างเป็นมหานครที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน ใจจริงก็ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ใครหรอก แต่มันเป็นการเรียกร้องครั้งสุดท้าย ฉันแค่อยากมั่นใจว่าตัวเองจะมีความสุข 
 
ถ้าเกิดตายในที่ ๆ ไม่พบศพจะแย่เอา...แล้วถ้าตายแบบขาดอากาศหายใจหรือช็อกเพราะเสียเลือดมันน่ากลัว กระทั่งกินยาเกินขนาดฉันยังอิดออดเลย แต่ถ้าเป็นการโบยบินครั้งสุดท้าย ฉันอาจยอมลงให้ตัวเองบ้างก็ได้ จริงไหม... 
 
มันพลาดมาตั้งแต่ตอนไหนหรือ ? 
 
คุณเคยได้ยินเหล่าคำสัญญาที่ไม่อาจเป็นจริงได้ไหม ? 
 
ทั้งที่รู้ว่าจบไม่สวยแต่ก็ยังหวัง ปลายทางสุดท้ายก็คือฉันที่พังทลายไปแล้ว 
 
คู่สัญญาฉันก็คือ ‘คนตาย’ 
 
เขาคงอยู่อีกฟากหนึ่งของทางช้างเผือก ไม่ใช่ดวงไฟอันหม่นหมองเพราะรอยนํ้าตาที่รื้อขึ้นเบื้องล่าง แต่ฉันก็มองเห็นใบหน้าของเขาสะท้อนขึ้นมาอย่างชัดเจน ฉันรู้ดี ถ้าหากเขายังหายใจและอยู่เคียงข้างฉัน การกระทำของฉันในวินาทีนี้คงเป็นอย่างสุดท้ายที่เขาอยากเห็น ก็เพราะเขาไม่สามารถพูดได้ และเพราะตัวเขาหายไปนั่นละ ฉันถึงกล้าตัดสินใจ 
 
‘กูจะดูแลมึง’ 
 
ฉันยังไม่ประสาพอจะเข้าใจประโยคอันอัดแน่นด้วยความจริงใจของเขา พี่ชายที่เราอยู่ด้วยกันแค่ครึ่งชีวิตของกันและกัน เขาทำไม่ได้กระทั่งจับช้อนกินข้าวด้วยตัวเอง แต่ก็ยังพูดอวดดีออกมาตอนที่ฉันถามว่า ‘ถ้าพ่อแม่ตายเราจะอยู่กันยังไง’ ฉันควรเป็นฝ่ายทำตัวเป็นหลักให้พี่พึ่งพิง แต่หน้าที่นั้นสุดท้ายก็ถูกคำพูดไร้หลักประกันของเขาชิงไปดื้อ ๆ 
 
วินาทีนั้นตัวฉันก็ตกลงสู่บ่วงพราน ความเชื่อมั่นที่มีต่อเขาร้อยรัดจนฉันลบเลือน ‘ตัวเอง’ ทิ้งไป ไม่ว่าสิ่งไหนขอแค่พี่ ‘บัญชา’ ด้วยความห่วงใย แม้ต้องกลายเป็นแมลงล้อไฟ ฉันก็กระทำได้อย่างกล้าหาญ 
 
แล้วมันผิดแผกลงตรงไหน 
 
ตัวฉันมีชีวิตอยู่โดยอาศัยความห่วงใยนั้นเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง เพราะเชื่อคำพูดของพี่ตลอดมาจึงไม่เคยตัดสินใจด้วยตัวเองสักครั้ง เพียงแค่ยิ้มอ่อนโยนให้ ‘เจ้าชะตา’ บิดดึงชีวิตฉันไปยังหนทางที่เขาต้องการ เป็นน้องสาวที่ถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะสม 
 
มันผิดไปเพราะเราต่างรู้ ‘อยู่ด้วยกัน’ ของพี่ชายที่กินยาวันละหลายสิบเม็ดกับน้องสาวที่สุขภาพปกติดี มันยั่งยืนเพียงโลกในอุดมคติของเราเท่านั้น เมื่อพิจารณาความจริงแล้ว ก็แค่คำหลอกลวงให้ใช้ชีวิตต่อไปได้โดยมีเครื่องยึดเหนี่ยว 
 
ทั้งพี่ชายที่ไร้อิสระและน้องสาวที่ยอมถูกพันธนาการ 
 
กลายเป็นว่าเราถูกครอบงำด้วยกันและกัน จนหากเสียใครไปอีกคนคงพังทลาย แต่คู่สัญญาของฉันเห็นแก่ตัวกว่า เมื่อสิบปีก่อน เขาจากฉันไปด้วยภาวะไตวาย ทิ้งฉันที่เหลือเพียงร่างไร้ความคิดไว้บนโลกอันโดดเดี่ยว 
 
ราวกับสรวงสวรรค์ล่วงรู้ว่า ‘เจ้าหญิงทอผ้า’ ผู้นี้หลงระเริงกับความรักนั้น จนไม่อาจรักตัวเองได้ จึงได้แย่งชิง ‘ชายเลี้ยงวัว’ ไปจากฉัน เพื่อยื้อรั้งเศษเสี้ยวตัวตนของฉันไว้ 
 
ไม่มีใครรู้ว่าชิ้นส่วนที่ตายไปกับพี่มีมากเท่าใด ฉันไม่เคยบอกใครแม้แต่จิตแพทย์ ความพยายามฟื้นฟูตัวเองเท่ากับศูนย์ พ่อและแม่ที่สัมผัสได้อย่างเลือนลางถึงลูกสาวที่เปลี่ยนไป พยายามเยี่ยวยาบางอย่างที่พวกเขามองเห็น 
 
แต่เนื้อตัวของฉันแตกสลายเกินกว่าประสบการณ์ก่อนหน้าที่พวกเขาสะสมมาจะกอรปรูปขึ้นใหม่ได้ ณ จุด ๆ หนึ่งมันก็พังลงอยู่รํ่าไป มีเพียงรอยหักร้าวที่รังจะเพิ่มขึ้น 
 
สุดท้ายตัวของฉันก็จมลงสู่ห้วงทะเลแห่งความหวาดระแวงอันเจ็บปวด 
 
ไม่มีใครช่วยฉันได้ ถ้าฉันไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองก่อน แม้รู้ซึ้งถึงความจริงข้อนี้ดี แต่ฉันกลับยอมดำดิ่งลงไป 
 
ฉันสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจ 
 
ฉันสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวของผู้เป็นที่รัก 
 
ฉันเลือกเองทั้งนั้น... 
 
สองมือที่เหนื่อยล้าเกินจะฝากชีวิตไว้กับตัวเอง พ่อแม่ที่เก่งกาจจนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาลูก มองไปเบื้องหลังฉันก็พบแต่ความว่างเปล่าและไร้ค่า 
 
ตัวตนที่มีมาก็แค่ตุ๊กตาในมือพี่ชาย มีอะไรบ้างเป็นความสำเร็จของเจ้าหญิง 
 
นอกจากตัวเองที่อิงอาศัยจิตวิญญาณผู้อื่นแล้ว อดีตนั้นก็ไม่มีอะไรเลย 
 
ฉันล้าเกินกว่าจะมองโลกผ่านตาคู่นี้ รับรู้ทุกอย่างผ่านสมองกลวง ๆ แค่ปรารถนาจะตามหาอะไรบางอย่างที่หายไปมาเติมเต็มภายในที่กลวงโบ๋ 
 
แต่เมื่อหาไม่พบฉันก็จำเป็นต้องหันกลับไปยังสิ่งเดิมที่เสียไป 
 
ในคืนวันที่เจ็ด เดือนกรกฎาคมอย่างวันนี้ เจ้าหญิงทอผ้า ‘อัลแตร์’ มีโอกาสข้ามสะพาน ‘เดเนบ’ เพื่อพบกับ ‘เวก้า’ ที่นางรักยิ่ง 
 
ทว่าเจ้าหญิงทอผ้าในนามอย่างฉันไม่ได้รับโอกาสนั้น ต่อให้พยายามมากเท่าไร เจ้าสาลิกาก็ไม่เคยบินมาด้วยความสงสาร เพราะเส้นแบ่งความเป็นตายไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ก้าวข้ามได้บ่อยนัก นานมาแล้วฉันรู้ตัวว่าฉันมีโอกาสเพียงครั้งเดียว 
 
ตอนนี้ฉันหันหลังแหงนมองท้องฟ้าแล้วเดินทางผ่าน ‘เดเนบ’ ที่เพียรรวบรวมมาจากความสิ้นหวัง แล้วดิ่งลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก 
 
และแม้สุดปลายทางสะพานสายนี้ ชีวิตฉันยังน่าเศร้ากว่าอัลแตร์ นั่นเพราะเวก้า ‘พี่ชาย’ ของฉันไม่จำเป็นต้องอยู่อีกฟากของสะพานเสมอไป 
 
แต่ฉันก็ยังมองสามเหลี่ยมฤดูร้อนนั้นด้วยรอยยิ้มเปี่ยมหวัง 
 
และร่วงหล่นลง 
 
 
ด้วยรัก 
อัลแตร์
 

 


  • Minnas Molander, Karina Type, Affanc Zelimir และ 1 สมาชิก ถูกใจสิ่งนี้

0c43c0b7cc17ff9b4cadae37c9f0500d.png


#2 Karina Type

Karina Type
  • นักเรียนบ้านสลิธีริน
  • 13636 โพสต์
  • เลขประจำตัว 530
    • ไม้: แอช | ยาว: 9 3/4"
      แกนกลาง: เอ็นหัวใจมังกร
      ความยืดหยุ่น: ยืดหยุ่นดี

โพสต์เมื่อ 03 November 2019 - 09:42 PM

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้อ่านเรื่องนี้ เเต่ว่าอ่านกี่ทีก้ยังชอบกับบรรยากาศของเรื่องอยุ่ดีค่ะ พาลงต่ำสมกับหัวข้อที่วางเอาไว้จริงๆ ชอบๆจังเลยค่ะ จะติดตามงานเขียนเตงต่อไปนะคะ แน่นอนว่ายังคงรอไหลไปไหลมากับปฐมบทอยู่นะคะ (เรคบอกไม่ได้ใช้ชื่อนี้) แค่ก นั้นล่ะค่ะ ยังไงก็จะรอๆๆๆนะคะ //กอดให้กำลังใจ


25b52808e0af94df6a9690bf25cd4646.png





0 สมาชิกกำลังอ่านกระทู้นี้

0 สมาชิก, 0 ผู้เยี่ยมชม, 0 สมาชิกที่ล่องหน